ทนายความชาว"คลิตี้" โวย "กรมควบคุมมลพิษ" เมินคำสั่งศาลปกครอง แฉซ้ำ"กรมทรัพย์"เตรียมออกสัมปทานเหมืองแร่
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากชาวบ้านบ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนาบุรี แถลงข่าวเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษเร่งรัดดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2556 สั่งให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนงาน วิธีการ และดำเนินการฟื้นฟูตรวจและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาลอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 ครั้งจนกว่าจะพบว่าค่าสารตะกั่วในน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1ปี และแจ้งให้ชาวบ้านในชุมชนคลิตี้ล่างทราบโดยวิธีการเปิดเผย ด้วยการติดประกาศ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านคลิตี้ ที่ อบต.ชะแล ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ ภายใน90วันนับจากคดีถึงที่สุด
“กรมควบคุมมลพิษต้องเร่งรัดฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ปราศจากมลพิษตะกั่วโดยเร็ว เนื่องจากมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดออกมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10ม.ค.2556 ให้กรมควบคุมมลพิษจัดทำแผนการฟื้นฟู ภายใน 90วัน แต่ปัจจุบันเลยมากว่า 100วันแล้ว ยังไม่เป็นเห็นแผนการฟื้นฟูตามคำพิพากษาของศาล รวมทั้งยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของชาวชุมชนคลิตี้ที่ขอให้กรมควบคุมมลพิษเร่งขุดตะกอนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ และกำจัดสิ่งปนเปื้อนสารตะกั่วให้เสร็จภายใน 3ปี แล ดังนั้นหากภายใน30วันนี้กรมควบคุมมลพิษยังไม่มีการดำเนินการใดๆอีก ชาวชุมชนคลิตี้จะไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดขอให้มีคำสั่งบังคับคดีอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ชาวบ้านกำลังเกิดความกังวลว่า ระหว่างที่กรมควบคุมมลพิษยังไม่ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ตามคำสั่งศาล ก็ปรากฏว่า กรมทรัพยากรธณีได้ว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทีมอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ลงพื้นที่ศึกษาประเมินสิ่งสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เบื้องต้นเพื่อบริหารจัดการแร่ตะกั่วและแร่สังกะสี บริเวณป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมเปิดให้สัมปทานทำเหมืองแร่เค็มโก้ เหมืองแร่บ่อใหญ่ และเหมืองแร่เกริงกระเวีย ใหม่อีกครั้ง หลังจากที่เหมืองแร่เหล่านี้ได้ถูกปิดไปทั้งหมดตั้งแต่ปี 2545 หลังจากเกิดกรณีพิษสารตะกั่วที่บ้านคลิตี้ ในเมื่อปี 2541
“ที่ผ่านมา เรามีข้อมูลชัดเจนว่า เหมืองเค็มโก้และเหมืองบ่อใหญ่ ได้ปล่อยของเสียสู่ลำห้วยดินโส ซึ่งทำให้ลำห้วยมีตะกั่วปนเปื้อน ลำห้วยนี้ไหลลงสู่แควน้อยหรือแม่น้ำไทรโยค ส่วนเหมืองคลิตี้ เหมืองบ่องาม และบางส่าวนของเหมืองเค็มโก้ ก็ปล่อยนของเสียลงสู่แควใหญ่หรือแม่น้ำศรีสวัสดิ์ ต้นน้ำของแม่น้ำแม่กลองแหล่งน้ำประปาสำคัญของคน กทม.ฝั่งธนบุรี จึงเรียกร้องกรมทรัพยากรธรณียุติการดำเนินการปลุกผีเหมืองแร่ตะกั่วในพื้นที่อ.ทองผาภูมิ อย่างเด็ดขาด และให้กรมควบคุมมลพิษ เข้าไปฟื้นฟูธรรมชาติที่ถูกทำลายจากเหมืองแร่ตะกั่วทั้งหมด ไม่เช่นนั้นแล้ว หากเกิดความเสียหายจากพิษตะกั่วขึ้นมาอีก กรมทรัพยากรธรณีก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบในค่าเสียหายนั้นด้วย” นายสุรพงษ์ระบุ







