กรมควบคุมมลพิษเผยสถานการณ์หมอกควันในจังหวัดลำปาง-แพร่ เกินค่าวิกฤติแล้ว
กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานค่าเฉลี่ยของ จ.ลำปาง มายังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จ.ลำปาง และสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ให้ทราบว่า ในวันนี้ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ใน จ.ลำปาง 4 แห่ง ได้รายงานค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในหมอกควันไฟ ที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง อยู่อย่างหนาแน่น โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติ ที่ตั้งอยู่สำนักงานการประปาแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รายงานค่าสูงสุดใน จ.ลำปาง วัดได้ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถือว่า เป็นค่าเฉลี่ยสูงสุดในภาคเหนือตอนบน และเป็นค่าที่เกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ที่หายใจในที่โล่งแจ้ง
ส่วนจังหวัด ที่มีค่าสูงรองลงมา คือ จ.แพร่ สถานีตรวจวัดที่ตั้งอยู่สถานีอุตุนิยมวิทยา อ.เมือง จ.แพร่ วัดได้ 127 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยถือว่าเกินค่ามาตรฐาน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของประชาชน จากข้อมูลรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พบค่าเฉลี่ยที่เกินค่ามาตรฐานเพียง 2 สถานี ใน จ.ลำปาง และ จ.แพร่ เท่านั้น ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ ได้แจ้งกำชับให้ทาง จ.ลำปาง และ จ.แพร่ ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการควบคุมไฟป่า และการจุดไฟเผาในที่โล่งแจ้งทุกกรณี ที่ยังมีอยู่ในพื้นที่อย่างคลอบคลุม ถือว่าเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ค่าเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทะลุค่ามาตรฐานแล้วในวันนี้ โดยเฉพาะ จ.ลำปาง ที่ค่าพุ่งสูงเกินค่า มาเป็นครั้งที่สอง ซึ่งครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา วัดได้ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ 132 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายสุวิทย์ ขัตติยวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันไฟในพื้นที่ จ.ลำปาง ที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในหมอกควันไฟ ที่ปกคลุมพื้นที่หนาแน่นขึ้น จนค่าเฉลี่ยเกินค่ามาตรฐานไปแล้ว โดยค่าที่วัดได้ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้สถานการณ์หมอกควันไฟของ จ.ลำปาง น่าเป็นห่วงอีกครั้ง และ ค่าเฉลี่ยอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก สาเหตุมาจากประชาชนทจุดไฟเผาในที่โล่งแจ้งทุกกรณี และไฟป่า ที่เกิดขึ้น ก็มาจากน้ำมือของประชาชน ที่เข้าไปในป่า แล้วจุดไฟเผา






