วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.เตรียมวัคซีนรับมือไข้หวัดใหญ่สหรัฐฯ

สธ.เตรียมพร้อมวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์วิคตอเรีย 4 แสนโดส รับมือหลังสหรัฐฯ พบการแพร่ระบาดหนัก ชี้ประชาชนอย่าตื่นตระหนัก

นพ.ประดิษฐ สินธุวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากที่มีรายงานการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่สหรัฐฯ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองบอสตันและนิวยอร์ก โดยมีรายงานพบผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2555 - 5 มกราคม 2556 ได้รับการยืนยันผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ 28,747 ราย เสียชีวิต 20 ราย ในจำนวนนี้ร้อยละ 49.8 เป็นสายพันธุ์ เอช 3 เอ็น 2 ส่วนที่เหลือเป็นไข้หวัดสายพันธุ์อื่นๆ ขณะนี้ความรุนแรงยังเป็นเพียงแค่การระบาดตามฤดูกาล ซึ่งสหรัฐฯ มีการให้วัคซีนเพื่อป้องกันและยังเป็นมาตรการที่ใช้ในการควบคุมโรคได้ แม้จะมีอัตราการดื้อยาที่สูงมากก็ตาม


ขณะที่มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคในประเทศไทย เนื่องจากองค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ประกาศเตือนจึงยังใช้มาตรการเฝ้าระวังโรคตามปกติอยู่ ไม่มีการกักกัน เพียงแต่เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่อาจได้รับเชื้อได้ ทั้งนี้มาตรการป้องกันโรคไข้หวัดในประเทศไทย ที่ผ่านมาได้มีการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้ว 3 ล้านโดสในคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะความรุนแรงของโรคและโรคแทรกซ้อน อย่าง กลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานสัมผัสกับผู้ป่วย

นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ปี 2555 พบผู้ป่วย 61,296 ราย เสียชีวิต 3 ราย และตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 144 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่คาดว่าในปีนี้จะมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดเพิ่มจากปีที่ผ่านมาอีกเล็กน้อย ส่วนการให้วัคซีนสายพันธุ์วิคตอเรียที่ระบาดในสหรัฐฯ ขณะนี้เรามีเป็นแผนให้วัคซีนสายพันธุ์นี้ในเดือนมิถุนายนอยู่แล้ว เพราะการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะหมุนไปตามฤดูกาลระบาด ซึ่งกว่าการแพร่ระบาดจากซีกโลกเหนือจะไล่มายังประเทศไทยคงเข้ามาประมาณกลางปี

อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท ในเดือนมกราคมนี้ เราก็มีความพร้อมให้วัคซีนเพื่อป้องกันสายพันธุ์นี้อยู่แล้วประมาณ 1 แสนราย แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเป็นการให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะความรุนแรงของโรคเท่านั้น ประชาชนทั่วไปถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ และในอีก 2 เดือนจะขยายการให้วัคซีนกลุ่มนี้เพิ่มเป็น 4 แสนโดส นอกจากนี้ยังมีการเตรียมพร้อมยาโอเซลทามีเวียร์เพื่อใช้ในการรักษาอีก 400,000 เม็ด โดยมาตรฐานการที่เตรียมทั้งหมดนี้เชื่อว่าสามารถรับมือได้ ซึ่งหากมีการแพร่ระบาดเข้ามาจริง เชื่อว่าจะมีผู้ป่วยอยู่ที่ 20,000-30,000 ราย

“เราให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้ว 3 ล้านโดส แม้จะเป็นคนละสายพันธุ์ ไม่ใช่วิคตอเรีย แต่สามารถช่วยสร้างภูมิต้านทานและลดความรุนแรงโรคได้ นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมวัคซีนป้องกันสายพันธุ์วิคตอเรียเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงอีก 4 แสนโดส ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล นอกจากนี้เรามียาสต๊อกรักษาไว้ ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์นี้ไม่รุนแรง เพราะเป็นเพียงเอช 3 เอ็น 2 รักษาได้ ไม่ใช่เอช 1 เอ็น 1 ที่เป็นไข้หวัดนกที่มีความรุนแรงมาก” รมว.สาธารณสุข กล่าวและว่า ทั้งนี้ไวรัสเอช 3 เอ็น 2 สายพันธุ์วิคตอเรีย เป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

สำหรับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ อาจทำให้คนไทยแห่ไปขอฉีดวัคซีนป้องกันในโรงพยาบาลเอกชนนั้น นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ความจำเป็นฉีดวัคซีนคงไม่จำเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งการป้องกันที่ดีคือการป้องกันตนเอง เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และไม่ควรไปอยู่ในที่แออัด

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การระบาดที่สหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับภูมิอากาศที่เป็นช่วงฤดูหนาวที่เอื้อทำให้เกิดความเจ็บป่วยง่ายขึ้น แต่ในประเทศไทยหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดเริ่มลดลง แต่อาจพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน อย่างกลุ่มทหารเกณฑ์ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายพันธุ์ เอช 3 เอ็น 2 เช่นกัน แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญทางระบาด โดยปีที่ผ่านมาเราฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2009 เอช 3 เอ็น 2 สายพันธุ์เพิร์ช และเพิ่งฉีดเสร็จสิ้นเมื่อเดือนกันยายน ดังนั้นคนไทยจึงยังมีภูมิต้านทานอยู่จึงไม่กังวลมาก สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปตามประเทศโดยเฉพาะพื้นที่ระบาด หากเป็นกลุ่มเสี่ยงก็เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ และในกลุ่มที่เดินทางกลับขอให้เฝ้าระวัง หากมีอาการสงสัยก็ให้พบแพทย์

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตามที่มีข่าวการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ในประเทศสหรัฐอเมริกา เกือบทั้งประเทศ โดยมีผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว ในระยะเวลาเดียวกันถึงกว่าเท่าตัว ทำให้เป็นข่าวไปทั่วโลก การระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอช 3 เอ็น 2 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไปเล็กน้อยตามฤดูกาล ทำให้มีการเสียชีวิตในผู้ป่วยเด็ก ในอัตราเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล วัคซีนในปีก่อน ๆ ไม่สามารถป้องกันได้ จึงเกิดการระบาดใหญ่

ศ.นพ.ยง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในฤดูกาลหน้าหนาวของประเทศซีกโลกเหนือ ในฤดูกาล 2012-2013 นี้สามารถป้องกันได้ การฉีดวัคซีนต้องมีการครอบคลุมประชากร มากกว่า 50 % จึงจะป้องกันการระบาดใหญ่ได้ สำหรับประเทศไทยไข้หวัดใหญ่มีการระบาดใหญ่ไปแล้วในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา เป็นสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ชนิด บี และชนิดเอ เอช 3เอ็น2 ที่เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับการระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกา

“การศึกษาโดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ในขณะนี้เข้าสู่ฤดูหนาว ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในประเทศไทย เกือบทั้งหมดเป็นสายพันธุ์เอ เอช 3 เอ็น 2 ตัวเดียวกันกับการระบาดในสหรัฐอเมริกา แต่การระบาดในฤดูหนาวของประเทศไทยจะไม่รุนแรง ทั้งนี้เพราะประเทศไทยอากาศไม่ได้หนาวจริง แบบประเทศหนาว พบได้ประมาณ 10-20 % ของผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับการระบาดใหญ่ฤดูฝน จะพบถึง 40 % ของผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตามการระบาดในฤดูฝนต่อไปของปี 2556 นี้ก็น่าจะมีการระบาดใหญ่เกิดขึ้นได้ โดยน่าจะเป็นเฉพาะสายพันธุ์ที่มีระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการป้องกันนอกจาก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ แล้ว การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยลดการระบาดใหญ่ในประเทศไทยลงได้” ศ.นพ.ยง กล่าว

ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า โรคไข้หวัดใหญ่บ้านเรามี 2 ระลอก คือ หน้าฝนและหน้าหนาว แต่หน้าฝนจะรุนแรงกว่า สำหรับหน้าหนาวปีนี้ 90% ที่มีการส่งตัวอย่างมาให้ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกตรวจเป็นชนิดเอ เอช 3 เอ็น 2 แต่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามถ้ารู้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมากในฤดูฝน ช่วงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันคือ ก่อนเปิดเทอม ดังนั้นควรมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนก่อนเปิดเทอมคือประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค. ควรมีการฉีดวัคซีนได้แล้ว เพราะโรคไข้หวัดใหญ่จะเริ่มพบผู้ป่วยมากในเดือน มิ.ย.- ก.ย. ซึ่งวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้สามารถใช้ได้และที่กำลังเข้ามาประเทศไทยก็ใช้ได้

แต่ปัญหาคือ กว่าที่ประเทศไทยจะมีการนำเข้าวัคซีนมาฉีดให้กับคนไทยก็ตกประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. คือ ปลายฤดูฝนไปแล้ว ซึ่งถือว่าช้าไป ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต้องปรับเปลี่ยนการจัดซื้อวัคซีนใหม่ให้สามารถฉีดได้ก่อนเปิดเทอมและต้องฉีด ให้ได้มากกว่า 50% ของประชากรเพื่อป้องกันการระบาด

“จากการตรวจเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอช 3เอ็น 2 ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการกลายพันธุ์ แต่มันสามารถหลบหลีกวัคซีนในอดีตได้ แต่ไม่กลายพันธุ์แบบหักมุม และเชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้ดื้อต่อยาโอเซลทามีเวียร์ซึ่งเป็นยากินยังใช้ได้อยู่ หากเจ็บป่วย อย่างไรก็ตามตอนนี้วัคซีนทยอยเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ดังนั้นสามารถฉีดป้องกันได้เลย โดยกลุ่มเสี่ยง ที่เป็นโรคและอาจมีอาการรุนแรงควรไปรับการฉีดวัคซีน คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนอ้วน คนมีโรคประจำตัว หัวใจ ปอด เบาหวาน คนท้อง 6 เดือนขึ้นไป” นพ.ยง กล่าว