วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'คู่มือนักรัก' พระพรพล ปสันโน

'คู่มือนักรัก' พระพรพล ปสันโน

พระพรพล ปสันโน เลขานุการเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เปิดคู่มือนักรักฉบับกระเป๋าให้เราพิจารณากัน

"สุขของฆราวาสคือสุขในรัก แต่ก่อนที่จะไปรักใครหรือให้ใครรัก ต้องรักตัวเองก่อน"...รักตัวเองให้เป็น ทำอย่างไร... พระพรพล ปสันโน เลขานุการเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เปิดคู่มือนักรักฉบับกระเป๋าให้เราพิจารณากัน

"กิ๊กทั้งหลายเป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งนั้น ต้องมีจิตที่ตั้งมั่น รักเดียวใจเดียวให้ได้ จึงสามารถมีความรักได้อย่างมีความสุข ทุกคนอยากสมหวังในความรักเป็นธรรมดา สุขของฆราวาสคือสุขในรัก หลายคนอยากเป็นคนรัก หลายคนอยากเป็นคนที่ถูกรัก รอว่าเมื่อไหร่ ความรักจะมาถึงเสียทีในวันแห่งความรัก ดังนั้น ก่อนที่จะไปรักใครหรือให้ใครรัก ต้องรักตัวเองก่อน ท่านทั้งหลาย" พระพรพล ปสันโน ขอเกริ่นไว้อย่างกินใจ พร้อมตั้งใจจะมอบตัวอย่าง 'เหรียญบ่มรัก' ให้กับทุกคนที่กำลังมีความรัก

'คู่มือนักรัก' ทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร

มุมมองความรักทางพระพุทธศาสนาคือ ความรักด้วยเมตตา เป็นความรักที่เราปรารถนาที่จะให้คนที่เรารักและผู้อื่นเป็นสุข เมื่อเราคิดเช่นนี้ ความรักจะแผ่ไปได้กว้าง เพราะความรักที่อยากจะให้คนอื่นมีความสุข สามารถให้คนใกล้ตัวเรา คุณพ่อคุณแม่เรา พี่น้อง แม้กระทั่งที่วัยรุ่นเราเป็นอยู่ก็คือ รักในเพศตรงข้าม หรือรักแฟน ทำอย่างไรจึงจะเข้าใจว่า ความรักที่แท้จริง คือการทำให้คนอื่นมีความสุข ไม่ใช่การทำให้ตัวเรามีความสุข เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่รัก เพราะอยากให้ตนเองมีความสุข ให้สนองความต้องการของตนเอง แล้วสรุปเอาเองว่า นี่คือความรัก

ถ้าไม่ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการเป็นสิ่งผิด นี่เป็นความรักที่เห็นแก่ตัว เพราะต้องการให้เรามีความสุขอย่างเดียว แต่ไม่ได้มองถึงคนอื่น ซึ่งก็คือคนที่อยู่กับเรานี่แหละว่าเขาจะมีความสุขแค่ไหน เพราะฉะนั้น เราต้องก้าวข้ามผ่านความรักที่มีอัตตาตัวตนไปให้ได้ ถ้าต้องการความรักที่แท้จริงในวันแห่งความรัก ไม่ใช่อะไรก็คิดถึงแต่ตัวเราอย่างเดียวจนกระทั่งไม่คิดถึงคนที่เรารัก

อันตรายอย่างไร ถ้ารักนั้นเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตนเอง

เพราะถ้าวัยรุ่นทำให้วันนี้เป็นวันสำคัญ ทำอะไรให้เป็นพิเศษกว่าวันธรรมดา คนที่เป็นคู่รักกันก็คิดว่าจะต้องทำอะไรให้กันอย่างไม่ธรรมดาซะหน่อย เช่น ไปรับประทานอาหารด้วยกัน ไปซื้อของขวัญมีค่าราคาแพงให้กัน ไปดูหนังด้วยกัน และที่น่ากลัวก็คือ เรื่องของการไปแลกร่างกาย สละร่างกายให้กันและกัน ในกรณีนี้คือ ถ้ารักกันจริง เธอจะต้องสละกายให้กับฉัน เธอจะต้องให้ฉันมีความสัมพันธ์กับเธอในเรื่องของเพศ ตรงนี้ คิดว่ามันไม่ใช่ความรักด้วยความเมตตา มันไม่ใช่ความรักทางพระพุทธศาสนา

ชัดเจนเลย ความรักในพระพุทธศาสนาสอนในหลักของศีลธรรม สอนให้เราไม่ไปล่วงละเมิด ประทุษร้าย ไม่ให้เราขโมย ไม่ให้เราไปล่วงเกินคนรักของผู้อื่น วัยรุ่นหลายคนสงสัยอีก อ้าว ยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่พระอาจารย์ จะไปล่วงเกินอะไรมากมาย ก็ไม่คิดอะไรมาก แค่สนุกสมหวังกัน คือ ต้องคิดอย่างนี้ว่า แม้เขายังไม่ได้แต่งงาน แม้เขาจะยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ก็จริง แต่อย่าคิดว่าเขาไม่มีเจ้าของ แท้จริงเจ้าของคู่รักของเราไม่ใช่เรา แต่คือคุณพ่อคุณแม่ของเขา เราไปทำแบบนี้ได้ขออนุญาตหรือยัง หมั้นหรือยัง แต่งงานหรือยัง ถ้าเราไปทำเขา แล้วคุณพ่อคุณแม่เขาทราบ เขาก็เป็นทุกข์ใช่ไหม และเสียใจ ทำให้ท่านกังวลใจ ถ้าเลยเถิดไปจนถึงตั้งครรภ์ อันนี้ยิ่งอันตราย เพราะว่า เมื่อตั้งครรภ์แล้วไม่พร้อมไปพรากชีวิตในครรภ์เข้า นี่คือการทำบาปมหันต์ มันลืมได้ยาก

มีโยมวัยรุ่นคนหนึ่งมาปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ ดูเขาเศร้าหมอง พอคนไปพักกันหมด วัยรุ่นคนนี้ก็มาเล่าให้ฟังว่า อยากสารภาพบาป เคยมีแฟนคนแรก แต่โชคร้าย เป็นคนไม่ดี ล่วงละเมิดทำให้ตั้งครรภ์ ไม่ยอมบอกให้ไปหาหมอ ไม่ยอมให้บอกพ่อแม่ จน 4 เดือนผ่านไปเขาก็พาไปทำแท้ง เขาบอกว่า ลูกเป็นภาระ ถ้าไม่ทำความรักจะไม่ราบรื่น ผู้หญิงไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เชื่อเขา ทำตามเขาไป พอไปทำแท้งเสร็จก็ถูกทิ้ง รู้สึกเป็นตราบาปอยู่ในจิตใจ เพราะพรากชีวิตหนึ่งชีวิต ภาพที่หมอทำแท้งใช้เครื่องสุญญากาศดึงลูกออกมามันติดในใจ ทุกวันนี้เธอยังรู้สึกว่า เด็กคนนั้นได้ตามมาหลอกหลอนอยู่เป็นประจำ พระอาจารย์จึงบอกว่า ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ เป็นการปฏิบัติบูชาให้กับลูกตัวน้อย จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ดีขึ้น

จะป้องกันเหตุแห่งทุกข์อย่างไรในวันวาเลนไทน์

สิ่งที่เราจะทำกันในวันวาเลนไทน์ก็คือ ให้วันนี้เป็นวันแห่งสติ มาพิจารณากันว่า สิ่งที่คิด สิ่งที่ทำมันถูกหลักศีลธรรมหรือเปล่า ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิทธิเสรีภาพ พระอาจารย์โบราณแล้ว ไม่รู้เรื่อง ต้องมาพิจารณาว่า สิทธิเสรีภาพที่คิดกันนั้น มันขัดกับหลักศีลธรรมหรือเปล่า ขัดกับหลักกฎหมายหรือเปล่า ถ้าไปขัดกับสองหลักนี้ มันผิด ไม่ควรทำ

สมมติว่า เราไปล่วงละเมิดทางเพศเขา ผิดตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 เลย คือไปประทุษร้ายเขา ผิดศีลข้อที่ 2 คือไปขโมยของรักของหวงของคุณพ่อคุณแม่เขา ไปเอามาครอบครองเป็นของเราได้อย่างไร ต้องไปทำตามประเพณีเสียก่อน สมัยก่อน ผู้หญิงกับผู้ชายจะแอบไปกอดจูบกันไม่ได้ ผู้ใหญ่เขามีอุบาย เพราะรู้ว่าวัยรุ่นควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ ถ้าไปปล่อยให้จับมือถือแขน สัมผัสตรงนั้น จากจับมือกันธรรมดาก็จะกลายเป็นกอด จากกอดธรรมดาก็จะเป็นหอมแก้ม จากนั้นก็จะเลยไปถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งถึงเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะตั้งครรภ์ คนโบราณจึงให้เราสำรวมกาย รักนวลสงวนตัว ไม่ให้ไปกระทำเช่นนั้นต่อกันสำหรับเด็กวัยรุ่น

เพราะฉะนั้นวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังคิดอยู่ว่าวันวาเลนไทน์จะทำอะไรพิเศษกันดี เรามีให้ทำอะไรพิเศษเหมือนกัน ไม่ต้องไปทำแบบนั้น มาสร้างความรักที่บริสุทธิ์กันดีกว่า ความรักบริสุทธิ์เป็นสิ่งสวยงาม ความรักจะกลายเป็นสิ่งไม่งดงาม ความรักจะเปลี่ยนเป็นความร้ายนั้นใกล้กันง่ายนิดเดียว เมื่อเรานั้นไม่สามารถเข้าใจกันได้ เมื่อเราคิดแต่สนองอารมณ์ของตัวเราเอง

เนื่องในโอกาสวันแห่งความรักปีนี้จึงมีการจัดงานสวดมนต์ให้พรกับคู่รัก อยากจะรักกันให้ดีต้องมารับคู่มือรักไป ท่านเจ้าคุณพระราชญาณกวี หรือท่านปิยโสภณ รองเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ทำหนังสือ 'รักบริสุทธิ์' แจกสำหรับคู่รัก ใครที่อยากเป็นคู่รักที่ดี ให้อ่านหนังสือนี้ นอกจากนี้ ท่านยังมี 'เหรียญบ่มรัก' แจกอีกด้วย

เหรียญบ่มรัก คืออะไร

เหมือนมะม่วงจะสุกต้องมีการบ่ม เหรียญบ่มรัก เป็นเหรียญที่ให้เราระลึกถึงว่าอย่าไปชิงสุกก่อนห่าม ค่อยๆ ศึกษา เรียนรู้และใช้เหตุผล อย่าไปใช้อารมณ์ คู่รักเดี๋ยวนี้หากไม่ได้ดูเหตุผลเลยก็อันตราย เพราะจะทำตามกิเลสตัณหาเสียมาก ปีนี้ เราจึงจัดฟังธรรม สวดมนต์ที่ พาร์ค แอท สยาม เวลาสี่โมงเย็นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

แน่นอนวันนั้น วัยรุ่นเราต้องไปสยาม เพราะว่า เป็นที่แสดงความรัก ไปดูหนัง ไปซื้อของให้แฟน ปีนี้ก่อนที่จะไปซื้อของ ไปรับประทานอาหาร ไปฟังเพลง มาตั้งสติกันก่อน มาฟังธรรมกันก่อนให้เกิดความเข้าใจในความรักว่าคู่แท้จะอยู่กันอย่างไรจึงจะมีความสุข พระอาจารย์เชื่อว่า ทุกคนอยากสมหวังในความรักเป็นธรรมดา สุขของฆราวาสคือสุขในรัก หลายคนอยากเป็นคนรัก หลายคนบอกพระอาจารย์ว่า อยากเป็นคนที่ถูกรัก รอว่าเมื่อไหร่ ความรักจะมาถึงเสียทีในวันแห่งความรัก ดังนั้น ก่อนที่จะไปรักใครหรือให้ใครรัก ต้องรักตัวเองก่อน ท่านทั้งหลาย

ความรักตัวเองที่แท้จริงเป็นอย่างไร

รักตัวเองคือรักษาศีล ถ้าท่านทั้งหลายยังรักษาไม่ได้ เชื่อได้เลยว่า เราจะได้คนที่ยังไม่พร้อมที่จะมีความรักที่แท้จริงเช่นกัน เพราะขนาดตัวเราเองยังไม่รัก ยังปล่อยให้ตัวเองมีความทุกข์ ยังปล่อยให้ตัวเองทำบาป แล้วใครเล่าจะมาสนใจเรา ดังนั้น ถ้าจะให้ตัวเราเป็นที่รัก หรืออยากให้รักของเรานั้นสมหวัง ต้องเริ่มต้นที่การรักตัวเอง คือรักษาศีลก่อน ต้องทำศีลให้บริสุทธิ์ ตั้งแต่ข้อ1 เลย คือไม่ประทุษร้าย ไม่ไปทำให้คนอื่นบาดเจ็บเดือดร้อน ใครที่ใช้ความรุนแรงกับคู่รัก ความรักจะจบลงด้วยความเศร้า ความทุกข์

มีความรักจำนวนไม่น้อย ในช่วงแรกที่อยู่ในช่วงโปรโมชั่น อะไรก็ทนได้ แต่พอโปรโมชั่นหมด ความอดทนก็หมดไปด้วย ธาตุแท้ก็ออกมา บางคนให้ความรักกันด้วยกำปั้น บางคนให้ความรักกันด้วยแข้ง บางคนให้ความรักด้วยไม้หน้าสามทุบตีภรรยา บางคนก็ให้ความรักด้วยอาวุธ เป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่เกิดขึ้นในสังคม

ศีลข้อที่ 2 คือ เราต้องมีความรัก โดยการไม่ไปเอาของรักของหวงของคนอื่น โดยการคิดว่าถ้าเป็นกิ๊กกับคนนี้จะได้กระเป๋า ได้นาฬิกา เป็นแฟนกับคนนั้นจะได้เงินเยอะๆ ไม่เอา เราต้องไม่คิดอย่างนั้น อย่าไปคิดว่า จะเอาของๆ คนอื่นมาเป็นของเรา ต่อไปศีลข้อที่ 3 จะต้องรักษาศีลข้อนี้ให้ได้ คือ ต้องรักเดียวใจเดียว ไม่ไปยุ่งกับคู่ครองของคนอื่น หรือทำให้คู่ครองของคนอื่นเสียใจ เราต้องไม่เจ้าชู้ กิ๊กทั้งหลายเป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งนั้น ต้องมีจิตที่ตั้งมั่น รักเดียวใจเดียวให้ได้ จึงสามารถมีความรักได้อย่างมีความสุข

ศีลข้อที่ 4 คู่รักที่ดีจะต้องมีปิยวาจา พูดจาด้วยคำสุภาพ อ่อนโยนต่อกัน ไม่ใช่ช่วงโปรโมชั่นอะไรก็ครับ อะไรก็ค่ะ พูดจาหวานสุภาพ พอโปรโมชั่นหมดก็พูดไม่ดีต่อกัน คำพูดที่ไม่ดีทำให้รักสลายและทำให้ชีวิตมลายได้ มีคู่รักไม่น้อยที่ทำร้ายภรรยา ทำร้ายสามีถึงแก่ชีวิตเพราะคำพูดที่ไม่สุภาพ คำพูดที่ท้าทาย ในวันวาเลนไทน์นี้ อยากให้พูดดีๆต่อกัน ใครที่พูดไม่ดีให้เริ่มต้นใหม่

สุดท้ายศีลข้อที่ 5 คือ ไม่เสพสิ่งเสพติด หลายคนมาบอกพระอาจารย์วันนี้ต้องปล่อยเต็มที่เลย ไปปล่อยใจ ต้องให้เคลิ้มก่อน จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องสูญเสียร่างกาย จะต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ เสพยาเข้าไปเสร็จแล้วก็มึนเมาทำอะไรกันลงไปในวันนี้ น่ากลัวมาก ฉะนั้น ต้องรักษาศีลข้อนี้ให้ได้ เราจึงจะมีความรักที่บริสุทธิ์ได้ ถ้าเราชวนคู่รักของเราไปเสพยาเมากันแล้วขาดสติ เมื่อขาดสติแล้วอันตราย อย่างไร

เวลาเมาแล้วเราไม่สามารถดูแลกันและกันได้ เวลาเมาแล้วไม่รู้เรื่อง อย่างกรณีผับแห่งหนึ่งที่ไฟไหม้เมื่อสามปีก่อนช่วงปีใหม่แถวเอกมัย กรุงเทพฯ คนที่ไปเที่ยวบางคนเสพสิ่งเสพติดเข้าไป พอเห็นไฟก็คิดว่าเป็นไฟปลอม ไม่สามารถที่จะช่วยตนเองได้ ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ ถ้าเราเมา คิดดูว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะช่วยให้คนรักของเราออกมาจากสถานที่ซึ่งอันตรายได้ไหม ก็ไม่ได้ ใครมาประทุษร้าย เราก็เมาไม่รู้เรื่อง จะไปช่วยเขาได้อย่างไร หมดทางที่จะดูแลป้องกันคู่รักของเรา เป็นอันตรายอย่างมาก เกิดอุบัติเหตุ พิการ เสียชีวิตก็ไม่น้อย เนื่องจากเสพสิ่งเสพติดแล้วไปขับขี่ยานพาหนะในวันแห่งความรัก วันนี้จึงกลายเป็นวันแห่งความร้ายแทน นี่อันตรายมาก

เพราะฉะนั้น แทนที่เราจะไปรักผู้อื่น ขอให้ท่านทั้งหลายกลับมารักตนเองก่อน กลับมารักษาศีลให้บริสุทธิ์ 5 ข้อ เมื่อเรารักตนเองได้เช่นนี้ ก็ถือว่าเรามีความพร้อมที่จะไปรักผู้อื่น มีความพร้อมที่จะถูกผู้อื่นรัก

ในวันแห่งความรักเราจะให้ฟังธรรม สวดมนต์ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพื่อให้เขาได้เห็นว่า พระพุทธเจ้ามีอยู่จริง พระคุณของพระองค์นั้นประเสริฐเลิศล้ำเพียงใด เราควรที่จะศึกษาระลึกถึงท่าน ระลึกถึงพระธรรมคำสอน และระลึกถึงพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

หากเราปฏิบัติตามหลักแห่งการรักตนด้วยศีล 5 ชีวิตก็จะอยู่รอดปลอดภัย คนที่อยู่ใกล้ตัวเราก็จะมีความสุข ตัวเราก็จะมีความสุข การสวดมนต์ระลึกถึงพระสังฆคุณ เป็นตัวอย่างให้เราเห็น ท่านพูดจาสุภาพ รักษาศีลอย่างบริสุทธิ์ ท่านสำรวมกาย วาจา ใจ ท่านจึงห่างไกลจากความทุกข์ ถ้าเราทำตามพระสงฆ์ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เราได้เห็น เราก็จะพบแต่ความสุข พ้นจากความทุกข์

เพราะฉะนั้นในปีนี้ เราจึงจัดกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ฟังธรรม และมีการแจกคู่มือนักรัก ใครอยากเป็นนักรักที่ดีเรามีแจกเหรียญบ่มรักให้กับท่านทั้งหลายที่มาร่วมงานภาวนาในวันนั้นด้วย