นายกวิศวกรรมสถานจี้กบอ.เปิดรายชื่อ 50 ทีมงานให้คะแนนเทคนิคโปรเจกต์น้ำ ด้าน"เสรี"แนะทำแผนแม่บทหาทางออกที่ดีที่สุดก่อน
นายสุวัฒน์ เชาวปรีชา นายกสมาคมวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนา โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาท "งบน้ำเพื่อชีวิต ขอร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ"ซึ่งจัดโดยองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3สถาบัน(กกร.)ว่า งานใหญ่ระดับชาติใช้เงินกู้ 3.5แสนล้านบาทต้องระดมสมองเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง แต่รัฐบาลกลับเอาเวลากรอบเงินกู้เป็นตัวตั้ง เมื่อมีกรอบเวลาก็ทำงานรีบเร่ง อ้างเวลาเรื่องเงิน อ้างเรื่องน้ำท่วมถ้าทำไม่ทัน เพราะกบอ.บอกว่าการดำเนินโครงการเป็นการคิดใหม่ ถ้าทำแบบเดิมก็ไม่เสร็จจึงทำรวบรัด ให้ออกแบบไปและก่อสร้างไปด้วย จึงถามว่างานใหญ่แบบนี้ไปฝากความหวังกับผู้รับเหมาได้ยังไง ทำไมไม่กระจายสัญญา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องที่ยังไม่ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแะละด้านสุขภาพ และการไม่มีส่วนร่วมของประชาชนอีกด้วย
"กลัวเหมือนกับสร้างโรงพักตำรวจ ที่ไม่ใช่รัฐบาลนี้ทำก็ตาม แต่รัฐบาลก็มักจะบอกว่าชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งโครงการโฮปเวล โครงการกำจัดน้ำเสียที่คลองด่าน ก็บอกถูกกฎหมายหมด มันถูกต้องตามกฎหมายแต่งานไม่สำเร็จ มันก็เป็นอนุเสาวรีย์แห่งความอัปลักษณ์ในประเทศไทย แล้วประชาชนจะมีส่วนร่วมยังไงทำข้อเสนอไปก็ไม่รับฟัง ชวนมาร่วมคิดก็ไม่มา"นายสุวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้นายกสมาคมวิศวะฯ กล่าวต่ออีกว่า ถามด้วยว่าคณะทำงาน 50 คนที่ให้คะแนนด้านเทคนิคมีใครบ้างเปิดเผยได้หรือไม่ เผื่อตนจะนำชื่อเหล่านี่ไปเสนอต่อสภาวิศกร เพื่อสดุดีความสามารถของพวกท่านหากสำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จก็จะได้เป็นอุทธาหรณ์กับวงการวิชาชีพวิศวกรของพวกเรา นอกจากนี้รัฐบาลควรรู้ไว้ว่าบริษัทยังไงก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท แต่รัฐบาลมอบความไว้วางใจให้ขึ้นอยู่กับคนออกแบบดีไซ-บิวท์ แทนที่จะตั้งคณะทำงานที่มีความอิสระ ทำแผนแม่บท ศีกษาความเป็นไปได้ก่อน
เช่นเดียวกับนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า วิจารณ์การใช้รูปแบบดีไซด์-บิวท์ไม่มีความเหมาะสม เพราะยังไม่มีความชัดเจนหลายเรื่องทั้งเรื่องของความชัดเจนของสัญญา ความชัดเจนเรื่องพื้นที่ที่จะดำเนินการ อีกทั้งตนคิดว่าควรมีการศึกษาให้รอบคอบก่อน เพราะสมมติว่าทำอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งแล้ว อ่างอื่นๆจะต้องทำหรือไม่ เพราะอ่างอื่นอาจจะมีขนาดเล็กลงมาก็ได้ เพื่อประหยัดงบประมาณ รวมทั้กบอ.คิดได้อย่างไรว่าโครงการนี้ราคาเท่าไร ใช้หลักอะไรคิด สมมติอ่างเก็บน้ำก็บอกว่า 5หมื่นล้านบาท ซึ่งตนไม่เคยเจอโครงการไหนในโลกที่ขึ้นเกิดโดยที่ไม่จัดความสำคัญว่าอันไหนทำก่อนอันไหนทำทีหลัง และที่สำคัญคือลงทุน3.5แสนล้านบาทก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีน้ำท่วมอีก
"ถามว่ามีการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นหรือไม่ เพราะถ้าเป็นไปไม่ได้จะทำยังไงต่อ เพราะแน่นอนว่าการมีส่วนร่วมเขาไม่ได้ระบุว่าต้องทำก่อนหรือหลัง แต่ผมคิดว่าควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมก่อนที่จะมีนิติสัมพันธ์ ลำดับความสำคัญโครงการอะไรควรทำก่อนทำหลัง ทำไมไม่ทำอะไรที่สำคัญก่อน หากประสิทธิผลได้ ดอกเบี้ยก็อาจจะลดลง ดังนั้นควรวิเคราะห์ความเสี่ยงกอน"นายเสรี กล่าว
อาจารย์จากม.รังสิต กล่าวต่อว่า ข้อเสนอของตนคือควรมีการทำแผนแม่บท ใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อศึกษาทางออกให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รูปแบบที่มีความเหมาะสม เพื่อให้ได้งบประมาณที่เหมาะ ภาคประชาชนจะได้มีส่วนร่วม และมีความเป็นได้ของโครงการเบื้องต้นจากการทำอีไอเอ เอชไอเอ จากนั้นก็จัดลำดับความสำคัญของโครงการแล้วจึงดำเนินการ ไม่ควรเซ็นสัญญาก่อน เพราะถ้าเกิดกระแสตีกลับเกิดความขัดแย้งต่างๆตามมามากมาย อาทิ เรื่องภาคประชาชน องค์กรที่ไม่เอาด้วย เพราะอย่าลืมว่าพวกเขาไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขามีความรู้มากขึ้น อาจจะเกิดการต่อต้านไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ก็ได้









