หมูกับวรรณ และความฝันหลังอาน

หมูกับวรรณ 
และความฝันหลังอาน

จากความฝันของคนไทยธรรมดาสองคน ที่ใครต่อใครก็มองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในที่สุดความกล้าหาญก็เปลี่ยนฝันให้ หมูและวรรณ ปั่นจักรยานรอบโลกสำเร็จ

จากความฝันของคนไทยธรรมดาสองคน ที่ใครต่อใครก็มองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในที่สุดความกล้าหาญก็เปลี่ยนฝันให้ หมู-เจริญ โอทอง และ วรรณ-อรวรรณ โอทอง กลายเป็นสามีภรรยาคนไทยคู่แรกที่ปั่นจักรยานรอบโลกสำเร็จ

5 ปี 11 เดือน 1 วัน ใน 43 ประเทศ 6 ทวีป ระยะทางกว่า 40,000 กิโลเมตร คือบทพิสูจน์พลังใจอันกล้าแกร่งของคู่สามีภรรยาชาวไทยคู่แรกและคู่เดียวที่พลิกฝันอันยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นจริง โดยปั่นจักรยานแบกสัมภาระหนักอึ้งไปบนเส้นทางแห่งฝัน ผ่านหลายประเทศ ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา พบเจอผู้คนมากมาย และหลากหลายเรื่องราวที่จะมีเพียงคนกล้าทำตามฝันเท่านั้นจะได้พบเจอ

ปั่นจักรยานกันมานานแค่ไหน

วรรณ : ปั่นจักรยานเป็นก็ตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ ปั่นไปเรียนหนังสือ

หมู : ผมเป็นคนต่างจังหวัด เป็นคนนครศรีธรรมราช อำเภอสิชล อาจเพราะจักรยานเป็นเรื่องสนุกสนาน ได้ปั่นจักรยานของคุณปู่ ปั่นจักรยานเล่นตามริมคลอง ที่มีจักรยานจริงๆ ก็ตั้งแต่มัธยมหนึ่งที่ปั่นไปโรงเรียนทุกวัน ช่วงที่ปั่นก็มีเพื่อนใหม่ๆ เพื่อนซ้อนท้ายมาด้วย มีวิถีจักรยานแบบนี้

จากปั่นไปโรงเรียน กลายเป็นปั่นรอบโลกได้อย่างไร

หมู : มันใช้เวลาพัฒนา ถ้าย้อนไปอีกในช่วงวัยเด็กก็มีบ้างที่ปั่นไปเที่ยวทะเล หรือไปไกลจากบ้านจนโดนไม้เรียว พอชีวิตพัฒนามาถึงเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ คุณวรรณก็เข้ามากรุงเทพฯและเจอกัน มันเป็นช่วงที่กลุ่มผมชอบเดินป่า คุณวรรณก็เข้ามาด้วย เรื่องจักรยานก็เริ่มเข้ามา แต่ความคิดที่จะไปรอบโลกคือคุณวรรณ

วรรณ : ตอนนั้นพี่หมูสอนวรรณปั่นเสือภูเขา ก็ไปกับกลุ่มเพื่อนๆ รู้สึกหลงเสน่ห์จักรยาน พี่หมูก็บอกว่าถ้าซื้อจักรยานใหม่ แพงๆ ถ้าไม่ได้จักรยานที่ถูกใจ กลัวว่าจะไม่รักจริงและไม่ใช้จักรยาน ทุกคนก็บอกให้ลองมาปั่นดู เราก็ปั่นหลายที่ในเมืองไทย ไปปั่นรอบเกาะช้าง ไปปั่นจักรยานรอบเกาะกูด ไปทุ่งแสลงหลวง มีวันหยุดยาวเราก็ไป รู้สึกว่าชอบมากเลย ได้สัมผัสธรรมชาติ ได้กางเต็นท์นอน ได้ไปเส้นทางป่าภูเขา

วันหนึ่งวรรณกับหมูได้ไปเจอนักจักรยานชาวฮอลแลนด์ เขาปั่นจักรยานจากฮอลแลนด์มาถึงเมืองไทย ก็รู้สึกทึ่งว่าเขาทำได้อย่างไร ถามเขาว่าชอบประเทศอะไรมากที่สุด เขาบอกว่าประเทศลาว วรรณกับเพื่อนๆ ก็เลยไปลาวกัน ปั่นจักรยานจากหลวงพระบางเข้าเวียงจันทน์ ปั่นกันห้าวัน มีความสุขมากเลย นอนกับชาวบ้าน เห็นวิถีชีวิตคนลาว ก็ประทับใจ หลังจากนั้นตกลงกับเพื่อนๆ ว่าจะไปปีละประเทศ เก็บเงินไปกัน

ปรากฏว่าช่วงนั้นวรรณตกงาน เพราะได้เงินเดือนเยอะเป็นอันดับสองของออฟฟิศ เป็นบริษัทน้ำหยดของอิสราเอล เขาก็เชิญวรรณออกแล้วให้เงินมาก้อนหนึ่ง อยากหาที่อ่านหนังสือเงียบๆ พี่หมูเลยให้วรรณไปเกาะช้าง ไปอยู่กับชาวประมง ใช้ชีวิตกับชาวบ้าน วันหนึ่งวรรณได้ทำงานที่สถานทูตอเมริกา ก็ได้อ่านเรื่องราวของคนอเมริกันไปปั่นจักรยานรอบโลก ก็คิดว่า ใช่เลย! ความฝันเรา จะเก็บเงินให้ได้หนึ่งล้านเพื่อไปจ้างบริษัททัวร์พาไป

วรรณเลยเอาความฝันนี้ไปเล่าให้คุณทอม เคลย์เตอร์ นักบินรอบโลก บินมาเจ็ดสิบประเทศ ศึกษาวัฒนธรรม พูดภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ได้ เขาบอกว่าวรรณกับหมู ถ้าไปกับทัวร์แบบนั้น วรรณกับหมูไม่ชอบหรอก ไม่ต้องไปชื่นชมฝรั่ง คนไทยก็ทำได้ เขาบอกว่า ขอให้เริ่มต้นทำความฝัน แล้วเขาจะเป็นที่ปรึกษาให้ เพราะคนไทยช่วยเขาเยอะมาก วรรณกับหมูรู้ไหม เขาเห็นแววตาคนมาทั่วโลก วรรณกับหมูนี่แหละทำได้ คุณสมบัติทั้งสองคนประกอบกันจะทำได้ และถ้าวรรณกับหมูทำสำเร็จ มันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนลุกขึ้นมาทำความฝันอีกเยอะมากเลย

รู้จักทอม เคลย์เตอร์ ได้อย่างไร

วรรณ : อ่านหนังสือนิตยสารสารคดีค่ะ รู้สึกว่าอยากเป็นเพื่อนกับเขา ก็อีเมลไปเล่าให้เขาฟังว่า วรรณกับหมูเป็นแฟนกัน เราปั่นจักรยานกัน และนัดวันปั่นจักรยานไปหาคุณทอมที่สนามบินบางพระ ได้คุยกับคุณทอม ได้ข้อคิดอะไรมากมาย คนก็ไปหาคุณทอมเยอะแยะเลย

คนอื่นๆ ได้ทำตามฝันแบบที่คุณทั้งสองทำหรือไม่

วรรณ : ฝันของเรามันยิ่งใหญ่ค่ะ ฝันของคนอื่นๆ ก็คงได้ทำ เพราะคุณทอมก็แนะนำ แต่คุณทอมบอกว่า น้อยคนที่จะลุกขึ้นทำความฝัน เพราะมีมูลนิธิเยอะแยะเลยที่ช่วยเรื่องน้ำท่วม ไฟไหม้ โรคเอดส์ แต่คนที่จุดประกายเรื่องความฝันมีน้อย เขาบอกว่าให้ฟังเสียงเรียกร้องในหัวใจ ให้นิยามความฝัน ให้ทำตามความฝัน อย่าเก็บไว้

หมู : คนที่กล้าทำตามฝันต้องมีศรัทธาอะไรบางอย่าง อย่างที่วรรณพูดมา นิยามความฝัน คุยกับคุณทอม มีขั้นมีตอน ผมเกิดความรู้สึกกังวลมาก และซีเรียสมากกับเรื่องนี้ หนึ่ง ผมไม่มีประสบการณ์ไปต่างประเทศ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วสิ่งที่คุณมาแปลความหมายกันเนี่ย คุณได้ถามผมอย่างแท้จริงไหมว่า ผมปรารถนาจะไปด้วยไหม ผมปั่นจักรยานได้ ผมเดินป่า ใช่ แต่นี่คืออากาศที่นี่ ภาษาที่นี่ ใช้เงินตราที่นี่ ถ้าไปต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม มันยาก

ตามประสานักเดินทาง ก็ถามคำถามคุณทอมกับคุณวรรณตลอดเวลาช่วงที่เตรียมตัว เพราะว่าเราเป็นแฟนกันแล้ว พอเป็นแฟนกันแล้ว บางครั้งต้องแชร์กัน ดังนั้น จุดที่ทำให้เกิดแรงศรัทธาคือคุณทอม เขาพยายามอธิบายเป็นภาษาไทยมากขึ้น ให้ผมเข้าใจว่า หนึ่ง อย่าไปกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งกังวล ผมมักจะตั้งโจทย์เป็นข้อๆ ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น คุณวรรณป่วย ผมจะหาหมอได้อย่างไร เขาบอกอย่าเพิ่งกลัว ความเป็นนักเดินทางจะถูกนำออกมาใช้ได้

และจงเชื่อมั่นในพลังความฝัน ฝันที่ยิ่งใหญ่จะมีคนเข้ามาช่วย ลองตั้งโจทย์แล้วไปบอกคนสิว่าจะไปปั่นรอบโลก คนจะออกมาให้ความช่วยเหลือเยอะแยะ คุณทอมเขามีประสบการณ์มาก สิบเอ็ดปี เจ็ดสิบกว่าประเทศ สิ่งที่เขาให้มาแต่ละข้อ ผมก็ค่อยๆ คล้อยตาม จากประสบการณ์ที่เราเดินทางในเมืองไทย และจากประสบการณ์ที่เขาไปรอบโลก มันใช่ทั้งนั้น นี่ทำให้ผมเริ่มเห็นด้วยและร่วมเดินทาง

ที่เขาให้แต่ละคำ แต่ละประโยค มันใช้ได้หมด ลึกซึ้ง ทุกครั้งที่เกิดปัญหา หรือข้อติดขัดเวลาเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ จับไปข้อไหนใช้ได้หมดเลย นี่คือจากผู้มีประสบการณ์จริง ซึ่งมีคุณค่ามาก ทำให้เราเชื่อเสมอว่าเมื่อเรากลับมาแล้วเราจะจุดประกายคน ให้คนนั้นมีพลังขึ้นลุกไปทำความฝันเขาง่ายขึ้น วันนั้นเราเห็นด้วยกับคำพูดนี้

ถ้าเรากล้าเผชิญ เราจะอยู่ในโลกนี้โดยเสรี เราต้องกล้าบอกความฝัน พอกล้าบอก คนที่ไม่เห็นด้วยต้องมีเยอะแน่ๆ เพราะมันแตกต่างจากชีวิตปกติ คนที่ไม่เห็นด้วยแน่ๆ สองคน คือ ครอบครัว เพื่อนที่อยู่ใกล้ชิด เพราะชีวิตมันเปลี่ยนไป แต่ถ้าเราลำดับขั้นตอน จัดการให้ดีแล้ว ฝันนี้เราบอกไปแล้ว เรามุ่งมั่นจริงๆ จากคนที่ค้านหรือไม่เห็นด้วย เขาจะมาถามแล้วว่าไปเมื่อไร ไปกี่วัน ใช้เงินเท่าไร มันทำให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้น ก็จะไปตรงกับ ฝันที่ยิ่งใหญ่จะมีคนเข้ามาช่วย

ใช้เวลาเดินทางรอบโลกนานแค่ไหน

วรรณ : 5 ปี 11 เดือน 1 วัน ไป 43 ประเทศ 6 ทวีป 40,000 กิโลเมตร ตอนแรกจะไป 3 ปี ถึง 3 ปีครึ่ง ปรากฏว่าเดินทางจริง มีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะ ก็เลยใช้เวลาถึง 6 ปี

หมู : มันน่าสนใจกว่าที่คิด มันน่าสนใจกว่าที่หาข้อมูลไว้อีกเยอะ หรือบางอย่างเรายังไม่รู้ ก็อยู่ต่อ เช่น พักที่หนึ่ง เขาบอกว่าอีกสองวันจะมีงานประจำปี เราก็ทบทวนว่าควรไปหรือควรอยู่ต่อ พออยู่ต่อก็ทำให้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น แต่มันก็เติมเต็มอะไรบางอย่าง

วรรณ : เราไปด้วยจักรยาน มันสวยงามตรงที่เราใช้จักรยาน จักรยานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่เราใช้จักรยานไปเรียนรู้โลกกว้างพร้อมกัน เพราะการเดินทางด้วยจักรยานมันช้าค่ะ แต่มันมีสีสัน ก็เลยเปิดกว้างเลยว่าจะไปนานเท่าไร

เจอเหตุการณ์รุนแรงบ้างไหม

วรรณ : ถูกปล้นค่ะ วันนั้นเราทั้งสองอยู่ที่ประเทศเอกวาดอร์ ในเมืองริโอแบมบ้า ก็พักที่เมืองนี้ระยะหนึ่ง เช้าวันนั้นเราเดินทางจากที่พัก ช่วงนั้นก็ปั่นอยู่บนเทือกเขาแอนดีส ยากมากเลย ขึ้นเนินอย่างเดียวแปดกิโลเมตร ก็เลยพักจอดจักรยานข้างทาง แป๊บหนึ่งมีผู้ชายห้าคนเดินมา เราก็นึกว่าเป็นชาวบ้าน ปรากฏว่าพอมาใกล้ตัว เขาก็รีบเอาโม่งคลุมหน้า ควักปืนขึ้นมาบังคับให้วรรณกับพี่หมูเข้าไปในป่าข้างทาง สี่คนดูเหตุการณ์ สองคนไปยกจักรยานขึ้นมากระจายของหมดเลย เลือกอะไรที่เขาอยากได้ เขาถามว่าเงินอยู่ที่ไหน วรรณก็ชี้ไปที่พี่หมู เขาไปค้นก็ไม่เจอ เลยกลับมาค้นที่วรรณ แต่ไม่เจอเพราะซ่อนไว้ในกางเกง

ช่วงที่โดนโจรปล้น พี่หมูเขามีสติ บอกว่า เรามีของอะไรให้เขาไปเถอะ เราสวดมนต์กันดีกว่า ถ้าเราจะตาย เราขอตายท่ามกลางจิตที่สงบ พี่หมูก็สวดมนต์ แล้วคำว่าพระเจ้าก็ไปกระทบใจโจร พอเขาได้ยินเขาก็บอกให้เราใจเย็นๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาว่าเขาคงไม่ฆ่าเรา

ทำไมถึงมีสติ ทั้งๆ ที่เป็น-ตายเท่ากัน

หมู : คงจะมีปูมหลังมั้ง เพราะผมเคยเป็นเด็กวัด สวดมนต์ทุกวัน อยู่กับพระทุกวัน อาจได้รับการสั่งสมมาบ้าง อีกอย่างคือผมรักการเดินป่า ก็อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ผมเชื่อว่าผู้หญิงหรือแม่บ้าน เขามักจะห่วงสิ่งของเป็นธรรมดา พอโจรเอาปืนมาจ่อ เริ่มรู้สึกกังวลแล้วว่าเราต้องตายแน่ๆ ดังนั้นถ้าเราจะตาย วิญญาณต้องกลับบ้านอย่างมีความสุข

วรรณ : เราโชคดีมากที่ไม่โดนฆ่า เพราะได้ยินจากคนที่นั่นบอกว่า ส่วนมากนักท่องเที่ยวโดนฆ่าหมด ประเทศเขายากจน นักการเมืองเอาเงินออกนอกประเทศเยอะ ทำให้เศรษฐกิจเอกวาดอร์แย่มาก ผู้คนยากจน เขาจึงคิดว่านักท่องเที่ยวมีเงินเยอะก็เลยปล้น

หมู : การถูกปล้นครั้งนี้ ถ้าเป็นไม้ไผ่ก็เป็นข้อที่มันจะแตกหน่อ มันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่สำคัญมาก เพราะก่อนโจรปล้น เราทะเลาะกันมากเกือบทุกวัน เพราะเราอยู่ที่เดียวกัน ในเรื่องเดียวกันร่วมสองปีแล้ว ตลอดเวลา ก่อนที่จะโดนโจรปล้น เราทะเลาะกันหนักพอสมควร พอวันรุ่งขึ้นก็เจอเหตุการณ์นี้ ทำให้เราหมดพลัง ไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยหลังอย่างไร คุณวรรณก็อีเมลไปถามคุณทอมว่าเราจะทำอย่างไรดี คุณทอมก็บอกว่า The bad thing is a good thing. เราก็เศร้าจังเลย ทำไมตอบแบบนี้ เขาก็ว่า เธอลองคิดดูนะ โจรไม่ฆ่าเธอ ต้องขอบคุณโจรนะที่ยังให้ชีวิตอยู่ เธอมีอะไรสูญหายไปบ้าง เราก็รายงานตามที่แจ้งความไปเลย 25 รายการ เขาก็บอกว่า นั่นมันแค่สิ่งของที่โจรปล้น เธอจะไปต่อก็ได้ กลับเมืองไทยก็ได้ เป็นความชอบธรรมของชีวิตที่ทำได้ เธออธิบายใครก็ได้ที่ทราบข่าวในเรื่องนี้

แต่คุณทอมถามไว้คำถามหนึ่ง...โจรปล้นสิ่งของเธอไป แต่โจรปล้นความฝันของเธอได้หรือเปล่า เธอยังมีฝันอยู่ใช่ไหม ถ้ามีเธอคงตอบได้ ดังนั้นเราก็คิดต่อได้ว่าสิ่งที่เคยคุยกันตลอดว่า การเริ่มต้นทำความฝันมันยาก แต่ถ้าเราได้เริ่มใหม่ในต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม มันจะเข้มข้นขึ้น จะละเมียดละไมขึ้น และระแวดระวังขึ้น จุดนี้ทำให้เราพร้อมเดินทางครั้งใหม่

หลังจากนั้นทะเลาะกันอีกไหม

หมู : ก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่เราเข้าใจแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องแตกหักหรือไม่มีทางไป เพราะเราย้อนกลับมาที่เป้าหมายว่าเรามาทำความฝันปั่นรอบโลก คุณมีความถนัดเรื่องอะไร ผมมีความถนัดเรื่องอะไร เรามาช่วยกัน

วรรณ : การเดินทางรอบโลกครั้งนี้เป็นการเดินทางภายใน เราไม่มีบ้าน เราทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน จ่ายบัตรเครดิต ปิดประตูบ้านและเดินทางโดยมีกระเป๋าเดินทาง มีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด เดินไปในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่มีบ้านหกปี ไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน ต้องให้อภัยกับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะคนที่พูดจาไม่ดี หรือคนที่เกรี้ยวกราดใส่ หรือคนที่ขว้างกระป๋องน้ำอัดลมใส่ หรือถ่มน้ำลายใส่ เราต้องพร้อมใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี และให้อภัยกับทุกสิ่งทุกอย่าง

นักเดินทางมักจะกลัวการมีลูก เพราะคิดว่าจะขาดอิสระ

หมู : จริงๆ การมีลูกคือปรารถนามี ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวเรื่องอิสระ แต่คิดว่าจะมีห่วง ต้องมีภารกิจกับลูกแล้ว เราอาจไปได้ไม่ไกลขึ้น แต่สำหรับเราทั้งสองเป็นนักเดินทางที่แท้จริง อย่างน้องเย็นตา (ด.ญ.เย็นตา โอทอง) จะใช้ชีวิตกับผมและคุณวรรณตลอดเวลา ตั้งแต่สองเดือนเศษๆ คอเริ่มตั้ง ผมก็จับใส่กระเป๋า พาไปดูไร่ลิ้นจี่ ไปดูเขาเก็บลิ้นจี่ที่อัมพวา แล้วค่อยๆ พัฒนาในจักรยานเรื่อยๆ

วรรณ : ตั้งแต่อยู่ในท้องค่ะ เพราะตอนท้องแก่ วรรณยังปั่นจักรยานเลย คุณหมออนุญาต

หมู : สิ่งที่เราไปรอบโลก เป้าหมายที่แท้จริงคือทำความฝันของคนคู่หนึ่ง เป้าหมายต่อไปคือจุดประกายฝันของคนอื่น และเป้าหมายที่ผมกับวรรณมีลูกก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ลูกของเราจะได้คือ เขาจะมีชีวิตที่มีอิสรภาพบนโลกใบนี้ เราจะเติมความรู้สึกนี้ ให้เขาได้เดินทาง ให้เขารักเพื่อนมนุษย์ เขาจะยืนในโลกนี้โดยเสรี ถามว่ามีปัญหาไหม มีครับ เวลามันน้อยลง ดังนั้นเราจึงมีทริปที่แตกต่างออกไป คุณทอมบอกว่า Now, We are three.

มีอะไรบอกกับคนที่ฝัน แต่ยังไม่กล้าทำตามฝัน

วรรณ : ความฝันมันอยู่กับเราตลอดชีวิตค่ะ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำ ความฝันก็จะเป็นแค่ความฝัน แต่ถ้าเราเริ่มต้น เราลุกขึ้นทำให้มันเป็นจริง สิ่งดีๆ จะรออยู่ข้างหน้า เราต้องใจเด็ด ต้องกล้าพอ รวบรวมความคิด พลังใจ แล้วเดินไปหามัน และวันนั้นเรามองกลับมาเห็นความฝันเล็กๆ เติบโตเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ เราจะมีความสุขมากเลยค่ะ

หมู : ทุบหม้อข้าว! สิ่งที่คุณทอม เคลย์เตอร์พูดมาทั้งหมด คือ ทุบหม้อข้าว กล้าที่จะลาออกจากงานอย่างถูกต้อง เตรียมตัว เพราะเราทำงาน เราหวังจะมีโน่น มีนี่ แต่เมื่อคุณทุบหม้อข้าว แล้วคุณเลี้ยวไปในซอยหนึ่งที่ยังไม่มีอะไร คุณจะเป็นเจ้าของซอยนั้นในเรื่องนั้น เรายอมสละในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต เราจะเห็นความฝัน

วรรณ : ถ้าเรากล้าทิ้งบางสิ่ง เราจะได้สิ่งใหม่ๆ เข้ามา คนเราทุกวันนี้มีแต่พูด มีแต่คิด แต่คนที่ลงมือทำ ยังไม่กล้าพอ พอเราได้เดินทางรอบโลกแล้ว ได้เจอคนๆ หนึ่ง วรรณเล่าประสบการณ์ให้เขาฟัง เขาบอกว่า Life is game, you win."
...
สุดท้ายวรรณกับหมูเปิดเผยว่าตั้งแต่กลับจากปั่นจักรยานรอบโลก ทั้งสองคนถูกสัมภาษณ์จากสื่อต่างๆ มากมายหลายแขนง ทั้งยังได้รับเชิญไปบรรยายให้นิสิตนักศึกษาฟัง อาจไม่ต้องนับจำนวนครั้งเพราะมากเหลือเกิน จนบัดนี้...วรรณกับหมูและน้องเย็นตาก็ยังร่วมจุดประกายฝันจากหลังอานจักรยานอย่างเต็มใจ