‘เอสเพรสโซ’ ต้องจิบ กับ 7 เครื่องชงแนว ‘ทำมือ’

‘เอสเพรสโซ’ ต้องจิบ กับ 7 เครื่องชงแนว ‘ทำมือ’

ศิลป์และศาสตร์ในการชงกาแฟง่ายๆ ด้วยเครื่องชงทำมือทั้ง 7 แบบ ให้ได้ช้อต "เอสเพรสโซ" เข้มข้นที่มีครีมา เนียนตาอยู่ด้านบนของแก้วอย่างละเมียด

 

เอสเพรสโซ เป็นหนึ่งในสไตล์กาแฟจากอิตาลีที่ติดอันดับสุดคลาสสิคของโลก ด้วยคุณสมบัติที่โดนเด่นถูกปากถูกใจ เพราะไม่ได้มีแต่ความขมอมหวาน แต่ยังมีชั้นฟองครีมหนานุ่มหรือที่เรียกว่า 'ครีมา' ที่ก่อตัวลอยอย่างสวยเนียนตาอยู่ด้านบนแก้ว ยุคสมัยนี้คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า เอสเพรสโซเป็นพลังขับเคลื่อนและต่อยอดวัฒนธรรมกาแฟทั่วโลกก็ว่าได้

เครื่องชงเอสเพรสโซแรกถือกำเนิดเป็นแบบไฟฟ้า แต่ต่อมาได้มีการผลิตเครื่องชงแนวใช้แรงมือออกมา ไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟฟ้า ก็สามารถทำช๊อตเอสเพรสโซงามๆ ได้เหมือนกัน ดูเหมือนกำลังแรงขึ้นมาทุกขณะเสียด้วย สัปดาห์นี้เรามาดูกันว่า เครื่องชงเอสเพรสโซแบบ ‘ทำมือ’ ที่ผลิต 'ครีม่า' งามๆ ตัวไหนได้รับความนิยมกันบ้าง

 

  1. Portable Espresso Maker

Portable Espresso Maker เป็นอุปกรณ์ชงกาแฟแบบพกพา ไม่ต้องเสียปลั๊ก มีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย พกพาสะดวก น้ำหนักเบา ต้องการพื้นที่น้อย เพียงแค่มีน้ำร้อนเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งหลายพกติดตัวไปชงกาแฟดื่มกัน จะชงดื่มที่บ้านหรือที่ออฟฟิศก็จัดว่าใช่เลย หรือยามรถติดหนึบก็สามารถหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาชงกาแฟได้แบบสบายๆ บางรุ่นใช้ได้ทั้ง กาแฟคั่วบด และ กาแฟพร้อมดื่ม

ถ้าเป็นคอเอสเพรสโซ ก็มีแนะนำกันหลายรุ่นหลายค่าย เช่น Handpresso Wild, Nanopresso Staresso,Wacaco Nanopresso, Staresso SP-200 ,Barsetto tripresso, หรือ Wacaco Minipresso

 

เอสเพรสโซ 1

อีกรุ่นของอุปกรณ์ชงเอสเพรสโซแบบพกพา ภาพ : Coffee Geek on Unsplash

 

  1. ROK Presso /Cafelat Robot

ROK Presso เป็นครื่องชงกาแฟแบบใช้แรงมือหรือ unplugged ใช้สกัดเอสเพรสโซ่ที่ทั้งเข้มข้นและหอมกรุ่นได้อย่างสุดยอดอีกวิธีหนึ่ง ขั้นตอนชงก็ง่ายๆ ตรงตามคอนเซปต์ของผู้คิดค้นที่ต้องการให้คอกาแฟได้จิบเอสเพรสโซดีที่สุด จากวิธีชงที่ง่ายที่สุด

หลักการทำงานก็คือ ใช้แรงดันน้ำร้อนพุ่งผ่านกาแฟคั่วบด ขั้นแรกนำกาแฟบดละอียดใส่ก้านชง ประกอบก้านชงเข้ากับตัวเครื่อง เมื่อเติมน้ำร้อนใส่โถด้านบนแล้วก็ให้ยกคันโยกขึ้นเตรียมพร้อมสกัดกาแฟ จากนั้นใช้มือสองข้างจับคันโยกของตัวเครื่อง ค่อยๆใช้แรงมือกดคันโยกลงไปจนสุด ทำช้าๆ 2-3 ครั้ง ด้วยวิธีนี้ น้ำร้อนจะพุ่งผ่านกาแฟบดด้วยแรงดันจากพลังมือที่กดโยกลงไป ได้เอสเพรสโซที่มีครีมาสีทองเนียนตา ไม่ต่างไปจากเครื่องชงแบบไฟฟ้าเลย

ROK Kitchen Tools จากอังกฤษ เป็นผู้ออกแบบเครื่องชงเอสเพรสโซแรงมือขึ้นมาในปีค.ศ. 2004 ใช้ชื่อตอนแรกว่า Presso แต่มาเริ่มผลิตขายในปีค.ศ. 2012 โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ROK Presso ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ด้วยรูปทรงที่ผสมผสานกันทั้งศิลปะและความสวยงาม ทำให้คว้ารางวัล 'Most Innovative Product' ในงานเทศกาลกาแฟลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 2013 ล่าสุด ROK Kitchen Tools ได้เริ่มผลิตเครื่องบดกาแฟโมเดล ROK ออกมาจำหน่ายอีกด้วย

ปีค.ศ. 2016 ผู้ผลิตอุปกรณ์กาแฟน้องใหม่อย่าง Cafelat ได้เปิดตัวเครื่องชงเอสเพรสโซแบบทำมือชื่อว่า Cafelat Robot หรือที่เรียกกันว่า 'หุ่นยนต์ชงกาแฟ' หลักการทำงานก็ไม่แตกต่างไปจาก ROK Presso

 

เอสเพรสโซ 2

ROK Presso วางขายออนไลน์บนเว็บ presso.co.nz

 

  1. Kamira Espresso

เครื่องชงเอสเพรสโซแบบทำมือตัวนี้อาจดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันนัก แต่แท้ที่จริงแล้ว Kamira เป็นเครื่องชงเอสเพรสโซพร้อมครีมางามๆ ที่มีใช้ในอิตาลีมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เครื่องรุ่นใหม่ มีขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก ติดตัวไปแคมปิ้งหรือจะชงดื่มกันภายในบ้านก็ยังได้

ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ใช้ความร้อนจากเตาไฟ เตาแก๊ส หรือเตาไฟฟ้า ในการผลิตเอสเพรสโซดื่มกัน ตอบโจทย์แนวคิดของผู้ดีไซน์ที่ว่า "ทำไมจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำกาแฟดีๆ บนเตาไฟ?"

เป็นเครื่องชงเอสเพรสโซอีกแบบที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยฝีมือชาวอิตาลีที่ชื่อ นีโน ซานโตโร จากเกาะซิซิเลียน ผู้คลั่งไคล้หลงใหลในเอสเพรสโซที่ให้รสชาติอันเข้มขลัง แต่ละมุนละไม กรุ่นกลิ่นติดตรึงนาน แต่มีอยู่วันหนึ่งเขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ไฉนต้องไปที่ร้านกาแฟเพื่อดื่มเอสเพรสโซทุกวัน ทำไมชงเองจากเตาที่บ้านไม่ได้ ประหยัดกว่ากันเห็นๆ”

คิดไปคิดมาอยู่ไม่นาน ซานโตโรก็ถึงกับลาออกจากงานเซลล์แมน หันมาคิดค้นเครื่องชงเอสเพรสโซแบบชงเองจากบ้านอย่างจริงจัง

ชาวซิซิเลี่ยนผู้นี้ หยิบเอา 'Moka Pot' หม้อต้มกาแฟที่ผลิตในอิตาลีเมื่อปี ค.ศ. 1933 มาพัฒนาต่อยอด แล้วตัวต้นแบบก็ถูกสร้างขึ้นมาในปี ค.ศ. 1998 ก่อนจะปรับหน้าตามาเป็นทรงปัจจุบัน พร้อมทำตลาดในฐานะสินค้าแฮนด์เมดก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2003 ภายใต้ชื่อ Kamira Espresso เน้นขายออนไลน์เป็นหลัก กลายเป็นหม้อต้มกาแฟที่ทำจากมือและชงจากมือที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เอสเพรสโซ 3

เอสเพรสโซจากเครื่องชง Kamira มาพร้อมครีมางามๆ, ภาพ : FB Kamira Italia Espresso Cremoso

 

  1. Flair Espresso Maker

เครื่องทำกาแฟ Flair Espresso แบบไม่ใช้ไฟฟ้า เหมาะสำหรับผู้อยากชงเอสเพรสโซดื่มเองที่บ้านแบบง่ายๆ รสชาติและกลิ่นที่สกัดออกมาก็ใกล้เคียงกับเอสเพรสโซจากคาเฟ่ยุคใหม่เลยทีเดียว มีต้นกำเนิดจากไอเดียที่ว่า ส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนที่มีความจำเป็นมากที่สุดสำหรับสกัดเอสเพรสโช่ให้ได้รสชาติดีที่สุด ก็คือ 'แรงดัน' และ 'อุณหภูมิน้ำ' เจ้าของแนวคิดคือ ผู้บริหารบริษัท Intact Idea  จึงเข้าไประดมทุนบนเว็บไซต์ Kickstarter  เมื่อปี ค.ศ. 2016 ระดมเงินได้ 57,722 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักการทำงานของ Flair Espresso ใช้คันโยกหรือด้ามกดแบบเดียวกับ ROK Presso แต่ Flair Espresso นั้นมีคันโยกเพียงอันเดียวสำหรับสร้างแรงแรงดันให้น้ำร้อนพุ่งผ่านกาแฟคั่วบด ค่อยๆ หยดหยาดลงสู่แก้วที่รองรับ ได้ ช้อตเอสเพรสโซที่ได้แยกเป็น 3 ชั้นอย่างชัดเจน คือ Crema, Body และ Heart โดย Heart ของเอสเพรสโซนั้นเป็นส่วนที่อยู่ด้านล่างสุดของแก้ว

วัสดุหลักๆ ของเครื่อง Flair Espresso ทำจากสแตนเลส ส่วนคันโยกผลิตจากอะลูมิเนียม นอกจากใช้พลังมือในการสกัดเอสเพรสโซแล้ว ยังติดตั้งอุปกรณ์วัดแรงดันมากับเครื่องด้วย ซึ่งอุปกรณ์นี้มีความสำคัญยิ่งในการผลิตเอสเพรสโซให้ได้รสชาติที่ดีมีมาตรฐาน

 

เอสเพรสโซ 4

Flair Espresso เกิดขึ้นจากการระดมทุนบนเว็บไซต์ Kickstarter, ภาพ : Anna Pritchard on Unsplash

 

  1. Bellman CX-25

Bellman CX-25 Stovetop Coffee Maker เป็นหม้อต้มกาแฟเอสเพรสโซแบบตั้งเตาไฟ ถือเป็นเครื่องชงทางเลือกแบบชงมืออีกรุ่นที่กำลังมาแรง ที่บอกว่าเป็นทางเลือกนั้นก็เพราะ Bellman CX-25 มาพร้อมกับอุปกรณ์วัดแรงดัน และก้านสตีมนม ต่อยอดทำเมนูกาแฟนมทั้งร้อนและเย็นได้อีกหลายเมนู เช่น ลาเต้, คาปูชิโน, คาราเมล มัคคิอาโต้ และแฟล็ตไวท์ ชงกาแฟได้ครั้งละ 3-9 ถ้วย จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

พิจารณาจากรูปทรงและวิธีการต้มกาแฟ น่าจะมีการพัฒนาต่อยอดมาจากหม้อต้มกาแฟแบบ 'Percolator' หรือไม่ก็ 'Moka Pot' เพราะมีกรวยกรองใส่กาแฟคั่วบดเหมือนกัน อาศัยความร้อนดันน้ำให้พุ่งขึ้นผ่านกาแฟบดด้านบนเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ Bellman CX-25 มีวาล์วเปิด-ปิด และติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถสร้างครีมาให้กับเอสเพรสโซได้เนียนตา ไม่แพ้เครื่องชงทำมือชนิดอื่นๆ

Bellman CX-25 นั้น ถูกออกแบบมาให้มีพื้นฐานการใช้งานเช่นเดียวกับเครื่องชงเอสเพรสโซแบบไฟฟ้า มีทั้งอุปกรณ์วัดแรงดัน และก้านสตีมนม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของเอสเพรสโซและสูตรกาแฟผสมนมอีกหลายชนิด ตัวเดียวถือว่าครบเครื่องจริงๆ

 

เอสเพรสโซ 5

Bellman CX-25 มีก้านสตีมนม จำหน่ายบนเว็บ cafune.ca, ภาพ : cafune.ca

 

  1. Aram Espresso Maker

จัดเป็นเครื่องชงเอสเพรสโซแบบทำมือที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ ด้วยการดีไซน์รูปทรงที่แปลกตาแต่คุณภาพโดนใจ บอกคำเดียวเลยครับว่า ตอนแรกที่พบกัน ไม่คิดว่าจะเป็นเครื่องชงเอสเพรสโซ ดูเหมือนกระบอกมือหมุนสำหรับบดกาแฟมากกว่า แต่พอได้รู้จักแล้วก็เกิดหลงรักขึ้นมาทันที เจ้ากระบอกมือหมุนที่มาพร้อมฐานตั้งนี่แหละ สามารถสร้างแรงดันน้ำสูงสุดถึง 14 bar 'ครีม่า' จึงมาแบบจัดเต็ม ไม่ต่างจากช้อตจากเครื่องชงไฟฟ้าราคาสูง

เครื่องชงเอสเพรสโซแบบมือหมุนรุ่นนี้ ทำขึ้นโดยช่างฝีมือชาวบราซิล เป็นงานแฮนด์เมดในทุกขั้นตอน แม้จะน้อยชิ้นอุปกรณ์ แต่วิธีสร้างช้อตเอสเพรสโซนั้นน่าทึ่งเอามากๆ

หลักการทำงานของ Aram Espresso นั้น ตัวกระบอกทำหน้าที่เหมือนถังเก็บน้ำ ฟิลเตอร์กรองกาแฟนั้นอยู่ด้านล่างของกระบอก เมื่อเติมความร้อนลงในกระบอก จากนั้นใช้มือหมุนเพื่อให้แกนมือหมุนสูงขึ้น คราวนี้ก็ถึงไฮไลท์ของเรื่องกันล่ะ ก็หมุนด้ามจับลงช้าๆ เพื่อสร้างแรงดันน้ำให้พุ่งผ่านกาแฟคั่วบด ใช้แค่แรงมือน้ำหนักเบาๆ ก็ได้เอสเพรสโซหยดย้อยออกมาจากฟิลเตอร์กันเสียแล้ว น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

อาจพูดได้เต็มปากว่านี่คือ เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซที่เกิดขึ้นในบราซิลเป็นครั้งแรก จัดว่าสวยงามทั้งศิลป์และศาสตร์ เหมาะสำหรับร้านกาแฟแนวอินดี้ที่ต้องการแบ่งพื้นให้กับ Slowbar  เป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้าที่นิยมกาแฟแนว Specialty coffee

 

เอสเพรสโซ 6

Aram Espresso Maker ผลิตจากบราซิลเป็นชาติแรก, ภาพ : aram.coffee

 

  1. Moka pot Brikka

แบรนด์กาแฟซึ่งเป็นผู้ผลิตหม้อต้มกาแฟแบบตั้งเตา 'Moka pot' เป็นเจ้าแรก และยังคงเป็นเจ้าตลาดมานานกว่า 80 ปี ก็คือ Bialetti จากอิตาลีนั่นเอง รุ่น Brikka นั้นติดตั้งหัววาล์วพิเศษช่วยทำให้มีแรงดันสูงกว่ารุ่นเดิม ผลิตช้อตเอสเพรสโซที่เข้มข้น มีครีมาที่ละเอียดและคงทนมากขึ้น

หลักการเบื้องต้นของหม้อต้มกาแฟของ Bialetti ก็คือ ใช้แรงดันไอน้ำพุ่งผ่านผงกาแฟบด คล้ายๆ กับเครื่องชงเอสเพรสโซแบบไฟฟ้าเลย แต่  ‘Moka pot’ นั้น แรงดันน้ำจะพุ่งจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน ตรงข้ามกับขั้นตอนเครื่องเอสเพรสโซแบบเสียบปลั๊ก

Moka pot Brikka  ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหม้อต้มกาแฟสำหรับวางบนเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า ชงเองดื่มเองที่บ้าน/ออฟฟิศ หรือพกติดตัวไปแคมปิ้งในป่า ขั้นตอนการชงก็แสนง่าย เหมาะกับวิถี Slow Life หลายคนจึงหลงใหลในรสชาติเอสเพรสโซที่ได้จากเครื่องชงตัวนี้เป็นยิ่งนัก

เอสเพรสโซ 7

 Moka pot รุ่น Brikka ผลิตช้อตเอสเพรสโซที่มีครีม่า ละเอียดและคงทนมากขึ้น, ภาพ : bialetti.us