วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงกบอ.พรุ่งนี้ หลังต่อรองราคา4บริษัทจบ

"ธงทอง"เผยอีก 3 เดือนถึงจะได้เซ็นสัญญาโครงการน้ำ ระบุต่อรองราคากับเอกชนจบแล้ว บอกแค่ยอมลด ชงเข้ากบอ.พรุ่งนี้่ ก่อนเข้าครม.18มิ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(สบอช.) นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯว่า หลังจากที่ได้เจรจาต่อรองกับ 4 บริษัทที่ชนะข้อเสนอด้านเทคนิคการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 291,000 ล้านบาทใน 9 โมดูล ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ละบริษัทที่ชนะข้อเสนอด้านเทคนิคในแต่ละโมดูลสามารถตกลงการปรับลดราคาลงกับคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าปรับลดจากวงเงินที่แต่ละบริษัทเสนอราคามาในวันที่เปิดซองเมื่อวันที่ 7มิ.ย.ได้เท่าไหร่และลดราคากี่โมดูล เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯชุดนี้ไม่ได้มีอำนาจในการอนุมัติหรือเห็นชอบ ต้องรอให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอนุมัติก่อน ซึ่งกบอ.จะประชุมกันในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00น.

หลังจากที่กบอ.ให้ความเห็นชอบแล้ว จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกรอบวงเงินขั้นสุดท้ายตามที่ได้จากการเจรจาในวันที่ 18 มิ.ย.2556 แต่หลังจากครม.อนุมัติแล้ว ก็ยังไม่ลงนามทำสัญญากับบริษัท เพราะจะต้องเจรจากำหนดรายละเอียดในสัญญา รวมทั้งจะมีการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษา เข้ามาช่วยทำงานตกลงในรายละเอียดข้อกำหนดในสัญญาระหว่างกันคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ที่จะลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัทได้ ซึ่งตามข้อกำหนดในทีโออาร์บริษัทจะยืนราคาที่เสนอมาได้เป็นเวลา 180 วัน นับจากวันที่ 3 พ.ค.2556 ที่ยื่นซองประกวดราคา

"วงเงินที่ปรับลดลงมาจากการเจรจาของคณะกรรมการคัดเลือกกับบริษัทเอกชน จะเสนอกบอ.พิจารณาอนุมัติและเสนอครม.ต่อไป หลังครม.อนุมัติจะถือว่าวงเงินดังกล่าวเป็นวงเงินกรอบสูงสุด แทนกรอบวงเงินตามกรอบทีโออาร์ที่กำหนดไว้ 291,000 ล้านบาท การทำงานต่อไปของบริษัทเอกชนจะต้องไม่เกินจากกรอบวงเงินสูงสุดที่ครม.อนุมัติ และกรอบวงเงินที่ได้จะถือเป็นภารกิจที่ให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการกู้เงินตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะกู้เงินมากองไว้ แต่เป็นการบอกว่าต้องกันเงินจำนวนนี้เอาไว้ ดังนั้นเมื่อเบิกจ่ายจริงจึงจะค่อยเสียดอกเบี้ย”นายธงทอง กล่าว

เมื่อถามว่าหากระหว่าง 180 วันเอกชนเปลี่ยนใจไม่ทำโครงการแล้วจะดึงบริษัทลำดับที่ 2 ที่มีคะแนนด้านเทคนิครองลงมาเข้ามาเจรจาหรือไม่ นายธงทอง กล่าวว่า ขั้นตอนการเจรจาถือว่าจบแล้ว หากบริษัทที่มีการเจรจาเสร็จแล้วไม่สามารถรับได้หรือไม่ยืนยันราคาที่ได้ต่อรองก็จะไม่มีการเซ็นสัญญาโดยไม่มีการเสียค่าปรับเพียงแต่กบอ.จะต้องคืนเงินประกันให้กับเอกชน รวมทั้งจะไม่มีการเรียกบริษัทลำดับต่อไปมาเจรจาเพราะถือว่าเลยขั้นตอนการเจรจามาแล้ว ส่วนในโมดูลดังกล่าวจะต้องล้มโครงการหรือไม่ต้องไปถามกบอ. อย่างไรก็ตามในส่วนของสัญญาแต่ละโมดูลจะมีการแยกย่อยสัญญาตามจำนวนโครงการ โดยมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)เป็นหน่วยงานที่จะเซ็นสัญญาว่าจ้างเอกชน