ปิดฉาก 'สกาล่า' โรงภาพยนตร์สุดท้ายในตำนานความบันเทิงย่านสยามสแควร์ เจ้าของฉายา 'ราชาโรงหนังแห่งสยาม'
สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 สร้างผลกระทบให้กับกิจการต่างๆ มากมาย โรงภาพยนตร์ก็เช่นเดียวกัน โรงภาพยนตร์สกาล่า เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา จากนั้นมีการประกาศยุติกิจการถาวรจากเจ้าของกิจการเนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งในเฟสบุ๊ค เอเพ็กซ์ ได้ประกาศว่า
3-5 JULY 2020 FINAL TOUCH OF MEMORY
‘LA SCALA ลาสกาลา’ วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้มาเก็บภาพความสวยสง่า และบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และปฏิเสธไม่ได้ว่าความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น ‘ราชาโรงหนังแห่งสยาม’ ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของกัลยาณมิตร ‘หอภาพยนตร์’ กรุณาคัดสรรภาพยนตร์มาฉาย เพื่อปิดม่านการฉายภาพยนตร์ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563
โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ เป็นกลุ่มโรงภาพยนตร์ เกือบทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในย่านสยามสแควร์ ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม โรงภาพยนตร์ลิโด และ โรงภาพยนตร์สกาลา จดทะเบียนธุรกิจในนาม ‘สยามมหรสพ’ มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2511 ข้อมูลจากบางสำนักระบุว่าบริษัท เอเพกซ์ภาพยนตร์ จำกัด เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั้งลิโดและสกาลา จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2523 มีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท จากจุดตั้งต้น 1 ล้านบาท มีเจ้าของประกอบไปด้วย กัมพล ตันสัจจา, นันทา ตันสัจจา และ วิวัฒน์ ตันสัจจา ที่บริหารสวนนงนุช
ปัจจุบันโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ทั้ง 4 แห่งนั้น ได้ปิดตัวไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ซึ่งถูกทุบทิ้งในปี พ.ศ. 2532 โรงภาพยนตร์สยาม ถูกวางเพลิงจนเสียหายหมดทั้งอาคาร จากการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ปี พ.ศ. 2553 และโรงภาพยนตร์ลิโด ที่ปิดตัวเพราะหมดสัญญาเช่ากับทางจุฬาฯ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 คงเหลือแต่เพียงโรงภาพยนตร์สกาลาแต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงเปิดตัวอยู่
โรงภาพยนตร์สกาล่า ออกแบบโดยจิระ ศิลป์กนก ตั้งชื่อตามโรงอุปรากร Teatro alla Scala แห่งเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี คำว่า Scala มีความหมายว่า บันได ในภาษาอิตาลี โรงภาพยนตร์ออกแบบในศิลปะอาร์ตเดโค ภายในมีเสาคอนกรีตโค้ง การผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก และโคมฟ้าระย้าทรงหยดนํ้าค้างแข็ง 5 ชั้นขนาดยักษ์ที่สั่งตรงจากอิตาลี ในปี 2555 สกาล่าได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และในวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ได้รับประกาศว่าเป็นสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคอันโดดเด่น เป็นโรงภาพยนตร์พาณิชย์แบบโรงเดี่ยวแห่งสุดท้ายของกรุงเทพฯที่ยังให้เปิดบริการอยู่จนจวบถึงปัจจุบัน





