ธวัชชัย แสงธรรมชัย นักสร้างกลไกสังคม

ธวัชชัย แสงธรรมชัย นักสร้างกลไกสังคม

จากจุดเริ่มต้นการเป็นครีเอทีฟโฆษณา สู่การต่อยอดการทำงานเพื่อสังคม "ธวัชชัย แสงธรรมชัย" พบว่าเงินมิใช่คำตอบเสมอไป

จากจุดเริ่มต้นการเป็นครีเอทีฟโฆษณา สู่การต่อยอดการทำงานเพื่อสังคม "ธวัชชัย แสงธรรมชัย" พบว่าเงินมิใช่คำตอบเสมอไปจึงหันมา ทำทางด้าน Social Enterprise หรือ กิจการเพื่อสังคม ให้องค์กรเหล่านั้นมีการสื่อสารสู่สังคมที่ดีขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้กายใจได้ไปงาน "คนไทยขอมือหน่อย คนละไม้คนละมือเพื่อสังคมน่าอยู่" ซึ่งเป็นงานที่ได้จัดขึ้นเพื่อรวบรวมคนที่มีความคิดดีๆ เพื่อสังคมมาแสดงตัวและเรียกร้องให้คนไทยก่อการดีเพื่อสังคมกัน ซึ่งครีเอทีฟของงานนี้เป็นคนที่คิดทำคลิปวิดีโอ Infographics ของ รู้ สู้ Flood เมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมา

จากจุดเริ่มต้นการเป็นครีเอทีฟโฆษณาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง สู่การต่อยอดการทำงานเพื่อสังคม... ธวัชชัย แสงธรรมชัย เล่าว่าเนื่องจากความเบื่อหลายอย่างและพบว่าเงินมิใช่คำตอบเสมอไปจึงหันมา ทำทางด้าน Social Enterprise หรือ กิจการเพื่อสังคม

มันเป็นความตั้งใจที่อยากจะแก้ปัญหาสังคม และจะต้องมีความยั่งยืนด้วยโดยที่ไม่ใช่แค่หาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว เพราะหากหาเงินบริจาคอย่างเดียว มันไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ มันจะต้องขับเคลื่อนด้วยการค้าขาย หรือการนำเสนอสินค้าหรือบริการบางอย่าง และการทำด้านกิจการเพื่อสังคมในแบบฉบับของธวัชชัย จึงได้ไปทำงานเพื่อสังคมให้องค์กรเหล่านั้นมีการสื่อสารสู่สังคมที่ดีขึ้น

ความยากในการทำกิจการเพื่อสังคม

ธวัชชัยบอกกับกายใจว่า ความยากอยู่ที่จะทำอย่างไรให้อยู่ได้ เพราะองค์กรการกุศลโดยทั่วไปก็ไม่ได้มีเงินที่เยอะ และจะลดต้นทุนอย่างไร นี่คือความยากแต่ท้าทาย และแฝงไปด้วยความสนุกที่จะทำให้ได้

บริษัทของธวัชชัย คือ บริษัท WHY NOT SOCIAL ENTERPRISE ซึ่งเปิดรับงานมาได้ปีกว่าแล้ว โดยใช้งานสื่อสารที่ถนัดทางด้านโฆษณามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานกับองค์กรการกุศลเพื่อสังคม อยากช่วยให้ทางองค์กรสื่อสารสู่สังคมได้เข้าใจมากขึ้น จาก10 เป็น 100 จาก 100 เป็น 1,000 คนก็ยังดี นี่คือความพยายามที่อยากให้เป็นไป

ซึ่งธวัชชัยบอกว่า พบเจออุปสรรคเยอะที่สุดในการทำงาน คือ คนไม่ค่อยเข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ โดยส่วนใหญ่มักเข้าใจกันแค่ว่าไปทำงานให้กับคนอื่นเขาฟรีๆ แล้วก็จะมีคำถามตามมาอีกเยอะว่า แล้วจะเอาอะไรกินล่ะ แต่งงานหรือยัง จะเลี้ยงครอบครัวอย่างไร ธวัชชัยก็มักจะตอบไปว่า การทำงานทุกอย่างมันย่อมต้องมีค่าจ้าง ไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใคร แต่เราทำงาน โดยงานที่ทำทุกวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างไรมากกว่า ไม่ได้ทำอะไรให้ฟรีๆ

ธวัชชัยพูดว่า ทุกวันนี้มันมีความเชื่อหนึ่งในสังคมไทยว่า ช่วยกัน ช่วยเหลือ จิตใจดี ถือเป็นภาพที่ดี แต่สิ่งเหล่านี้ต้องสามารถวัดผลได้ด้วย และมีประสิทธิภาพ ใช่ว่าจะอาสาอย่างเดียว แล้ววัดผลไม่ได้ก็ไม่ใช่ งานเพื่อสังคมมันสำคัญหากทำให้ชีวิตคนดีขึ้น ทำให้เด็กได้เรียนหนังสือ ทำให้สังคมมันเหลื่อมล้ำกันน้อยลง ในเมื่องานแบบนี้สำคัญขนาดนี้ก็ต้องทำอย่างตั้งใจ ใช่ว่าจะมาอาสาเป็นครั้งคราว ติดงานประจำก็ทำไม่ได้ อันนี้คงไม่ใช่แล้ว คุณจะต้องทำแบบที่ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับที่คุณเคยทำงานประจำ ฉะนั้นก็ต้องมีเงินจ้างพอพอกับที่เราทำกับบริษัททั่วๆไป เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ขับเคลื่อนสังคมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จะทำอย่างไรเมื่ออยากทำกิจการเพื่อสังคม

ธวัชชัยบอกว่า เขาทำบนพื้นฐานที่ตนถนัด นั่นคือการทำโฆษณาที่ไม่ได้เน้นทางด้านธุรกิจแต่เน้นทางด้านการทำงานเพื่อสังคม หากอยากเริ่มทำกิจการเพื่อสังคมก็อย่าคิดมาก อยากทำก็แค่ต้องทำและทำเลย

เขายังบอกอีกว่า ไอเดียที่จะทำมันมีเยอะ ไม่ยากหากอยากทำจริงๆ บางคนนั้นอยากทำๆ แต่สุดท้ายคุณไม่ได้ทำเพราะมัวแต่คิด เมื่อคิดเยอะมันก็จะทำให้เกิดข้อจำกัดที่เยอะ กลัวไม่มีเงินเดือนประจำบ้าง กลัวเจ๊งบ้าง คือ ไม่มีใครสามารถบอกได้หรอกว่าจะเป็นอย่างไรในภายภาคหน้า หากรู้ก็แสดงว่าทุกคนก็รู้อนาคตกันหมดสิ แค่ต้องทำเท่านั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดไปเยอะก็คงได้แค่คิด และไม่ได้ลงมือทำหรอก อยากทำก็ทำเลยแล้วเดี๋ยวจะรู้เองว่าจะเป็นอย่างไร

ชีวิตมันเหมือนวิดีโอเพลเยอร์ มันต้องเล่นไปข้างหน้าเรื่อยๆ มันไม่ได้จะเล่นถอยหลังได้ มันไม่ใช่เครื่องเล่นดีวีดี อยากทำก็ใช่ว่าจะไม่คิดเลย ก็คิดสักเล็กน้อยแต่อย่าไปคาดหวังสิ่งใดกับอนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ ความกลัวย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การที่กลัวเยอะมันทำให้ไม่กล้าที่จะไปไหนหรือทำอะไรเลย

งานเพื่อสังคมปัจจุบันตลาดมีความต้องการเยอะมาก อย่างบริษัทของธวัชชัยเองเรียกได้ว่างานล้น รับงานแทบไม่ทันเลยทีเดียว เพราะงานสื่อสารเพื่อสังคมยังไม่มีใครที่พูดถึงมาก่อน จึงทำให้ตลาดค่อนข้างมีความต้องการที่สูงมากอยากให้เล่าเรื่องราวขององค์กรเหล่านั้น และตอนนี้กลายเป็นว่าความต้องการนักสื่อสารทางด้านโฆษณาสูงแต่คนทำจริงๆมีน้อยอยู่ ฉะนั้นลองทำอะไรที่ตนถนัดดูในการทำงานเพื่อสังคมมันไม่ยากเลย

ความสนุกในการทำงาน

ธวัชชัยตอบด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุขว่า มีความสนุกในทุกๆวันที่ทำ ไม่น่าเชื่อว่างานที่เขาทำจะสร้างความสุขและความสนุกให้กับเจ้าตัวได้ขนาดนี้ และยังบอกอีกว่า คำว่างานในสังคมเราถูกตีกรอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง ทำเพื่อเงินเดือน ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานทั้งที่รถติด มันทำให้ล้าและเบื่อกับการทำงาน

เมื่อมาทำงานทางด้านเพื่อสังคมที่เราเชื่อและมีประโยชน์ มันเหนื่อยจริงๆแต่เหนื่อยในอีกรูปแบบหนึ่ง เหนื่อยแต่เพราะเราเห็นปลายทางว่า หากงานนี้สำเร็จจะทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย จะมีคนได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ จะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากสิ่งที่เราตั้งใจทำ มันทำให้ทุกๆวันสามารถตอบคำถามตัวเองได้ว่าทำไปเพื่ออะไร รู้คุณค่าของงานที่ทำ

มันไม่ใช่รู้แค่ว่าปลายทางสุดท้ายมันได้แค่เงินเดือนตอนปลายเดือนเท่านั้น ซึ่งหากยังผลเพียงเงินเดือนจะทำให้รู้สึกทุกข์และทรมานต่อการทำงานตั้ง 5วันต่ออาทิตย์ และรอคอยการพักผ่อนในวันหยุด


แต่ทำกิจการเพื่อสังคมจะรู้สึกถึงความพร้อมในทุกๆ วัน มีความสุขเพราะเรารู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไร รู้ว่าหายใจไปทำไม มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร มันยากที่จะมีความสุขหากเราไม่รู้ว่าเราทำทุกวันนี้ไปเพื่ออะไร นี่คือคำตอบจากธวัชชัยที่ทุกคนจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อได้ลงมือทำด้วยตนเอง และก็จะได้รับความสุขเฉกเช่นเดียวกันกับนักคิดเพื่อสังคมคนนี้หรือไม่นั้น ยังเป็นคำถามที่รอให้ค้นหาคำตอบด้วยตนเองทั้งสิ้น

เล่าถึงงานคนไทยขอมือหน่อย คนละไม้คนละมือเพื่อสังคมน่าอยู่

งานนี้เป็นงานของมูลนิธิเพื่อคนไทย ทางมูลนิธิพูดเสมอว่า สังคมจะดีได้ต้องเกิดจากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ลงมือในแบบฉบับของตนเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟ้ามาเปลี่ยนสังคมไทย ทุกคนย่อมมีบทบาทของตนเอง และทำหน้าที่ของตนเองให้ดี มันเหมือนดั่งจิ๊กซอว์ที่เมื่อช่วยกันต่อเป็นรูปเป็นร่างสังคมก็จะดีขึ้น

ธวัชชัยจึงได้รับมอบหมายให้ช่วยคิด ซึ่งโดยพื้นฐานของคนไทยโดยเนื้อแท้แล้วอยากช่วยเหลือสังคมทั้งสิ้น สังคมเราเป็นสังคมที่จิตใจดี เพียงแต่ยังไม่รู้เท่านั้นว่าจะต้องทำอย่างไรและตนทำอะไรได้บ้าง จึงได้เสนอไอเดียไปว่า ลองนำคนที่ทำงานเพื่อสังคม คนที่มีความคิดที่ดีเพื่อสังคมมารวมพลกันในงานนี้ เพราะคนที่มีความคิดที่ดีโดยส่วนใหญ่แล้ว คนไทยมักมองว่าเป็นคนส่วนที่น้อยมาก

จริงๆ แล้วคนคิดดีทำดีเพื่อสังคมนั้นมีอยู่เยอะ เพียงแต่เขาอยู่กันคนละที่ เขาทำในพื้นที่ของเขา บางคนอยู่เหนือสุด บางคนอยู่ใต้สุด บางคนอยู่ในพื้นที่ที่เป็นป่าเขา นำคนเหล่านี้ที่คนไทยไม่เคยเห็นมารวมพลกันที่หน้าเซ็นทรัลเวิร์ล
นำคนคิดดีทำดีเพื่อสังคมเหล่านี้มาให้ทุกคนเห็นให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร และคนที่ไม่รู้จะได้รู้ว่ามีคนทำสิ่งดีๆ เหล่านี้อยู่ตรงนี้เอง มาพูดคุยแล้วก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่ตนคิดและอยากจะทำตอนนี้มีคนๆ หนึ่งได้เริ่มทำไปแล้ว และหากเขาอยากทำดั่งเช่นคนเหล่านี้คุณจะต้องทำอย่างไร

เหมือนเป็นดั่งการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่คิดดี งานคนไทยขอมือหน่อย คนละไม้คนละมือเพื่อสังคมน่าอยู่ จึงเหมือนการสร้างกลไกให้คนคิดดีทำดีได้เจอกัน ได้พบได้เห็นว่ามันมีงานดีๆอยู่ เราเองสามารถทำได้โดยใช้พื้นฐานทางความรู้ความสามารถของเราไปทำให้บังเกิดผลขึ้น กลไกแบบนี้แหละที่จะทำให้คนคิดดีทำดี สามารถทำให้เกิดความคิด การเป็นพลเมืองต่อยอดความคิด แล้วร่วมกันลงมือเพื่อสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นต่อๆไป

จะทำให้ยั่งยืนอย่างไรเมื่อคนไทยตื่นตัวแค่ชั่วคราว

ธวัชชัย บอกว่า ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่สำคัญมากๆ มันจำเป็นต้องกลับมาคิดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม คนในสังคมหากแสวงหาผลประโยชน์ที่มากเกินไป ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองมันก็อยู่ยาก

สิ่งสำคัญต้องเข้าใจความคิดของความเป็นพลเมืองให้ได้ก่อน คนทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ที่จะต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อให้สังคมที่เราอยู่ร่วมกันมันดีขึ้น คือเราต้องทำให้เกิดกลไกเหล่านี้ขึ้นให้ได้ แล้วสังคมของเราจะน่าอยู่และมีความสุขอย่างยั่งยืนเกิดขึ้น