วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯย้ำผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารักษารพ.เอกชนได้

นายกฯย้ำผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนได้ ตามสิทธิของกองทุน แต่ปัญหา เพราะประชาชนและรพ.ไม่เข้าใจ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ถึงกรณีที่นายประเสริฐ อชินีทองคำ ข้าราชการครู โรงเรียนบ้านบางกะปิ และบุตร ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความอนุเคราะห์เพื่อขอให้ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาคืนค่ารักษาในส่วนที่ขาดให้กับครอบครัว หลังภรรยาเข้ารับการรักษาตัวจากอุบัติเหตุ แต่ถูกโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูง โดยอ้างว่าไม่ได้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ทั้งที่เป็นนโยบายรัฐบาล และได้มีการประกาศให้ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้าการรักษาตัวได้ในทุกโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2555 ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทั้ง3 กองทุนติดตาม ซึ่งข้อร้องเรียนของนายประเสริฐนั้นมี 2 กรณี คือ ประชาชนบางส่วนยังไม่ทราบถึงสิทธิดังกล่าวสำหรับกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน และทางโรงพยาบาลเอกชนอาจจะยังไม่ทราบว่ามีสิทธิดังกล่าวกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจุดนี้ต้องยืนยันอีกครั้งว่ากรณีฉุกเฉินนั้นเราสามารถบูรณาการมีระบบการบริหารที่เรียกว่าเคลียร์ริ่งเฮ้าส์เพื่อช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นรัฐบาลได้รับเรื่องและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล ซึ่งล่าสุดจากการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนก็พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก

“ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูเพิ่มเติมจุดเริ่มต้นในการรับเรื่องจากโรงพยาบาล และขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นทั้งในส่วนของโรงพยาบาล ท้องถิ่น และประชาชนในต่างจังหวัด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าแต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีกฎหมายรองรับ หากโรงพยาบาลเอกชนไม่ทำตามนโยบายก็ไม่มีความผิด แล้วจะทำอย่างไรที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชทั่วไปได้รับการดูแลจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคอยู่แล้ว ส่วนกรณีอุบัติหตุฉุกเฉินนั้นก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อขอความร่วมมือไปยงโรงพยาบาลเอกชนในการรับผู้ป่วยทันที กรณีป่วยฉุกเฉินจริงๆ ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดโดยหลักมนุษยธรรมทุกโรงพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมานอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้วยังต้องประสานงานด้านการบูรณาการ ซึ่งเรามีการวางระบบเครือข่ายการส่งต่อไว้เพื่อให้เกิดความสะดวก หากโรงพยาบาลทราบในเรื่องดังกล่าวก็ต้องดำเนินการแล้ว ซึ่งเบื้องต้นโรงพยาบาลเอกชนก็ให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาล หลายๆโรงพยาบาลก็รับเพื่อรักษาอย่างเกิดอุบัติเหตุรถชนที่หน้าโรงพยาบาลถ้าไม่รับการก็คงไม่ได้ เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ก็จะมีการประสานในแต่ละกองทุนเพื่อดูแลค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากครอบครัวมีการสำรองจ่ายไปก่อนมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินคืนหรือไม่ นายกรัฐฒนตรี กล่าวยอมรับว่า ได้รับเงินคืนตามสิทธิจากส่วนของกองทุนที่จะดำเนินการจ่าย แต่ต้องมีการตกลงในรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกองทุนก็จะได้รับการดูแล แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขก็ต้องหารือกันต่อไป อย่างกรณีผู้ป่วยปกติก็มีสิทธิตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือผู้ป่วยเป็นข้าราชการ หรือกองทุนประกันสังคมก็สามารถใช้สิทธิได้

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลมั่นใจใช่หรือไม่ว่าผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับบริหารได้จริงในทุกโรงพยาบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเป็นการบริการแพทย์ฉุกเฉินแล้วจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล ในส่วนของโรงพยาบาลของรัฐนั้นได้แน่นอน แต่ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนหรือท้องถิ่นนั้นเป็นการประสานงานกันมากกว่า วันนี้ได้เร่งรัดในการลงไปประสานขอความร่วมมือจากทุกโรงพยาบาล มีการลงนาม MOUในการให้บริการในส่วนของท้องถิ่นด้วย อย่างไรก็ตามต้องขออภัยในความไม่สะดวกของประชาชน แต่ทุกการดูแลการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุภาครัฐก็จะต้องช่วยกันบูรณาการเพื่อให้ได้รักการดูแลอย่างเต็มที่