แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดในเมืองไทยจะมีผู้ติดเชื้อน้อยมาก เรื่องนี้ประมาทไม่ได้เลย เพราะหนทางยังอีกยาวไกล
“ผมพูดเสมอว่า การต่อสู้กับโควิด-19 เหมือนการวิ่งมาราธอน ถ้าต้องวิ่งระยะทาง 42 กิโลเมตร เรายังวิ่งอยู่ที่ 5 กิโลเมตรแรก เพราะฉะนั้นระยะทางยังอีกยาวไกล” ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ในงานประชุมวิชาการวาระพิเศษ COVID-19 Lecture Series ครั้งที่ 4 โดยคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทาง Facebook Live
ตั้งแต่ไวรัสโควิดระบาดในเมืองไทยและทั่วโลก หมอยงพยายามให้ความรู้กับประชาชนผ่านสื่อ และ เฟซบุ๊กYong Poovorawan อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้คำแนะนำรัฐบาลในเรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัส
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หมอยง ได้มาให้ความรู้ในงานวิชาการดังกล่าว และนี่คือส่วนหนึ่งของการพูดคุย
การใช้พลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิดดำเนินการอย่างไร
การรักษาด้วยพลาสมาสำหรับคนที่หายแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ คนที่เป็นอีสุกอีใส เมื่อ 40-50 ปี ก็มีการเอาพลาสมาคนที่หายป่วยแล้วมารักษา สมัยซาร์สระบาดที่ฮ่องกงไม่มียารักษา ก็ใช้พลาสมา ผลการรักษาใช้ได้ กระทั่งการระบาดของเมอร์ส พี่น้องตระะกูลโคโรน่าไวรัส ก็เอาพลาสมาคนที่หายป่วยมารักษา
เห็นเลยว่า โรคที่ไม่รู้จะรักษาอย่างไร ก็ใช้ภูมิต้านทานรวมรักษา พอมาถึงโควิด-19 การรักษาปัจจุบันไม่มียาเฉพาะที่ใช้รักษา ยาที่ใช้รักษาขณะนี้ ยืมมาจากโรคอื่นๆ ไม่ว่ายารักษามาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควิน ยาตัวนี้ก็ถกเถียงกันไปแล้วว่ารักษาได้จริงหรือ แล้วยังยืมยารักษาเอดส์มาใช้ เพราะลักษณะไวรัสตัวนี้ โครงสร้างคล้ายกัน นอกจากนี้ยังยืมยาไข้หวัดใหญ่มาใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งทุกคนบอกว่า น่าจะได้ผล ถามว่าได้ผลขนาดนั้นคงต้องรอการศึกษาอีก ตอนนี้แพทย์บ้านเราก็ไม่ได้ต่อต้านว่า จะเอายากี่ตัวมารักษา
การรักษาด้วยพลาสมาเป็นการเสริมการรักษา อันตรายของมันน่าจะไม่ต่างจากการให้เลือด จะบอกว่าไม่มีอันตรายเลยคงไม่ได้ มีอาการข้างเคียงไม่มาก และพลาสมาที่ได้มามีการกรองไวรัสต่างๆ ออกไป เพื่อหลีกเลียงอาการแทรกซ้อน เพราะฉะนั้นการให้พลาสมาผ่านเฟสหนึ่งในเรื่องการศึกษาความปลอดภัยไปได้เลย
เข้าเฟสสองว่า พลาสมาตัวนี้มีผลในการรักษาหรือไม่ รายงานการรักษาในจีนส่วนใหญ่ได้ผลดี มีคนเสียชีวิตบ้าง รายงานจากเกาหลีสองรายได้ผลดี ในมลรัฐเท็กซัส อเมริกา ผู้ป่วยจำนวน 25 คน ในจำนวนนั้นมีปอดอักเสบเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ หลายคนใส่ท่อช่วยหายใจ รักษาแล้ว 20 คนมีอาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลได้ อีก 4 คนอยู่ระหว่างการรักษา มีหนึ่งคนเสียชีวิต
ย้อนมาถึงประเทศไทย ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ใช้พลาสมารักษาคนป่วยรายหนึ่ง จากใส่ท่อช่วยหายใจ สี่วันถอดเครื่องช่วยหายใจได้ อาการทุกอย่างดีขึ้น จึงเป็นเหตุอย่างหนึ่ง เมื่อยังไม่มียารักษา ก็น่าจะใช้พลาสมาไปก่อน สภากาชาดไทย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงรับบริจาคพลาสมา
การรับบริจาคพลาสมา ต้องคัดกรองอย่างไร
เงื่อนไขการบริจาคอยู่ที่ความสมัครใจ ขณะนี้มีอาสาสมัครเกินหนึ่งร้อยคน พลาสมาเก็บไว้ได้นานหนึ่งปี ถ้ามีการระบาดรอบสอง คนไทยจะไม่เดือดร้อน คนที่มีพลาสมามีภูมิต้านทานดีๆ จะสามารถบริจาคได้หกครั้ง ทุกสองสัปดาห์ หลังบริจาคไปหกเดือน จะไม่รับแล้ว
ทำไมจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในสเปนและอิตาลี มีอัตราการเสียชีวิตกว่า 10 เปอร์เซ็นต์
หลักการสาธารณสุขบ้านเรา คนติดเชื้อไวรัสโควิดทุกคนเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่ามีอาการหรือไม่มีอาการ แต่ในอังกฤษ ติดเชื้อแล้วป่วยมีไข้นอนอยู่บ้าน ถ้าป่วยมากให้โทรหาหมอ หมอจะให้ตรวจหรือไม่ให้ตรวจก็ได้ ดังนั้นคนป่วยที่มีอาการหนักเข้าโรงพยาบาลคือตัวเลขที่รายงาน ในนิวยอร์คจึงมีการระบาดหนัก มีประชากรติดเชื้อประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ในตะวันตกติดเชื้อแล้ว ก็ให้อยู่บ้าน จึงมีการระบาดเยอะ
หลายคนบอกว่า ประเทศไทยตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดน้อยไปไหม ผมบอกเลยว่า ไม่น้อย ขณะนี้ตรวจไปสามแสนกว่าคน ตอนนี้การตรวจไปอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งตรวจมากกว่าโรงพยาบาลรัฐ
รหัสพันธุกรรมของไวรัสชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
โคโรน่าไวรัส ถอดรหัสเป็น RNA ไวรัสที่มีขนาดใหญ่กว่าสามหมื่นตัวอักษร มีกระบวนการหลากหลายทางธรรมชาติ เมื่อมันแบ่งตัวไปเรื่อยๆ ก็มีวิวัฒนาการของมัน อัตราการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมน้อยกว่าไข้หวัดใหญ่สิบเท่า แน่นอนว่ามันมีทางหลีกเลี่ยง แต่ใช้เวลานานกว่าไข้หวัดใหญ่
ในฤดูฝน ถ้าเด็กๆ ป่วยจะแยกแยะระหว่างโรคทางเดินหายใจกับโควิด-19 อย่างไร
มีหลักฐานชัดเจน ตั้งแต่โควิดระบาดตั้งแต่วันที่13 มกราคม ถึงเดือนเมษายน มีการรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เหตุผลนี้ทำให้ผมหาเชื้อจากผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มาถอดรหัสพันธุกรรมไม่ได้สักราย และช่วงไวรัสโควิดระบาดโรงพยาบาลเอกชนไม่ค่อยมีผู้ป่วยทางเดินหายใจ เพราะโควิดมา เราจึงไม่เชื่อว่า การแพร่ระบาดของโควิดจะทำให้โรงพยาบาลเอกชนขาดทุน สาเหตุที่ขาดทุนเพราะไม่พบโรคหวัด มือเท้าปากและท้องเสีย
แต่ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ บริษัทประกัน โดยเฉพาะเด็กที่ประกันสุขภาพ ไม่มีการเคลมประกันเลย และอีกหน่วยงานที่ได้ประโยชน์คือ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) การออกพรก.ฉุกเฉิน ทำให้คนดื่มเหล้าน้อยลงสิบกว่าเท่า สสส.ไม่ต้องลงทุนเรื่องการรณรงค์เลย น่าจะเอาเงินส่วนนี้มาช่วยคนจน
ที่ผ่านมาในฤดูฝน คนจะป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่และโรคจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV, Respiratory Syncytial Virus) ทางเดินหายใจส่วนล่างในเด็กเล็ก ซึ่งคนกลัวมาก เท่าที่ผ่านมา โรคจากไวรัส 10-20 ตัวการศึกษาพบว่ามีการระบาดเยอะในเดือนกรกฎาคม-กันยายน
ถ้าเปิดเทอมแล้วยังอยู่ในสภาวะแบบเดิม ยุ่งแน่ เพราะฤดูฝน โรคทางเดินหายใจและโควิดจะมาตีกัน ดังนั้นการเปิดเทอมต้องเปิดแบบวิถีชีวิตใหม่ เรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน การเข้าเรียนอาจจัดเวลาเป็นกะ หรือสับเวลากัน ลดจำนวนนักเรียนในห้องให้น้อยลง อาทิตย์หนึ่งเรียนสองวันก็ได้
ทำไมเด็กอังกฤษเรียนครึ่งวันเก่งกว่าเด็กไทยที่เรียนเต็มวัน และเรียนกวดวิชาด้วย ถ้าผมเป็นคนกำหนดนโยบาย ผมจะให้มีมาตรการเปิดโรงเรียนกวดวิชาลำดับสุดท้าย ไม่จำเป็นเลย หลักๆ คือ นักเรียนต้องไปโรงเรียนน้อยลง
ประเมินการระบาดไวรัสโควิดรอบสองไว้อย่างไร
ผมพูดเสมอว่า การต่อสู้กับโควิดเหมือนการวิ่งมาราธอน ถ้าต้องวิ่ง 42 กิโลเมตร ตอนนี้เรายังวิ่งอยู่ 5 กิโลเมตรแรก ระยะทางยังอีกยาวไกล ถามว่า การระบาดรอบสองจะเกิดขึ้นไหม ตอนนี้เราสร้างกำแพงทุกวิถีทางล้อมรอบประเทศไทย ไม่ได้ปิดบ้าน ปิดเมือง แต่ปิดสนามบิน ไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง เราไม่ได้กั้นคนต่างชาติจะเข้ามาก็ได้ แต่ต้องกักตัวสิบสี่วัน ทำประกันหนึ่งแสนเหรียญ ตรวจสุขภาพ มีใบรับรองแพทย์ เราสร้างกำแพงไว้ดีมาก แต่ไม่รู้ว่า จะอุดรูรั่วไว้ได้นานแค่ไหน เพราะประเทศที่มีพรมแดนธรรมชาติติดกับประเทศไทยเยอะมาก ถ้ามีรูรั่วใหญ่ คงวิกน้ำไม่ทัน จะมีการระบาดรอบสองหรือไม่อยู่ที่พวกเราทุกคน ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่รอนโยบายของรัฐอย่างเดียว การเดินนโยบายป้องกันโควิดของไทย ผมบอกได้เลยว่า เราเดินถูกทางแล้ว
วิธีที่ดีที่สุดคือ ทางสายกลาง ยอมให้ป่วยบ้าง ให้สูญเสียน้อยที่สุด ถึงเวลาระบบสาธารณสุขบ้านเรารับได้ ทุกคนมีชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียง สมดุล ซื้อเวลาไปให้ถึง 42 กิโลเมตร การวิ่งมาราธอนตรงนี้ ใครวิ่งอึดและวิ่งทนถือว่าเป็นผู้ชนะ






