"เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักผัวหลง" ยังคงใช้ได้ในทุกยุคสมัย แกงถุงหรือจะสู้รสมือเมีย แต่ถ้าสุดที่รักทำอาหารไม่จัดจ้านพอ อยากให้ลองไปชิมฝีมือภรรยาคนอื่นบ้าง
"เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักผัวหลง" ยังคงใช้ได้ในทุกยุคสมัย แกงถุงหรือจะสู้รสมือเมีย แต่ถ้าสุดที่รักทำอาหารไม่จัดจ้านพอ อยากให้ลองไปชิมฝีมือภรรยาคนอื่นบ้าง
ตั้งใจขับรถออกนอกเมืองเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ท้องไส้ไม่เป็นใจ ส่งเสียงร้องโครกคราก เลยขอแวะร้าน Wife's Restaurant ในซอยทุ่งมังกร 10 ถนนบรมราชชนนี เลี้ยวรถเข้าไปสัก 50 เมตร ซ้ายมือเจอเรือนปูนหลังน้อยสีขาวแซมอิฐน้ำตาลแสนอบอุ่น เจ้าของร้านสาว อู๋-สายเพ็ชร เลาหสุขไพศาล กำลังทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเอง เลยเล็งว่าจะนั่งที่โต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ดูแข็งแรงเหล่านั้นตัวไหนดี แล้วก็ขอลงหลักปักฐานหน้าร้านซะเลย พลิกเมนูขึ้นอ่าน หมายตาอาหารไทย อย่าง "ข้าวคลุกกะปิ" ก่อน
ถึงแม้ว่า กะปิ จะมีกลิ่นแรงและมีความเค็มเข้าขั้นเสี่ยงต่อโรคไตและความดันโลหิตสูง แต่หากกินน้อยหน่อย เทียบประโยชน์ที่ได้จากกะปิแล้ว ก็ตัดสินใจออเดอร์ทันทีโดยไม่รั้งรอ กะปิมีโปรตีนแบบย่อยง่าย ไอโอดีน ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 12 ที่ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง รวมทั้งวิตามินดี และให้แคลเซียมสูง จึงช่วยเสริมกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
ทั้งยังมีข้อมูลจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิจัยพบประโยชน์ของกะปิว่า กะปิเมื่อได้รับความร้อนสูง จะเกิดปฏิกิริยาของสารแคลเซียมในกะปิ จึงช่วยชะลอการสึกกร่อนของเคลือบฟัน
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เจ้าของคอลัมน์สุดฮิตในกายใจ "กายคิดจิตกำหนด" บอกว่า กะปิเต็มไปด้วยแอนตี้ออกซิแดนท์ โดยเฉพาะ “แอสตาแซนทิน” ที่กินแล้วให้พลังต้านอนุมูลอิสระได้ดียิ่งกว่าวิตามินทั่วไป ช่วยคลายเครียดให้ดวงตา ไม่เหนื่อยล้าเมื่อยตา พร้อมด้วยสารพัดจุลินทรีย์ที่ช่วยเป็น “โปรไบโอติกส์” ในลำไส้เสริมภูมิให้เชื้อผู้ร้าย แถมยังมีโอเมก้า 3 และน้ำมันจากเคยก็ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
ค้นข้อมูลกะปิยังไม่หนำใจเลย อาหารจานแรกก็มาเสิร์ฟแล้ว ข้าวคลุกกะปิจานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเครื่องเคียงนั้นสะดุดตาเหลือเกิน ... มะเขือม่วง ซึ่งกลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่ามันเป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีน แคลเซียม เหล็ก และวิตามินซี และด้วยสีม่วงนั้น ทำให้มะเขือชนิดนี้เต็มไปด้วยสารแอนโทไซยานิน ( Anthocyanin ) ซึ่งมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายเท่า ช่วยลดโอกาสการเป็นมะเร็ง และยังออกฤทธิ์ทางขยายเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และอัมพาต
นอกจากนั้นยังช่วยเสริมให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรค ซึ่งผลสด ใช้พอกบริเวณที่เป็นแผลอักเสบ ฝีหนอง หรือโรคผิวหนังเรื้อรัง ผดผื่นคัน ช่วยสมานแผล และเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น
เมนูที่สองตามมาติดๆกับอาหารฝรั่ง "เชฟเฟิร์ตพาย" ด้านบนคล้ายชีสนั้น ความจริงมันคือมันฝรั่งบดผสมเนยและนมที่กลมกลืนชวนรับประทาน ตักลงไปจะเจอเนื้อวัวที่ผัดกับหอมใหญ่และซอสเปรี้ยวให้รสสัมผัสนุ่มและรสชาติเปรี้ยวเค็ม ให้ความรู้สึกเหมือนอาหารฝรั่งจริงๆ ในขณะที่จานแรกเป็นหอมแดง แต่จานนี้ก็ยังเป็นพืชตระกูลหอมอยู่ มันคือ หอมหัวใหญ่
การรับประทานหอมหัวใหญ่ ทำให้เจริญอาหาร มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ดี เนื่องจากสารอาหารเต็มเปี่ยม มีทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน ซีลีเนียม เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก และฟลาโวนอยด์เควอเซทิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ แถมยังช่วยสลายลิ่มเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดอาการปวดอักเสบ แก้หวัด คัดจมูก แก้ท้องอืด แก้ภูมิแพ้หอบหืด ท้องเฟ้อ ท้องร่วง แก้ธาตุไม่ปกติ ช่วยขับปัสสาวะ และขับพยาธิ
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานแสนอร่อย อย่าง "แอปเปิ้ลครัมเบิ้ล" ซึ่งหลายคนก็รู้จักผลไม้แห่งการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากย้ำว่า แอปเปิ้ล มีสารสำคัญคือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ คือเพคติน มีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณ ป้องกันโรคเบาหวาน บำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล และความดันโลหิต ช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส
แถมท้ายอีกนิดว่า สีของแอปเปิ้ลต่างก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวด้วย อย่าง แอปเปิ้ลแดง มีสารแอนตี้ออกซิแด้นต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี เช่นเดียวกับแอปเปิ้ลเขียว แต่ด้วยรสเปรี้ยวอมหวาน จึงได้ของแถมควบคุมน้ำหนักไปในตัว
นอกจากนั้นยังมีแอปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิก ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ รวมถึงฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน สุดท้ายกับแอปเปิ้ลสีเหลือง มีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และต้อกระจก
อิ่มท้อง อิ่มสมองกับความรู้โภชนาการที่ได้ และยังได้รู้ว่า รสมือภรรยาคนอื่นก็อร่อยไม่แพ้สุดที่รักที่บ้านเหมือนกัน






