ปภ.โคราชประกาศแล้ง 29 อำเภอ ประปาวิกฤติรุนแรงหนักที่ อ.โนนสูง เผยกรมฯ ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบได้ 3 กม.ประจำศูนย์ รวม 4 เครื่องมาจากภาคใต้
นางปิยะฉัตร อินสว่าง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งของ จ.นครราชสีมาและการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคว่า
พื้นที่ประสบภัยแล้งตอนนี้ประกาศวิกฤติภัยแล้งยังอยู่ที่ 29 อำเภอจาก 32 อำเภอ ยกเว้น อ.ปากช่อง , อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ตอนนี้สถานการณ์น้ำอุปโภค บริโภค ทาง ปภ.จังหวัดนครราชสีมา ได้บริหารจัดการน้ำในการแก้ไขสถานการณ์ได้อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะตอนนี้ระบบประปาโดย ผวจ.นครราชสีมาแจ้งให้นายอำเภอทุกอำเภอทุกเดือนที่ประสบภัยให้เตรียมการณ์น้ำอุปโภค บริโภคเป็นสำคัญเร่งด่วน โดยให้ทุกอำเภอสต๊อกน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึง สระต่างๆ เอามาไว้เพื่อผลิตเป็นน้ำดิบเพื่อผลิตเป็นน้ำประปาให้ประชาชนไม่ให้ขาดน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเด็ดขาด ส่วนการปลูกพืชทางจังหวัดได้เตรียมการณ์ตั้งแต่ก่อนมีภัยแล้งมาแล้วว่า ให้ประชาสัมพันธ์การปลูกพืชที่มีอายุสั้นและใช้น้ำน้อย
ทั้งนี้การห้ามพี่น้องประชาชนค่อนข้างห้ามลำบาก แต่ก็ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้แจ้งไปแล้วว่าน้ำมีจำนวนจำกัด จากให้ปลูกพืชแค่ 50,000 ไร่ ตอนนี้ปลูกเข้าไปแล้วกว่า 120,000 ไร่ ทั้งที่เราก็ทำความเข้าใจแล้ว พอพี่น้องประชาชนปลูกพืชก็อยากหวังผลตรงนั้น และยังมีข่าวว่าพี่น้องประชาชนยอมซื้อน้ำไปเพื่อรดต้นข้าว ตรงนี้เราไม่อยากให้ทำเพราะพี่น้องประชาชนเองจะต้องลงทุนเสียเงินไปมหาศาลซึ่งจะไม่คุ้ม ฉะนั้นเมื่อไม่เชื่อฟังก็จะมีผลกระทบในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้าง
นางปิยะฉัตรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับเขื่อนลำตะคองตอนนี้มีน้ำเหลือแทบจะก้นอ่างเพียง 31% ตรงนี้ทางชลประทานก็ดูแล้วสถานการณ์น้ำที่เหลือยังพอรับไหวอยู่ เพราะแหล่งน้ำต่างๆ ที่สต๊อกเอาไว้เหลือเพียงพอใช้อยู่ประมาณ 2 เดือนจากนี้ไป ตนคิดว่าคงเข้าหน้าฝนพอดี ส่วนน้ำที่จะใช้เล่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่พี่น้องประชาชนตั้งตารอสาดน้ำกันจะเพียงพอหรือไม่นั้น ตนคิดว่าเรื่องตรงนี้มีพออยู่แล้ว เพราะประชาชนส่วนใหญ่จะไปเล่นน้ำในท้องถิ่นของตน ไม่ได้มากระจุกอยู่แต่ในตัวเมืองเท่านั้น
ส่วนการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนทางกรมฯ ก็มีรถสูบน้ำระยะไกลมาไว้ประจำศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา โดยอธิบดีฯได้จัดส่งรถสูบน้ำยะระไกลจากศูนย์เขตต่างๆ ซึ่งทางภาคใต้ไม่ได้ประสบปัญหาฝนแล้งเอามาไว้ประจำศูนย์แล้ว 4 เครื่อง ให้จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์ 4 จังหวัดคือ นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ เครื่องสูบระยะไกลสามารถตั้งเครื่องสูบระยะทาง 3 กม. เอาแหล่งน้ำต้นทุนตามห้วย หนอง คลอง บึง สระต่างๆ สูบมาสต๊อกน้ำไว้ จ.นครราชสีมา ได้ใช้ไปแล้วหลายอำเภอแล้ว ทั้ง อ.โนนไทย , อ.ปักธงชัย แก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้มาก ทางกรมฯ ได้มีการใช้งบกลางจากรัฐบาลมีโครงการขุดลอกลำห้วยเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งแล้ว
ส่วนที่ได้รับการประสานมาเรื่องเจาะบ่อบาดาลจำนวน 400 แห่ง เป็นน้ำอุปโภค บริโภคกว่า 100 แห่ง และน้ำเพื่อการเกษตรอีกกว่า 200 แห่ง และเรื่องของถังภาชนะเก็บน้ำกลางประจำหมู่บ้านทั้งหมด 3,044 ใบ ตอนนี้ได้ประสานในท้องถิ่น ไปกำหนดจุดตั้งถังให้ชัดเจน ก่อนไปสร้างฐานเพื่อรองรับถังภาชนะเก็บน้ำกลาง ซึ่งขณะนี้มีที่ อ.โนนสูง วิกฤติรุนแรงหนักที่สุด มีปัญหาน้ำดิบที่จะมาผลิตน้ำประปา ซึ่งตนได้พูดคุยกับชลประทานแล้วและมีการปล่อยน้ำจากลำตะคองมาช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาการปล่อยน้ำไปมีพี่น้องประชาชนตามเส้นทางลำน้ำจะมาขโมยน้ำไปบางส่วน แต่เรามีวิธีการแก้ไขปัญหาได้แล้ว
ทางด้าน ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า น้ำลำตะคองที่ปล่อยมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนสำหรับเป็นน้ำดิบผลิตเป็นน้ำประปาสำหรับอุปโภค บริโภคกว่าจะเดินทางมาถึงช้าทั้งนั้น ตอนนี้ไม่อยากพูดเรื่องเปอร์เซ็นต์ภาพรวมของน้ำทั้ง 5 อ่าง ซึ่งตอนนี้สถานการณ์น้ำรวมเหลือประมาณ 40% ทั้งอ่างขนาดใหญ่และอ่างขนาดกลาง ตนอยากบอกว่า อย่าไปดูเปอร์เซ็นต์ ขอให้ดูที่ปริมาณน้ำกัน อย่างลำตะคองตอนนี้มีอยู่ 106 ล้าน ลบ.ม. เท่ากับประมาณ 30% ถ้าดูเปอร์เซ็นต์แล้วหวาดเสียวเหลือเกิน เพราะ 106 ล้าน ลบ.ม. แต่เดือนหนึ่งใช้ 15 ล้าน ลบ.ม. หักไป 2 เดือน ก็ 30 ล้าน ลบ.ม. ก็ยังเหลือเพียงพออยู่อีก
ส่วนการกระทบผลิตไฟฟ้าตนคิดว่า ไม่เกี่ยว เพราะสูบขึ้นปล่อยลง แต่อย่างไรก็ตามเราคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนน้ำสงกรานต์ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมีการเตรียมการไว้แล้ว ม.ล.อนุมาศฯ กล่าว






