วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

ล้วงสูตรลับเบื้องหลังเพลง "คุกกี้เสี่ยงทาย" ของ BNK48 ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

ล้วงสูตรลับเบื้องหลังเพลง "คุกกี้เสี่ยงทาย" ของ BNK48 ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

แมน ละอองฟอง ผู้แต่งเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” เผยประสบการณ์สุดหิน กว่าจะแต่งเวอร์ชั่นไทยให้เป๊ะกับเวอร์ชั่นต้นฉบับ แล้วยังต้องน่ารักน่าฟังด้วย

“คุกกี้เสี่ยงทาย” เพลงของ BNK48 เกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติไทยที่เป็นวงน้องสาวของวง AKB48 จากประเทศญี่ปุ่น โดยมี โมบายล์- พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค สาวน้อยวัย 15 ย่าง 16 ปี เป็น “เซ็นเตอร์” ในการร้อง เพราะเธอมีคาแรกเตอร์ที่เหมาะกับเพลง ทำให้เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดได้ดี ในขณะที่ ตนุภพ โนทยานนท์ หรือ แมน ละอองฟอง ทำหน้าที่สำคัญอย่างการแต่งเนื้อร้อง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเพลง

Secret Recipe สูตรลับห้ามเปลี่ยน

แมน เล่าให้ฟังว่าการทำเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ออกมานั้นไม่ง่ายเลย เพราะมีกฎเหล็ก 3 ข้อที่ทางญี่ปุ่นกำหนดมาว่าต้องปฏิบัติตาม นั่นก็คือ เนื้อร้อง ทำนอง และพยางค์ ต้องเป๊ะเหมือนกับเพลงต้นฉบับของวง AKB48 ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งความยากของภาษาไทยคือวรรณยุกต์ ถ้าร้องผิดทำนองไปก็จะผิดความหมายทันที

IMG_5897

เริ่มจาก “เนื้อร้อง” ที่แมนบอกว่าเป็นหัวใจสำคัญ เขาต้องคิดว่าจะแปลเพลงออกมายังไงให้คนไทยเข้าใจที่สุดภายใต้เงื่อนไขของทางญี่ปุ่นว่าจะต้องเก็บเนื้อหา (จากเพลงต้นฉบับ) มาครบทุกประเด็น ถ้าเป็นไปได้ ให้ถอดความมาบรรทัดต่อบรรทัดได้ก็ยิ่งดี แต่แมนลองทำดูแล้วพบว่ามันไม่เวิร์ค

“เพลงนี้เป็นเพลงที่ติดหู ฟังง่าย ผมเลยคิดว่าถ้าเนื้อเพลงโดนใจคนไทย มันจะทำให้คนอยากฟังเข้าไปอีก เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่ผมแอบไม่ทำเหมือนเค้าร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าเราแปลเหมือนเค้าร้อยเปอร์เซ็นต์มันจะงง

"เค้าจะเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ ชั้นชอบคนนี้อยู่แต่เค้าไม่ชอบฉัน เพลงญี่ปุ่นจะเขียนเป็นเรื่องราว มีพรรณนาโวหารที่เป็นน้ำทั้งนั้น ถ้าเราทำตามเค้าหมดเพลงมันก็จะล่องลอย ฟังเพราะ สวยหรูแต่ไม่เข้าใจ เลยบอกกับพี่เอ๊ะว่า (เอ๊ะ ละอองฟอง ผู้เป็นครูใหญ่ หรือ มิวสิค ไดเร็กเตอร์ ของ BNK48) ถ้าเพลงนี้ทำให้เป็นเพลงป๊อปแล้วเขียนให้เข้าใจง่าย ๆ ลองดูไหม ตอนแรกผมเขียนตามเขาเลยแล้วให้พี่เอ๊ะฟัง พี่เอ๊ะฟังแล้วบอกว่าไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยคงคำหรือประเด็นที่เค้าต้องการไว้ทั้งหมด แต่เล่าเรื่องใหม่ ไม่ได้เขียนตามเค้าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วทดลองส่งไปให้ทางญี่ปุ่นฟัง แปลเพลงกลับไปให้เค้าเข้าใจด้วย แล้วก็ผ่าน”

“โชคดีที่เราเก็บหมด เราเล่าทุกประเด็นที่เค้าต้องการ แค่ว่าอาจจะไม่ได้บรรทัดต่อบรรทัด ตรงไหนที่เค้าบรรยายมาก ๆ เราก็แค่สรุปสั้น ๆ

ยกตัวอย่างเช่น ในท่อนที่ร้องว่า....เหมือนว่าฉันนั้นเคว้งคว้างลอยไปกับเสียงเพลง ยังคงบรรเลงไม่มีวันเลือนราง....ผมเขียนแค่ 2 บรรทัดแต่ญี่ปุ่นเค้าเขียนประมาณ 5 บรรทัด ประมาณว่า....ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ฟังเพลงอยู่ เสียงเพลงมันทำให้ฉันต้องเคาะเท้าเป็นจังหวะ เสียงเพลงก้องในหัวตลอดเวลา ก้องด้วยความสับสนว่าเค้าจะรักฉันรึเปล่า ประมาณนี้”

นอกจากความหมายรวมของทั้งเพลงแล้วยังมี “คำที่เป็นไม้ตาย” หรือ ประโยคเด็ด 2 ประโยคที่ทำให้ “คุกกี้เสี่ยงทาย” ติดหู นั่นก็คือ “แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ...เธอไม่รู้บ้างเลย” ท่อนนี้แมนบอกว่ามันมีความเป็นละอองฟองอยู่ เนื้อเพลงของละอองฟองจะมีความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ เหมือนเด็กสาวอินโนเซนต์ที่ไม่มั่นใจในตัวเอง เขาแค่ใส่ความใสเพิ่มเข้าไป

“คำพวกนี้มันเป็นคำที่ผมใช้กับละอองฟองอยู่แล้ว มันเลยทำให้เพลงน่ารัก พอขึ้นมาปุ๊บคนก็ฟังต่อ ๆ”

ส่วนอีกประโยคก็คือ “ให้คุกกี้ทำนายกัน” ซึ่งความหมายดั้งเดิมของท่อนนี้ถ้าแปลตรง ๆ จากภาษาญี่ปุ่นเลยคือ...มาสิมาลองทำนายกันนะ มาลองทำนายกันดูดีกว่า....แต่ด้วยความที่เขาอยากจะขยี้คำว่า “คุกกี้”  ให้คนไทยรู้ว่าคุกกี้อะไรกัน

“ผมก็ทำหน้าที่แค่ว่าทำอะไรก็ได้ให้คุกกี้เยอะ ๆ ที่สุดในเพลง คนไทยต้องถามว่าคุกกี้มันคืออะไรเพราะมันไม่ใช่วัฒนธรรมเรา ดังนั้น เราเลยต้องหยอดคำนี้เข้าไป เราก็เลยสรุปเป็นคำสั้น ๆ เลยว่า ....ให้คุกกี้ทำนายกัน....พอคนถามว่าคุกกี้ทำนายอะไรเหรอ ท่อนฮุคก็บอกแล้วว่าทำนายความรัก อาจจะเจอคนที่ใช่ก็ได้ หรืออาจจะเจอความเสียใจก็ได้ แต่ว่าสุดท้ายทุกคนมีความหวังนะ สักวันทุกคนก็จะมีความรักอย่างที่อยากเป็น”

เราเก็บหมด เราเล่าทุกประเด็นที่เค้าต้องการ แค่ว่าอาจจะไม่ได้บรรทัดต่อบรรทัด ตรงไหนที่เค้าบรรยายมาก ๆ เราก็แค่สรุปสั้น ๆ

ส่วนเรื่อง “ทำนอง” ก็ต้องตรง ห้ามเปลี่ยน ห้ามพลิก แมนบอกว่าเขาเคยลองมาแล้วในเพลง 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ โดยตอนแรกเขาเขียนเนื้อไปว่า “ขอเพียงเชื่อมั่นและศรัทธา” ซึ่งมันทำให้เมโลดี้ไม่ตรงกับต้นฉบับของญี่ปุ่นแค่นิดเดียว แต่ก็โดนไล่กลับมาเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่เป็น “แค่เพียง” เพื่อให้เมโลดี้ตรงกันเป๊ะกันทุกเม็ด เขาเลยรู้ว่าแค่นิดเดียวก็ไม่ได้ ทางนั้นซีเรียสมาก

สุดท้ายเรื่อง “พยางค์” แมนบอกว่าบางเพลงอาจลักไก่ได้นิดหน่อย แต่ต้องเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นคำผ่าน ไม่สลักสำคัญอะไร ส่วนใน “คุกกี้เสี่ยงทาย” นี่ทุกอย่างตรงเป๊ะกับต้นฉบับร้อยเปอร์เซ็นต์

IMG_5824

เมื่อถามว่าแล้วมีสมาชิก BNK48 ร้องเพลงนี้ตั้ง 16 คน แล้วแบ่งสัดส่วนกันยังไง แมนบอกว่าง่ายมาก เพราะมีฟอร์แมตมาจากญี่ปุ่นที่ต้องทำตามอยู่แล้ว ทางนั้นจะกำหนดมาหมดเลยว่าเบอร์ 1-3 ร้องท่อนนี้ เบอร์ 4 - 6 ร้องท่อนนี้ เขาจะเขียนมาให้เลย ซึ่งทางไทยก็แค่มาทำการบ้าน คุยกันว่าตอนนี้วางโพสิชั่นของเด็กยังไงในแต่ละเพลง แล้วก็ต้องดูเรื่องเสียงร้องด้วยว่าเหมาะไหม

ไวรัลแรงเกินความคาดหมาย

“คุกกี้เสี่ยงทาย” ต้นฉบับญี่ปุ่นนั้นเป็นเพลงป๊อปที่ติดหูอยู่แล้ว แมนเคยคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าถูกนำมาแปลงใส่เนื้อไทย คนจะต้องต้อนรับแน่ ๆ แล้วมันก็ดีจริง ๆ สำหรับกระแสตอบรับที่ลามไปทุกวงการนั้นเขาบอกว่าเกินความคาดหมาย

ส่วน “คุกกี้เสี่ยงทาย” เวอร์ชั่นแปลงที่เขาชอบที่สุดเลยก็คือ “คุกกี้เสี่ยงคุก” ที่มีเรื่องการเมืองมาผูกด้วย แต่กลับมีความน่ารัก คนร้องสามารถพรีเซนท์เรื่องแรง ๆ ออกมาให้ดูตลกได้ ในขณะที่ “โมบายล์” เซ็นเตอร์ของเพลงนี้บอกว่า เพื่อนในห้องเอามาให้ฟังแล้วก็นั่งขำกัน โดยตัวเธอเองชอบเวอร์ชั่นที่คนพูดตามภาพในเอ็มวีแล้วแปลงท่อนที่เธอร้องว่า “ให้คุกกี้ทำนายกัน” เป็น “น้องคนนี้ชอบโชว์ฟัน” ซึ่งมันได้กลายเป็นแฮชแท็กของเธอไปเรียบร้อยแล้ว

ในความง่าย...มีความยาก

“คุกกี้เสี่ยงทาย” เป็นเพลงป๊อปติดหู ฟังง่าย ร้องตามเต้นตามได้ง่าย หลายคนเลยคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงง่าย ๆ ที่ไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ

พลงนี้เมีแพทเทิร์นของคอร์ดเป็นวันซิกส์ทูไฟว์ ซึ่งถ้าพูดเป็นภาษานักดนตรีก็คอร์ด ซี เอไมเนอร์ เอฟ จี เป็นคอร์ดพื้นฐานที่นักดนตรีใหม่ ๆ เล่นกัน ซึ่งคุกกี้ก็เป็นแบบนั้นเลยทำให้ดูง่าย

แมนตอบว่า ต้นฉบับเวอร์ชั่นของ AKB48 คนฟังจะรู้สึกว่าเป็นเพลงน่ารัก ไพเราะ สนุก แต่ลึกลงไปในดีเทลแล้ว ขั้นตอน กระบวนการคิดของทีมทำเพลงญี่ปุ่นนั้นละเอียดมาก 

“ผมรู้สึกว่าเค้าทำดราฟท์แรกออกมาแล้วปุ๊บต้องมาฟังอีกดราฟท์ที่สอง เมโลดี้ตัวนี้มันไม่ลงตัวต้องปรับต้องอะไร เขาถึงไม่อยากให้เราเปลี่ยนเมโลดี้ ไม่อยากให้เราปรับอะไรของเขาเลย แล้วผมก็คิดว่ามันก็ดีจริง ๆ นะ มันเป็นเพลงป๊อปน่ะแหละ แต่ว่าความเป็นป๊อปมันมีอะไรเยอะมาก”

แมนบอกว่า “คุกกี้เสี่ยงทาย” มีแพทเทิร์นของคอร์ดหรือโปรเกรสชั่นคอร์ดเป็นวันซิกส์ทูไฟว์ ซึ่งถ้าพูดเป็นภาษานักดนตรีก็คอร์ด ซี เอไมเนอร์ เอฟ จี เป็นคอร์ดพื้นฐานที่นักดนตรีใหม่ ๆ เล่นกัน ซึ่งคุกกี้ก็เป็นแบบนั้นเลยทำให้ดูง่าย แต่จริง ๆ แล้วดีเทลของการต่อแต่ละท่อน คอร์ดที่ใช้ในการทรานสิชั่นจากท่อนหนึ่งไปอีกท่อนหนึ่งมันไม่ใช่คอร์ดที่เป็นเมเจอร์ปรกติ แต่เป็นคอร์ดที่มีรายละเอียด อย่างคอร์ดปรกติมี 3 โน้ตรวมกันเป็นหนึ่งคอร์ด แต่คอร์ดนี้จะมี 5 โน้ต มันจะมีโน้ตต่าง ๆ ที่เขาคิดมาแล้วว่ามันจะเป็นตัวที่เชื่อมระหว่างท่อนนี้กับท่อนนี้ อย่างเช่น ท่อนปาดับ ๆๆ ปั๊บ จะเป็นฟีลที่มีความสับสนลังเล แต่ก็มีความน่ารัก

ส่วนเรื่องของดนตรี แม้ว่าเพลงนี้จะออกมาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว แต่ทางนั้นกลับทำซาวนด์ให้อยู่มาถึงได้ปัจจุบัน ไม่รู้สึกว่าเชยล้าสมัย ซึ่งตรงนี้มันเป็นเสน่ห์ของเพลง AKB48

เอาง่าย ๆ เลยแมนบอกว่าถ้าใครเป็นนักดนตรี ลองฟัง “คุกกี้เสี่ยงทาย” แล้วลองแกะตามดูจะรู้เลยว่าไม่ง่าย เพราะตั้งแต่เขาฟังคุกกี้เสี่ยงทายมายังไม่เคยเจอนักดนตรีคนไหนที่โคฟเวอร์แล้วแกะได้เหมือนเป๊ะ อาจจะโคฟเวอร์ให้เป็นสไตล์ตามที่แต่ละคนถนัด แต่ว่าจะไม่มีดีเทลที่ละเอียดจริง ๆ เหมือนต้นฉบับเลย