ใครๆก็สวยได้โดยไม่ต้องถึงมือหมอ แค่กินดี นอนดี ออกกำลังกายดี ทำความสะอาดดี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว แค่นี้ก็ใสปิ๊ง
ใครๆก็สวยได้โดยไม่ต้องถึงมือหมอ แค่กินดี นอนดี ออกกำลังกายดี ทำความสะอาดดี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว แค่นี้ก็ใสปิ๊ง
พญ.ภัทรา พิมลศานติ์ แพทย์ผิวหนังโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ผิวพรรณของแต่ละคนต่างกันแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่ ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวผสมและผิวแพ้ง่าย แต่ละประเภทย่อมต้องการการดูแลที่แตกต่างและหลากหลาย อีกทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพผิวดี สดใส สมวัยแล้ว ยังลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวธรรมดาควรเลือกที่มีค่าพีเอชเป็นกลางหรือ Ph 5.5 และควรอาบน้ำที่อุณหภูมิห้องมากกว่าการเลือกน้ำอุ่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุเนื่องจากต่อมไขมันทำงานได้น้อยลง จะมีผลให้ผิวแห้งง่ายกว่าคนวัยหนุ่มสาว
สำหรับคนที่มีผิวแห้งเป็นทุนเดิม อาจเลือกใช้สบู่เหลวที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง อาบด้วยน้ำปกติ รวมถึงทาโลชั่นหรือเบบี้ออยหลังเช็ดตัวจนแห้ง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวอาจทาซ้ำได้ตลอดวัน เพื่อลดความแห้งของผิวหนังที่เกิดขึ้นได้
คนผิวมันควรจะอาบน้ำและล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน เท่านี้ถือว่าพอแล้ว ไม่ต้องล้างบ่อยๆ เพราะการล้างบ่อยหรือขัดหน้าแรงๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดแผลได้ แต่แนะนำให้ใช้การซับหน้าแทนการล้างหน้า และเลือกใช้ครีมหรือโลชั่นเนื้อบางแทนสูตรที่มีความเหนียว
ส่วนผิวหนังประเภทผิวแพ้ง่าย กลุ่มนี้มักคิดว่าผลิตภัณฑ์สูตรสำหรับเด็กคือคำตอบ แพทย์ผิวหนัง กล่าวต่อว่า ถือว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กมีน้ำหอมเจือปนอยู่ด้วย และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้เช่นกัน
"คนที่ผิวแพ้ง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมระบุชัดเจนว่า ปราศจากสารกันเสีย (Preservative Free) โดยเฉพาะพาราเบน (Paraben Free) และน้ำหอม (Fragrance Free) รวมถึงก่อนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ควรทดสอบการแพ้ด้วยการทาที่ท้องแขนต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะนำไปใช้ที่หน้าหรือลำตัวโดยตรง จะลดความเสี่ยงในการเกิดการแพ้ได้ดีที่สุด"แพทย์ผิวหนัง กล่าว
การเลือกซื้อครีมหรือโลชั่น เทคนิคการเลือกไม่ยากอย่างที่คิด เพียงสังเกตผิวเราว่ามีน้ำมันออกมามากหรือน้อย ผิวแห้งมากแค่ไหน ถ้าผิวแห้งให้เลือกครีมหรือโลชั่นที่มีเนื้อครีมเหนียวข้น แต่ถ้าเป็นคนที่มีผิวมันอาจเลือกเนื้อโลชั่นแบบบางหรือเนื้อเจล
นอกจากนี้ ขาหนีบ รักแร้ คอ ใบหน้า เป็นจุดที่ผิวบอบบาง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และการกำจัดขนจุดต่างๆ ของร่างกายก็ไม่ควรถอน เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดขนคุด ริ้วรอยดำและแผลเป็นตามมาได้
ส่วนฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก เป็นจุดที่มีผิวหนาอาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยูเรีย เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ให้นุ่มเนียน หรือหากเกิดผิวแตกลายร่วมด้วยก็ให้เลือกผลิตภัณฑ์สูตรเนื้อครีมหนาทาเป็นพิเศษ จะช่วยลดความแห้งกร้านลงได้
"การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวพรรณดี สดใสจากภายในได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองก็ได้ หรือหากสนใจที่จะทำควรศึกษารายละเอียดของเทคนิคและวิธีให้ดีก่อน เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ หากวิธีนั้นๆ ไม่เหมาะสม" พญ.ภัทรา กล่าวและว่า อาหารที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณจะเป็นกลุ่มผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี และเลือกกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต อาหารทะเล เมล็ดทานตะวันเพื่อบำรุงเล็บและผม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ที่มีอาการหรือความผิดปกติทางผิวหนังไม่ควรซื้อยากินหรือยาทาด้วยตัวเอง แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์โดยตรง เพราะการเลือกซื้อยาเองอาจเกิดอาการแพ้ยาหรือผลิตภัณฑ์มากกว่าเดิม และทำให้รักษาได้ยากขึ้น จนเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแผลเป็นในระยะยาวก็ได้







