ผู้เสียหายคดี ฟิตเนส แคลิฟอร์เนีย ว้าว ยื่นกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ หลังคดีร้องเรียนไม่คืบหน้า
วานนี้(18 เม.ย.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคพร้อมด้วยผู้เสียหายจากกรณี บริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าว ปิดบริการโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และยังไม่ได้รับการชดเชย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุสรณ์ ปั้นทอง ประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค หลังคดีไม่คืบหน้า
นายคณิต หนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า บริษัทเริ่มผิดสัญญาโดยลูกค้าได้ทำสัญญาสมัครสมาชิกฟิตเนสตลอดชีพ คือ เล่นได้ทุกสาขา ไม่จำกัด โดยบริษัทค่อยๆ ทยอยปิดตัวไปทีละสาขา จนเหลือเพียงสาขาเดียวคือที่เอสพลานาด และมีทีท่าว่ากำลังจะปิดตัวลงอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นการผิดสัญญากับสมาชิก เพราะจ่ายเงินไปแล้ว โดยยังไม่ได้รับบริการตามสัญญาที่ทำไว้ และพอสอบถามทางบริษัทก็ไม่เคยส่งตัวแทนออกมาเจรจาให้ข้อมูลแต่อย่างใด
อีกทั้งบริษัทเริ่มถ่ายเททรัพย์สิน ขายกิจการโดยใช้ชื่ออื่นแทน ซึ่งเมื่อขายเป็นชื่ออื่น สมาชิกก็ไม่สามารถเข้ารับบริการได้
นายคณิต กล่าวต่อว่า ตนใช้เงินในการสมัครสมาชิกและบริการอื่นๆ ไปเป็นจำนวนเงินหลายแสนบาท และยังมีผู้เสียหายจากทั่วประเทศที่สมัครสมาชิกและได้รับความเสียหายอีกกว่า 1.5 แสนคน โดยไม่ได้รับบริการตามที่ทำสัญญาไว้ อีกทั้งยังมีผู้เสียหายที่ไม่ได้ออกมาร้องเรียนอีกเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ตนได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนโดยมาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก่อน ให้ช่วยดำเนินการในการขอความช่วยเหลือและร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ,สคบ.และหน่วยงานอื่นๆ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร ก่อนหน้านี้ตนได้เคยให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวสถานีหนึ่ง แต่เมื่อย้อนดูในวันต่อไปเพื่อที่จะนำคลิปไปเผยแพร่ต่อ แต่คลิปที่ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวกลับถูกลบไปโดยไม่มีสาเหตุ
"อยากให้บริษัทหรือผู้ประกอบการ ออกมาให้ข้อมูล เปิดเผยสถานะอย่างต่อเนื่อง ว่าในตอนนี้ทางบริษัทอยู่ในสถานะใด เพราะทางบริษัทไม่มีตัวแทนออกมาบอกเลยว่า จะเปิดต่อหรือปิดกิจการ หรือจะจัดการอย่างไรในกรณีดังกล่าว คือเงียบหายไปเลย และไม่มีตัวตนชัดเจนเพราะเปลี่ยนผู้บริหารไปเรื่อยๆ และหน่วยงานของรัฐไม่ควรจะชะลอแล้ว รู้อยู่แล้วว่าบริษัทแทบไม่มีตัวตน น่าจะให้นิติบุคคลที่เป็นคณะกรรมการบริษัทเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะกฎหมายวินัยผู้บริโภคบอกว่า เราสามารถฟ้องร้องให้กรรมการนิติบุคคลทุกสมัยของบริษัทเข้ามารับผิดชอบได้เลย"นายคณิต กล่าว
ด้านนางสารี อ๋องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำการรับเรื่องร้องเรียนในกรณีดังกล่าว เกือบ 700 คน และยังไม่รวมที่ร้องเรียนกับหน่วยงานอื่นอีก ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่เสียหายในวงกว้าง เฉพาะค่าเสียหายจากผู้ที่มาร้องเรียนกับทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยคิดเป็นรายหัวแค่ค่าสมาชิกเท่านั้น ก็คิดเป็นวงเงินถึง 32 ล้านบาทแล้ว และยังมีบริการอื่นๆ นอกเหนือจากค่าสมาชิกอีกด้วย ที่สำคัญบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ตนจึงคิดว่าธุรกิจนี้มีการโกงเงินผู้บริโภคเกินหนึ่งพันล้านบาทก็เป็นได้
เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวต่อว่า ถ้าพูดถึงความผิดแล้ว ทางบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าว กระทำผิดในหลายกรณีด้วยกัน คือ 1 การทำผิดกฎหมายสคบ. เพราะบริษัทมีการเก็บค่าสมัครสมาชิกตลอดชีวิต ทั้งๆ ที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ห้ามบริษัทใดๆ เก็บค่าสมัครสมาชิกตลอดชีพมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2554 แล้ว โดยจะสามารถสมัครสมาชิกระยาวได้มากที่สุดเพียง 1 ปีเท่านั้น ประเด็นที่ 2 คือการที่บริษัททำผิดสัญญาที่ทำกับผู้บริโภค โดยไม่ปฏิบัติหรือให้บริการตามสัญญาที่ได้กล่าวไว้ ประเด็นที่ 3 คือทางบริษัทรับทราบสถานะของตนมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2552 ว่าตนมีหนี้มากกว่าทุน แต่ก็ยังมีการรับสมัครสมาชิกแบบตลอดชีพ เหมือนจงใจที่จะทำการคดโกงผู้บริโภค และในปี 2552 และ 2553 ผู้ตรวจสอบบัญชีไม่รับรองบัญชี ซึ่งเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค
"ทางมูลนิธิและผู้เสียหาย ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างอย่างชัดเจน ไปให้ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเลย สิ่งที่ทางมูลนิธิและผู้เสียหายกลัวก็คือ หากการพิพากษาคดีล่าช้า ถึงแม้จะชนะคดี มีใบพิพากษาอยู่ในมือ แต่ถ้าทางบริษัทถ่ายเททรัพย์สินไปหมดหรือมีการตัดสินคดีล้มละลายของธนาคารกรุงเทพไปก่อนแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะตกไปเป็นของธนาคารกรุงเทพเพราะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้เสียหายจะไม่ได้อะไรเลย ทั้งๆ ที่ทางกฎหมายบอกไว้ว่าผู้เสียหายมีสิทธ์ได้รับค่าเสียหายได้ นั่นแสดงว่ากฎหมายไม่มีความหมายเลย ดังนั้น จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการโดยเร็ว และในรัฐธรรมนูญบอกว่าผู้เสียหายสามารถมีสิทธ์ร้องเรียนได้หรือ ให้มีองค์กรอิสระเข้ามาช่วยเหลือ แต่จนถึงวันนี้ก็ 5 ปีแล้ว ยังไม่มีองค์กรอิสระเข้ามาช่วยเลย อย่างน้อยถ้ามีองค์กรอิสระเข้ามาช่วย ก็ยังมีการตักเตือนประชาชนคนอื่นให้ไม่ตกเป็นเหยื่อหรือช่วยให้ไม่เกิดความเสียหายรุนแรงอีกได้ในคราวต่อไปได้"นางสารี กล่าว
ขณะที่นางสาวนฤมล เมฆบริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตัวแทนในการเข้าประชุมความคืบหน้ากรณี บ.แคลิฟอร์เนีย ว้าว กล่าวว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) แจ้งว่าได้ทำการสรุปสำนวนคดีบางส่วนแล้ว เพราะมีผู้เสียหายมาร้องเรียนไม่ครบ จึงไม่สามารถสรุปสำนวนทั้งหมดได้ โดยคดีที่แจ้งข้อกล่าวหาคือเรื่องการทำสัญญาเกิน 1 ปี ซึ่งมีความผิด และต้องรอ สคบ.ชี้แจงเรื่องพิจารณาคดีล้มละลายของธนาคารกรุงเทพ ที่จะพิจารณาในวันที่ 25 เมษายนนี้ หากผลพิพากษาให้บริษัทแคลิฟอร์เนียว้าว ล้มละลาย และธนาคารกรุงเทพได้ทรัพย์สินทั้งหมดนั้น ทาง สคบ.จะแจ้งให้ผู้เสียหายไปแสดงความจำนง ขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ศาลล้มละลาย แต่หากผลพิพากษาให้ไม่ล้มละลาย ทาง สคบ.จะดำเนินการทางคดีแพ่งต่อไป
ส่วนในเรื่องของทางกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งว่า ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม จะนำเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ แต่จากการประชุมแล้วก็มีท่าทีว่าจะได้เป็นคดีพิเศษ เพราะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก





