มหาดไทย เร่งถกปรับแผนภัยพิบัติชาติ ปูพรมส่งไม้ต่อทุกจังหวัด หวังลดความสูญเสีย รับ 3 ภัยเผชิญ แล้ง-ท่วม-หนาวซ้ำซาก
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึง การระดมความคิดเห็นในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการวิพากษ์แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2553-2557 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยจัดขึ้นว่า หลักสากลเรื่องภัยพิบัติได้กำหนดไว้ทุกประเทศต้องมีแผนชาติ โดยจะต้องมีการปรับปรุงทุก 5 ปี ยกเว้นหากมีเหตุภัยพิบัติเกิดขึ้นจึงสามารถปรับก่อนเวลาได้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ถึง 5 ปีประเทศไทยประสบภัยพิบัติในปี 2554 ที่ผ่านมาทำให้ต้องขยับเวลาการปรับทุก 5 ปีมาเป็น 3 ปีครึ่ง โดยมีการนำประสบการณ์จากเหตุการณ์ปี 2554 ที่ผ่านมา มาเป็นตัวหลักในการปรับแผนภัยพิบัติแห่งชาติ
ดังนั้นวันนี้ได้มีการประชุมสัมมนาเพื่อเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยยึดแนวพระราชดำริหลัก 2P 2R การมีส่วนร่วม ซึ่งยุทธวิธีสร้างสายสัมพันธ์เป็นแนวคิดหลักในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติพ.ศ.2558 -2562 ให้ครอบคลุมทุกประเภทภัยทุกมิติของการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งจะเชื่อมโยงการบูรณาการและนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
“เมื่อทำแผนในระดับชาติเสร็จแล้วระดับจังหวัดก็จะต้องไปทำให้สอดคล้องกันกับระดับทุกหน่วยราชการ ตั้งแต่ระดับกระทรวง กรมรวมมาเป็นซิงเกิ้ลคอมมาน สำคัญที่สุดวันนี้เราจะเน้นเรื่องทำให้ประชาชนตระหนักทำความเข้าใจ เมื่อทางภาครัฐมีการส่งสัญญาณถึงสถานการณ์ภัยพิบัติมีความรุนแรงระดับไหนแล้ว นอกจากนี้ต้องมีการให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนตั้งแต่แรกเริ่มในการที่จะช่วยตัวเองเป็นสำคัญ” รมว.มหาดไทย กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ถือว่า มีประโยชน์อย่างมาก เพราะจะมีการจำลองเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่ต้องมีศูนย์บัญชาการที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้การสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกันเรื่องการเตรียมความพร้อมในการซ้อมแผนให้จำลองเหมือนสถานการณ์จริงมีความจำเป็นต้องทำมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า เพราะถ้าสามารถป้องกันภัยพิบัติได้ ความสูญเสียจะลดลงถึง 8 เท่าตัวจากความสูญเสียจริง
อย่างไรก็ตามภัยที่เราเจอประจำคือหน้าร้อนก็ภัยแล้ง หน้าฝนก็น้ำท่วม และหน้าหนาวก็หนาว ถือเป็น 3 ภัยที่ต้องเจอทุกปีที่ต้องแก้ทุกปีแล้วยังเป็นภัยจากธรรมชาติ ไปกับภัยอื่นๆ อีก 18 ประเภท ส่วนมาตรการในการแจ้งเตือนภัยนั้น ต่อไปจะมีความรวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถมั่นใจได้ รวมถึงจะต้องมีการทำความเข้าใจกับสื่อมวลชน เพราะสื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้พลังของประชาชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึง แนวโน้มของแผนฯ ปี 2558-2562 จะมีภัยที่ต้องระวังว่า ประเทศไทยแบ่งสาธารณภัยออกเป็น 18 ประเภท โดย 4 ประเภทเป็นภัยจากความั่นคง ส่วนอีก 4 ประเภทเป็นสาธารณภัยที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือภัยจากธรรมชาติ สำหรับภัยที่มีความถี่หรือมีความรุนแรงค่อนข้างมากคือ อุทกภัย ภัยแล้ง ภัยหนาว ดินโคลนถล่ม หมอกควันพิษ วาตภัย เป็นภัยประจำถิ่นที่เกิดขึ้นเป็นประจำและทวีความรุนแรงขึ้น






