วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้สูงอายุ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้สูงอายุ

ในคนสูงอายุจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้มีอัตราตายสูงขึ้นในผู้สูงอายุ

ในคนสูงอายุจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้มีอัตราตายสูงขึ้นในผู้สูงอายุ และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เช่น ทำงานไม่ได้ดีเท่าที่ควร เหนื่อยง่ายขึ้น และเป็นภาระกับครอบครัวและสังคมมากขึ้น

สมัยก่อนการรักษาทำได้จำกัด แต่วิวัฒนาการปัจจุบันพบว่ามีการรักษาได้หลายวิธีมาก สามารถลดอัตราการตาย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ถ้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคหัวใจกลุ่มนี้ จะยิ่งมากขึ้นตามความรุนแรงของโรคที่เป็น ถ้าเราสามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้จะเป็นการดีกว่าที่มาตามแก้ที่ปลายเหตุ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดได้เมื่อผนังหลอดเลือดหนาตัวซึ่งอาจจะเกิดจากผลึกไขมันไปเกาะ หรือพังผืดจากความเสื่อมหรือมีปัจจัยอื่นๆไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหนาตัวขึ้น ทำให้เลือดไหลผ่านไม่สะดวก เป็นผลให้หัวใจขาดเลือดได้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง อายุที่มากขึ้น อ้วน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมา สามารถแก้ไขหรือทำให้ดีขึ้นได้ แต่ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ คือ อายุที่เพิ่มขึ้น

คนมักจะเข้าใจว่าอาการของโรคนี้คือ เจ็บหน้าอกด้านซ้าย และเจ็บเสียวแปล๊บๆ เจ็บจี๊ดๆ เป็นวินาที หรือนาที ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่

ลักษณะเฉพาะทางของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ อาการเจ็บหน้าอกจะต้องเป็นที่บริเวณกลางหน้าอกตรงบริเวณเหนือลิ้นปี่ขึ้นมาเล็กน้อย ลักษณะจะแน่นๆ หน้าอกเหมือนมีอะไรมาบีบรัด หรือมีของหนักทับอกอยู่ อาจมีอาการร้าวไปที่บริเวณไหล่ซ้าย และแขนซ้าย หรือร้าวไปที่กรามทั้งสองข้าง และที่สำคัญมักจะสัมพันธ์กับการออกแรงหรือออกกำลังกาย เพราะช่วงนั้นหัวใจจะต้องการเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น แต่เลือดไปไม่ได้เพราะว่ามีหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบอยู่ อาการที่เป็นอยู่จะต้องนานเป็นนาทีขึ้นไป เพราะฉะนั้น ถ้ามีอาการเสียวแปล๊บๆ เป็นวินาที เป็นด้านซ้ายของหน้าอกไม่สัมพันธ์กับการออกแรงไม่ได้เป็นจากหลอดเลือดหัวใจตีบ

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยมีอาการเฉพาะทางของโรคนี้ครบทุกอย่าง แต่ไม่สัมพันธ์กับการออกแรง หรือออกกำลังกาย ให้สงสัยว่าอาจจะไม่ใช่เป็นการขาดเลือดธรรมดา อาจจะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดขึ้นอย่างกระทันหัน ไม่ใช่แค่หลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ส่วนใหญ่พวกนี้อาการจะรุนแรงมากกว่าการขาดเลือด มักมีอาการเหงื่อออก จะเป็นลมร่วมด้วย โรคนี้จะมีอันตรายมากกว่าโรคหัวใจขาดเลือด และมีผลแทรกซ้อนมากกว่า

ดังนั้น เมื่อสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว จากที่กล่าวไว้แล้วว่า อาการเจ็บหน้าอกอาจเป็นได้จาก 2 กรณี คือ เกิดจากการขาดเลือด เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย จากการอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอย่างกะทันหัน

การปฎิบัติตัวใน 2 กรณีมีความแตกต่างกันดังนี้ คือ ถ้าเป็นจากการขาดเลือดจากหลอดเลือดตีบ คือ มีอาการขณะออกแรง หรือออกกำลังกาย ให้หยุดการออกแรง หรือออกกำลังกายที่มากจนทำให้เกิดอาการ และไปพบแพทย์โดยเร็ว แต่ไม่ถึงกับฉุกเฉิน

แต่ถ้าเป็นจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย จากการอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอย่างกะทันหัน คือ มีอาการในขณะพักหรืออยู่เฉยๆ โดยมีอาการค่อนข้างมาก ให้ไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม เพราะว่า โรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดตอนกลางคืน) เพราะกล้ามเนื้อจะตายเกือบทั้งหมดภายใน 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้าเราแก้ไขได้ก่อน 4-6 ชั่วโมง จะสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในปัจจุบันมียาฉีดที่สามารถละลายก้อนเลือดที่ไปอุดตันหลอดเลือดได้ผลดีมาก ฉะนั้น ถ้ามีอาการของโรคนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้นานเกิน 4-6 ชั่วโมง