แม่ชีน้อย บริสุทธิ์ถึงจิต

ความเป็นหญิงย่อมเข้าถึงธรรมได้ลึกซึ้ง พ่อแม่ตามใจลูกสาว "ขอบวช" เป็นพุทธสาวิกาน้อยตามรอยพระพุทธเจ้า
ความเป็นหญิงย่อมเข้าถึงธรรมได้ลึกซึ้ง พ่อแม่ตามใจลูกสาว "ขอบวช" เป็นพุทธสาวิกาน้อยตามรอยพระพุทธเจ้า ได้สำรวจตัวตนและโลก
โครงการ "บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดิน" ของเสถียรธรรมสถาน พาเยาวชนไทยหัวใจพุทธศาสนากว่า 30 คน เดินทางไปยังแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดียและเนปาล รวมเวลา 12 วัน บางคนมาที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่หลายคนยกให้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะจดจำไปนานแสนนาน
ตลอดเวลาแห่งการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากความทุรกันดารของภูมิประเทศ กับสภาพอากาศร้อนระอุในช่วงเดือนเมษายน ยังคงปรากฏรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าของ "แม่ชีน้อย" เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกถึงความยากลำบากแม้จะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆอายุตั้งแต่ 5 ขวบจนถึงวัยรุ่นตอนต้น คงเพราะ "ความอิ่มเอิบใจ" ที่ได้สัมผัสกับต้นกำเนิดแห่งธรรมอย่างแท้จริง
พวกเขาท่องไปยังดินแดนที่เรียกว่า สังเวชนียสถาน อันได้แก่ สถานที่ประสูติ-ลุมพินี, ตรัสรู้-พุทธคยา, ปฐมเทศนา-พาราณสี, บำเพ็ญพุทธกิจ-สาวัตถี, ปรินิพพาน-กุสินารา และเมืองสำคัญๆของพระสาวกแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และนั่นก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้หลักธรรม
รู้จัก พระบิดา
เด็กหญิงปาย พิมพ์วิริยะกุล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ กล่าวว่า การเดินทางมาแดนพุทธภูมิ แสดงให้เห็นว่าพระพุทธเจ้ามีตัวตนจริง ได้เห็นความเพียรของพระองค์ตลอดการตรัสรู้และเผยแผ่ธรรม ซึ่งหนทางขจัดทุกข์ คือสิ่งที่พระองค์ชี้ว่า มรรคคือทาง แม้จะเป็นเด็ก แค่เพียงยึดสัมมาสติ ความระลึกชอบ มีสติทุกครั้งที่คิดและกระทำ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ทันที จนกระทั่งพระองค์ปรินิพพาน ยังสอนว่าจงอยู่ในความไม่ประมาท
เด็กหญิงกสิณา อังศวานนท์ หรือน้อยหน่า จากโรงเรียนจิตรลดา หนึ่งในคณะพุทธสาวิกาน้อย เผยว่า เธอประทับใจหลายสถานที่ อาทิ สถานที่ปฐมเทศนาหรือที่แสดงธรรมครั้งแรก สอนเธอว่า พระพุทธเจ้าถึงจะตรัสรู้แล้วก็ไม่ได้เก็บความสำเร็จที่ได้พ้นทุกข์ไว้เพียงคนเดียว ท่านมีเมตตาที่จะเผยแผ่สิ่งที่ท่านรู้ให้กับมวลมนุษย์ และ กุสินาราที่ปรินิพพาน สอนว่าทุกอย่างล้วนอนิจจัง ไม่มีอะไรแน่นอน
ด้าน พรพิสุทธิ์ อัศวบรรจงผล เด็กสาววัยสะพรั่งอายุ 15 ปี โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม เล่าเสริมว่า ที่ปรินิพพาน ทำให้รู้ว่าท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมานานมาก ทั้งหาหนทางตรัสรู้ พอรู้แล้วก็ต้องเทศนาให้สัตว์โลก สถานที่แต่ละแห่งก็ไกล แต่ท่านก็ทรงทำเพื่อโลก ยิ่งเรามารู้ประวัติก่อนท่านปรินิพพานว่า ท่านต้องถ่ายเป็นเลือด แต่ก็ยังเดินทางต่อไปยังดินแดนที่ห่างไกลจากผู้คน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ จึงได้เห็นความอดทนของพระองค์เพื่อคนอื่น
"การที่เราได้สัมผัสกับสถานที่นั้นจริงๆ เราอินกว่า อย่างที่ตรัสรู้ มันสงบนิ่ง ทำให้เราเริ่้มรู้จักกับการจัดการใจของตัวเอง ไม่หวั่นไหว นิ่งลง สงบขึ้น ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน ได้เอาหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ เรามีทุกข์ไว้ให้เห็น ไม่ได้มีทุกข์ให้เป็น ส่วนที่ประสูติ เพื่อนๆน้องๆทุกคนพูดเหมือนกันว่า เห็นพระคุณของแม่ โดยเฉพาะพระมารดา พระองค์เสียสละตัวเองเพื่อให้ลูก (พระพุทธเจ้า) ได้กำเนิดมาเพื่อโลก บุญคุณพ่อแม่ยิ่งใหญ่มาก เราอายุ 15 ปีแล้วจะตอบแทนบุญคุณอย่างไร การบวชให้คนในครอบครัวก็เป็นหนึ่งในหนทางที่เราเลือก"
รู้จัก คน ในตนเอง
ส่วนเด็กหญิงกัญญาภัค เปี่ยมสาขา หรือซาซ่า จากโรงเรียนบางกอกทวิวิทย์ เธอร่วมโครงการนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สถานที่ต่างๆล้วนตราตรึงใจเธอ จนอยากแนะนำให้ผู้ที่ต้องการบวชเตรียมใจ ไว้ "รู้" อย่างเดียว ถึงอย่างนั้นสิ่งที่หลายคนตัดใจลำบาก ไม่ใช่เรื่องการเตรียมใจ แต่คือการเตรียมกาย เพราะ การโกนผม เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตเด็กสาวทุกคน
"ซ่าได้ยินคำถามจากเพื่อน มักจะถามว่า เธอกล้าโกนผมหรอ ไม่กลัวว่าจะไม่สวยหรอ นั่นไงเรากำลังยึดติด ในเมื่อผมโดนตัดไป ก็งอกใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องรูปลักษณ์ไม่สำคัญเลย สิ่งที่ควรทำคือ เราจะทำอะไรดีๆให้พ่อแม่ตัวเองได้บ้าง นอกจากเป็นเด็กดี ขยันเรียน ไม่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ ซ่าคิดว่าการตัดสินใจบวชทำให้เกิดปาฏิหาริย์ในการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวลูกเองและหัวใจพ่อแม่ด้วย ซ่าอยากให้ผู้หญิงเรียนรู้การสร้างคุณค่าในชีวิต อยากให้มาทางธรรมมากขึ้น หากยังไม่พร้อมบวชกาย บวชใจก่อนก็ได้"
สองเพื่อนซี้อย่าง น้อยหน่า-ซาซ่า เพื่อนต่างโรงเรียนกัน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นกำแพงกั้นมิตรภาพเลย เล่าให้ฟังว่า จากที่ต่างกัน มารวมกันเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง กลายเป็นมิตรธรรมกัน เพื่อนๆทำให้มีความสุข และทำให้ได้กัลยาณมิตรกลับไป และในฐานะรุ่นพี่ ก็สอนให้พวกเธอต้องรู้จักดูแลตัวเองก่อน แล้วค่อยไปดูแลคนอื่น ตรงกับหลักธรรม ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
"พวกเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอยู่เมืองไทยสบายกว่าอินเดีย นั่นทำให้เรามาที่นี่เพื่อฝึกตน ฝึกความอดทน และการมาปฏิบัติครั้งนี้ยังบอกโลกว่า ความเป็นหญิงไม่ได้เป็นจำกัดไม่ให้เราเข้าถึงธรรม หากย้อนไปสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าให้ความระลึกถึงสตรีอย่างสูง เมื่อท่านปฐมเทศนาแล้ว ท่านก็คิดถึงสตรีผู้เป็นแม่ แม้จะทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็เสด็จไปยังสวรรค์เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา แล้วเมื่อเราเป็นสาวกของพระองค์ การบวชนี้คือการตอบแทนพระคุณท่านเช่นกัน" เด็กๆต่างร่วมให้ความเห็น







