ในยุคที่โลกเล็กจิ๋ว ขยับมือนิดเดียวก็เชื่อมทั้งโลกได้แล้ว ประสบการณ์รู้จักคนทั่วโลกสร้างคนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
ในยุคที่โลกเล็กจิ๋ว ขยับมือนิดเดียวก็เชื่อมทั้งโลกได้แล้ว ประสบการณ์รู้จักคนทั่วโลกสร้างคนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ เหมือนสาวไทยเพียงคนเดียวในแอร์บัส
พิชญ์สุดา จันทร์เจริญ ผู้จัดการด้านการพัฒนาอาชีพของบริษัทแอร์บัส สาวไทยที่กล้าบอกกับตัวเองว่าเธอต้องการทำงานท่ามกลางสิ่งแวดล้อมนานาชาติ แม้จะเป็นสาวเลือดไทยเพียงคนเดียวก็ตาม เชื้อชาติศาสนาผิวพรรณไม่ใช่อุปสรรคในการทำงาน หากแต่เป็นอุดมการณ์และความมุ่งมั่นที่เหมือนกันของคนทำงานระดับโลก
อะไรทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิกแอร์บัส บริษัทผลิตเครื่องบินระดับโลกได้ พิชญ์สุดา บอกว่า จุดสตาร์ทคือ ครอบครัวที่สนับสนุนและไม่กีดขวางความฝันของลูก
พลังขับเคลื่อน = ครอบครัว
เธอเผยว่า ตนและน้องชายอีกสองคนเติบโตมาท่ามกลางความดูแลของคุณแม่และคุณยายเป็นส่วนใหญ่ คุณแม่มีอิทธิพลอย่างมากในการด้านความคิด การใช้ชีวิตและการทำงาน ท่านเป็นคนทันสมัยและค่อนข้างให้อิสระในการเรียน การอบรมในครอบครัวมีผลอย่างมากต่อความคิดและการดำรงชีวิตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เล็กจนโต เห็นคุณแม่ทำงานหนักมาก คุณแม่ได้บอกเสมอว่าสิ่งที่ท่านตั้งใจและสามารถมอบให้ลูกๆนั้นคือความรู้และการศึกษา เพราะสิ่งนี้ทำให้เราดูแลรับผิดชอบตัวเองและครอบครัวได้ในวันข้างหน้า และคนที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักเป็นคนที่โชคดี และการรักในงานที่เราทำก็จะทำให้เรามีความสุขกับการทำงานในทุกๆวัน
พิชญ์สุดา ขยายความถึงบทบาทของครอบครัวที่มีต่อเธอว่า ด้วยความฝันวัยเด็กที่ต้องการเรียนรู้โลกกว้าง จึงขอคุณแม่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งเหตุการณ์เศรษฐกิจฟองสบู่ ทำให้นักเรียนไทยหลายคนต้องเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่คาดคิด ตอนนั้นเธอได้ตัดสินใจโทรบอกคุณแม่ว่าจะเริ่มหางานทำเพื่อส่งตัวเองต่อจนจบ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จบการศึกษาล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากต้องทำงานและเรียนในขณะเดียวกัน แต่โชคดีที่ได้ทำงานในสถานีไปรษณีย์ใกล้มหาวิทยาลัย รายได้จากการทำงานทำให้ได้เรียนจนจบการศึกษาและเดินทางกลับเมืองไทยในปีต่อมา
แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆให้เราเห็นภาพว่า ทำไมเธอจึงเลือกทำงานในต่างแดนและดำเนินชีวิตท่ามกลางผู้คนที่หลากหลายมาได้ถึงทุกวันนี้ แต่เหตุใดเธอจึงเลือกทำงานด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ทั้งๆที่คนอื่นเลือกเรียนในสาขาด้านวิศวกรรมเป็นส่วนใหญ่
"หลังจากกลับเมืองไทย และเริ่มทำงานประจำได้ระยะหนึ่ง มีโอกาสทำงานในด้านบริหารทรัพยากรฝ่ายบุคคล และเกิดความสนใจในงานด้านนี้ หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี จึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีในหลักสูตร MBA Human Resources Management and Consulting ความท้าทายอยู่ที่ระบบการเรียน เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การทำงานระหว่างเพื่อนนักศึกษาและอาจาร์ยที่สอน ซึ่งแตกต่างกับการระบบการเรียนการสอนที่ผ่านมา แถมงานด้านนี้ยังทำให้เราได้มีโอกาสได้พัฒนาความรู้และความสามารถของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาตนเองในด้านการสื่อสาร การนำเสนอ การบริหารและจัดการเวลา และการบริหารทีม" เอชอาร์สาว กล่าว
สาวไทย ขอเม้าท์แอร์บัส
จากประสบการณ์ทำงานนานกว่า 2 ปี และยังเป็นสาวไทยเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับของคนทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก จึงต้องถามถึง "บุคลิกของพนักงาน" เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยโกอินเตอร์
พิชญ์สุดา เล่าว่าบริษัทแอร์บัส เป็นบริษัทที่มีความพิเศษและหลากหลายในหลายๆด้าน บริษัทประกอบด้วย 4 ประเทศหลัก คือ ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษ และทั้ง 4 ภาษาเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสารและการทำงาน พนักงานนับหมื่นคนมาจากหลายเชื้อชาติและภาษา
นั่นทำให้เธอได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงาน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกๆวัน ได้รู้จักวิธีการคิดและการดำรงชีวิตที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในด้านฝ่ายบุคคลนั้น เธอได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานและผู้บริหารจากทั่วโลก ประสบการณ์การทำงานในหลายๆประเทศล้วนมีความแตกต่าง มีข้อดีและข้อควรปรับปรุง
"การที่เราได้รู้จักและทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย ทำให้เราเกิดความเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น อย่างการทำงานกับคนเยอรมัน การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ การแสดงความคิดเห็นเป็นแบบตรงไปตรงมา เป็นต้น และสิ่งสำคัญในการทำงานคือการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน จะทำให้การทำงานราบรื่นและประสบความสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียว การที่เราเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่าง จะทำให้โลกทัศน์ของเรากว้างขึ้นและในขณะเดียวกันทำให้เราเติบโตทั้งในด้านความคิดและความฉลาดทางอารมณ์"
ในขณะเดียวกันประสบการณ์ทำงานกับบริษัทระดับโลก ทำให้เธอเรียนรู้ว่า การทำงานในบริษัทระดับโลกนั้น ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างยิ่งยวด ความท้าทายและความหลากหลายของงานในแต่ละวัน ทำให้เธอต้องคิดและปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้นตลอดเวลา เธอต้องสร้างความแตกต่างและพัฒนากระบวนการการทำงานซึ่งก่อประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมงานและบริษัทอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีโอกาสทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นตัวอย่างของผู้นำซึ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างยอดเยี่ยม บุคคลเหล่านี้เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแรงผลักดันให้ตัวเธอท้าทายตัวเองในการทำงาน เพื่อมีส่วนร่วมในความสำเร็จของบริษัท
พิชญ์สุดา จึงขอฝากคำแนะนำให้กับน้องๆเด็กไทยที่กำลังศึกษาอยู่ว่า ควรจะหาโอกาสเข้าไปฝึกงานกับองค์กรต่างๆ เพื่อเพิ่มความรู้และประสบการณ์ต่อเนื่องจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน เพราะความสามารถพิเศษต่างๆ เช่นความรู้เพิ่มเติมทางด้านภาษาต่างประเทศและประสบการณ์การทำงานที่แตกต่าง จะเพิ่มโอกาสและสร้างความโดดเด่นให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนการทำงานด้านฝ่ายบุคคลนั้น จะต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี สิ่งสำคัญคือการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนที่เราติดต่อ ในบางโอกาสการคิดนอกกรอบหรือการมองต่างมุมก็จะนำมาซึ่งความคิดใหม่ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับองค์กร การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นการสร้างคุณค่าให้ตัวเราและองค์กรที่เราทำงานอยู่






