วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

WFH แบบ ‘คนโดะ มาริเอะ’ เจ้าแม่การจัดบ้านจากญี่ปุ่น

ทำงานจากที่บ้าน 'work from home' อย่างไรให้เกิดความสมดุลทั้งเรื่องงาน และชีวิตส่วนตัว ลองมาฟังเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้านของญี่ปุ่น ‘คนโดะ มาริเอะ’ เจ้าของวลีฮิต เก็บเฉพาะของที่ ‘สร้างความสุข’ หรือ spark joy ให้กับเราเอาไว้เท่านั้น

คนโดะ มาริเอะ นักจัดบ้านสาวชาวญี่ปุ่น (ปัจจุบันเธอมีอายุ 34 ปี) เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากหนังสือ ‘ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว’ หรือ The life-changing magic of tidying up ที่ได้รับการตีพิมพ์หลายภาษาทั่วโลก 

 

9786162871238l

credit : m.se-ed.com

 

หลังจากนั้นยังถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ออกฉายทาง Netflix ในชื่อเรื่อง จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับมาริเอะ คนโดะ หรือ TIDYING UP WITH MARIE KONDO อีกด้วย

 

10849628-6796549-Organized_Another_daily_tip_from_Marie_is_to_use_bags_and_boxes_-a-32_1552339044632

credit : Netflix

 

 

โดยหลักการจัดบ้านของเธอมีอยู่ว่าให้หยิบของชิ้นนั้นขึ้นมาดูว่ามันยังทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจ (spark joy) ต่อไปอีกหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ใช่ ค่อยเก็บของชิ้นนั้นไว้ แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ใช่ ก็ให้เก็บทิ้งให้หมด แล้วจำนวนของในบ้านของคุณจะลดลงอย่างน่าอัศจรรย์

 

แล้วในช่วงที่คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องหันมาทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา คนโดะ มาริเอะ ซึ่งมีลูกสาวตัวน้อย ๆ 2 คน ก็มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับบ้าน (work from home) พร้อมๆ กันกับที่ต้องรับมือกับลูก ๆ วัยกำลังซนแบบเธอ

 

โดย มาริเอะ คนโดะ บอกว่าเคล็ดลับในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่บ้าน เพื่อให้เราสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลงานออกมานั้นมีดังนี้

 

อย่างแรกเลยคือ ‘จัดตารางสิ่งที่ลูก ๆ ต้องทำ’ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือเล่น ให้พวกเขาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะในเมื่อผู้ใหญ่มีตารางการทำงานได้ แล้วทำไมเด็ก ๆ ถึงจะมีตารางสิ่งที่ต้องทำไม่ได้

 

คนโดะ มาริเอะ ยืนยันว่าการหากิจกรรมให้เด็ก ๆ ทำ ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหารเช้าด้วยกัน อ่านหนังสือ เล่นเกม ฯลฯ เป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากจะช่วยให้พวกเขาจัดชีวิตในแต่ละวันให้เป็นระบบแล้ว ยังช่วยให้พวกเขาเกิดความรู้สึกถึง ‘ความปรกติ’ ขึ้นในช่วงที่แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนเองยังหลงเวลา ลืมวันลืมคืน เพราะไม่ได้ออกไปข้างนอกนานเกินไป

 

เมื่อจัดตารางให้เด็ก ๆ แล้ว พ่อแม่ยังต้องให้ลูก ๆ รับรู้ถึงตารางการทำงานในแต่ละวันของตัวเองด้วย เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้แยกออกว่า เวลาไหนที่ไม่ควรเข้าไปรบกวน เพราะเป็นเวลาทำงานของผู้ปกครอง

 

27023100-8206533-image-a-1_1586475090745

 

อย่างไรก็ตาม มาริเอะยอมรับว่าเอาเข้าจริงแล้วมันก็ไม่ได้สำเร็จเสมอไป แต่อย่างน้อยก็ยังมีการกำหนดขอบเขตบางอย่างให้กับสมาชิกในครอบครัวขึ้นมาได้บ้าง ดีกว่าปั่นป่วนไปหมดจนแยกไม่ออกว่าเวลาทำงาน เวลากินข้าว หรือเวลาพักผ่อนคือช่วงไหน

 

“เมื่อคุณกำหนดเวลาทำงานได้แล้ว ให้บอกเรื่องนี้กับคนในครอบครัวด้วย อย่างฉันเอง พยายามจะปิดประตูห้องเวลาที่กำลังทำงาน แต่บางครั้งพวกเขาก็จะมาเคาะประตูดังมาก แถมยังพยายามจะเข้ามาด้วย” มาริเอะกล่าว

 

ส่วนเรื่องที่ลูก ๆ อาจจะเกิดความเครียดจนระเบิดอารมณ์รุนแรง เกรี้ยวกราดออกมานั้น มาริเอะบอกว่าหัวใจสำคัญคือการรับทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเองทั้งหมด แล้วต้องยอมรับว่าอาการสติแตกก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกักตัวอยู่ที่บ้านเช่นกัน

 

พึงระลึกเอาไว้ว่าเป็นธรรมชาติของเด็ก ๆ ที่ต้องมีอารมณ์เกรี้ยวกราดอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล หัวใจสำคัญคือ รับรู้ความรู้สึกที่เป็นตัวกระตุ้นให้ลูก ๆ เกิดอาการสติแตกขึ้นมาเป็นอย่างแรก

 

“ฉันจะใช้เวลารับฟัง พอพวกเขาสงบลงแล้ว ฉันจะถามว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจ หลังจากนั้นฉันจะบอกให้ลูก ๆ รู้ว่าฉันเข้าใจพวกเขานะ” มาริเอะกล่าว

 

พร้อมแนะเคล็ดลับเพิ่มเติมว่าเธอจะใช้คำพูดว่า “เรื่องนั้นทำให้หนูเศร้าเหรอ” ไม่ก็พูดว่า “นั่นมันทำให้ลูกไม่ชอบใช่ไหม” โดยพยายามให้ความสำคัญกับความรู้สึกของพวกเขา ไม่ใช่เป็นการตำหนิ

 

ส่วนเคล็ดลับในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่บ้านนั้น มาริเอะแนะนำว่าให้หาเวลาจัดบ้านพร้อมกันทั้งครอบครัว

 

KonMari_PurifyYourSpace_Marie_Kneeling-1192x1450

credit : konmari.com 

 

สำหรับพ่อแม่ที่แย้งว่าลูก ๆ ของตัวเองไม่ยอมเก็บกวาดบ้านถ้าไม่ดุเสียก่อน มาริเอะยืนยันว่าลูกสาวของเธอสองคนที่ชื่อ ซัตสึกิ กับ มิโกะ ก็เป็น แต่พอมีการช่วยกันจัดบ้านทั้งครอบครัวแล้วกลับกลายเป็นว่าลูกสาวทั้งสองกลับเต็มใจช่วยเป็นอย่างดี

 

“ฉันจะทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ด้วยการเก็บบ้านพร้อมกันในตอนเย็น”

 

คนโดะ มาริเอะ บอกว่า เคล็ดลับของการทำงานที่บ้านอย่างได้ประสิทธิผลมีอยู่ 2 คำคือ ‘พิธีกรรม’ กับ ‘กิจวัตร’ พร้อมแนะว่าสิ่งสำคัญคือการจัดวางสิ่งต่าง ๆ ในที่ที่ช่วยให้คุณแยกสถานที่ทำงาน (workspace) กับสถานที่ส่วนตัว (personal place) ออกจากกันได้

 

‘กลิ่น’ และ ‘เสียง’ ช่วยทำงาน

เคล็ดลับง่าย ๆ ในการทำงานที่บ้านอย่างมีความสุขอีกอย่างคือ กลิ่น

 

มาริเอะบอกว่าเธอจะฉีดสเปรย์กลิ่นหอม ๆ ในโฮมออฟฟิศของตัวเอง โดยเลือกกลิ่นที่สดชื่นและกะปรี้กะเปร่าอย่าง เปปเปอร์มินท์

 

นอกจากกลิ่นแล้ว มาริเอะยังใช้ ‘เสียง’ เป็นตัวช่วยให้แยกการทำงานออกจากการเล่นด้วย โดยเธอจะใช้ ‘ส้อมเสียง’ (tuning fork) เคาะไปที่แท่งคริสตัล ทำให้เกิดเสียงที่ช่วยให้จิตใจสงบก่อนลงมือทำงาน โดยเสียงที่เกิดขึ้นนี้เหมือนเป็นการ reset จิตใจ (ถ้าเป็นทางพุทธก็คล้าย ๆ มีเสียงระฆังมาช่วยดึงสติ) ให้พร้อมที่จะลงมือทำงานนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม ส้อมเสียงพร้อมแท่งคริสตัลนี้ เป็นอุปกรณ์ที่มาริเอะทำออกมาวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ของเธอในราคาสูงถึง 75 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 2,500 บาท) จึงต้องพิจารณากันว่าเป็นการขายของหรือเป็นเคล็ดลับที่จะช่วยเราได้จริง ๆ กันแน่

 

1200

 

ส่วนเคล็ดลับข้อสุดท้ายจาก คนโดะ มาริเอะ คือให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่นุ่ม ๆ อย่างโซฟา หรือเตียง แต่ให้ไปนั่งทำงานบนพื้นแข็ง ๆ อย่าง โต๊ะอาหาร หรือโต๊ะทำงานแทน แล้วการทำงานที่บ้านของคุณจะได้ประสิทธิผลสูงสุด