ปลัดก.แรงงานเผยผลดำเนินมาตรการลดผลกระทบปรับขึ้นค่าจ้าง300 สถานประกอบการกว่า1.4พันราย กู้เงินของสปส.กว่า2.4พันล้าน
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทของกระทรวงแรงงานว่า จากการสรุปผลของกระทรวงแรงงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน ที่ผ่านมาพบว่ามาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสำนักงานประกันสังคม(สปส.)วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 1,499 ราย วงเงินกว่า 2,433 ล้านบาท ช่วยรักษาสภาพการจ้างงาน 73,936 คน มาตรการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจากร้อยละ 5 เหลือ ร้อยละ 4 มีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 412,189 ราย และผู้ประกันตน 10,526,801 ราย คิดเป็นจำนวนเงินสมทบที่จ่ายลดลงทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้างรวมเป็นเงิน 26,950 บาท
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนมาตรการการนำค่าใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) มีสถานประกอบการมายื่นขอรับรองหลักสูตรอบรม 8,292 หลักสูตร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 1,228,393 คน มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งสิ้นกว่า 1,287 ล้านบาท ผู้ประกอบการนำไปลดภาษีได้กว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรการจัดคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานไปยังสถานประกอบการต่างๆ ใช้งบประมาณ 486 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น 2 โครงการได้แก่ โครงการยกระดับผลิตภาพแรงงานไทยให้มีผลิตภาพสูงขึ้น มีผู้เข้าอบรม 64,003 คน คิดเป็นร้อยละ 43.98 จากเป้าหมาย 145,500 คน และโครงการลดความสูญเสียในวงจรการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการเข้าร่วม 18 แห่ง ส่วนมาตรการการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 เพื่อใช้ฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเงินกองทุนรองรับ 651 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการมายื่นกู้
"มาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและเงินกองทุนพัฒนามือแรงงานยังเปิดให้ยื่นกู้ได้จนถึงสิ้นปีนี้ และสถานประกอบการที่ต้องการพัฒนาแรงงานก็สามารถแจ้งมายังกระทรวงแรงงาน เพราะการพัฒนาฝีมือแรงงานจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง" ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว






