วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

COVID-19 สู่ล็อกดาวน์น่านฟ้า 'สายการบิน' ปรับตัวอย่างไร

การระบาดของ 'COVID-19'ส่งผลให้รายได้รวมของอุตสาหกรรมการบินลดลงถึง 314 พันล้านเรียญสหรัฐในปี 2020 'สายการบิน' ทั่วโลก จึงต้องงัดกลยุทธ์เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้

 

 

การเดินทางโดยสารเครื่องบินที่สะดวก รวดเร็ว ง่ายดายและราคาถูกลง กลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เกิดการระบาดของ 'โควิด-19' การเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ กลายเป็นเรื่องยาก ไม่เฉพาะในประเทศไทย หลายประเทศยังคงมาตรการปิดเมืองและขยายเวลาปิดประเทศออกไป โดยไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไรถึงจะสิ้นสุด

โควิด-19 กระทบ 'อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก' บริษัทโบอิ้ง มีแนวโน้มหยุดจ้างงานพนักงาน 27,000 คน จากที่ตั้งโรงงานเมืองพิวเจ็ต ซาวน์ (Puget Sound) ซีแอตเทิล (Seattle) สหรัฐอเมริกา หลังโรงงานปิดกิจการมาเป็นเวลาร่วม 1 เดือน หัวหน้าฝ่ายบริหารบริษัทโบอิ้ง สแตน ดีล (Stan Deal) กล่าวว่า โบอิ้งยังคงมีฐานการผลิตและสามารถดูแลลูกค้าได้เช่นเดิม แต่จำเป็นต้องปลดพนักงานโรงงานออกเนื่องจากไม่มีรายการสั่งซื้อใหม่จากลูกค้า ขณะที่ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก (Cathy Pacific) ในสหรัฐได้ประกาศปิดฐานและปลดพนักงาน 286 คนออก

ห้องปฏิบัติการวิจัยเอพีเอ็ม (American Public Media: APM) วิเคราะห์ข้อมูลที่เผยแพร่โดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางสหรัฐอเมริกา (Transportation Security Administration: TSA) รายงานว่า จำนวนผู้โดยสารช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ปี 2020 ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมาจำนวนผู้เดินทางติดลบกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากผู้โดยสารราว 2.5 ล้านคน ที่ใช้บริการตามสนามบินต่างๆ ทั่วสหรัฐ ลดจำนวนลงเหลือเพียงวันละราว 9 หมื่นคน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสนับสนุนเงินช่วยเหลือสายการบินหลัก 10 แห่งในสหรัฐเป็นวงเงินรวมแล้วหลายพันล้านเหรียญ เฉพาะสายการบินเดลต้าได้รับเงินสนับสนุนมูลค่า 5.4 พันล้านเหรียญ ยังไม่รวมสายการบินเซาท์เวส (Southwest) เจ็ทบลู (JetBlue) ที่ได้รับเงินสนับสนุน 3.2 พันล้านเหรียญและ 935 ล้านเหรียญตามลำดับ โดย 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นงบสนับสนุน ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่ชาวอเมริกันได้รับแพคเกจความช่วยเหลือจากรัฐบาลรวมกันเพียง 5.8 พันล้านเหรียญ

 

4

 

แน่นอนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สายการบินทั่วโลกต้องปรับตัว สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ (Malaysia Airlines) วางแผนควบรวบกิจการกับแอร์เอเชีย (AirAsia) และเวอร์จิน ออสเตรเลีย (Virgin Australia) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา รัฐบาลมาเลเซียต้องการหาพันธมิตรเพื่อแก้ไขสถานการณ์เชิงกลยุทธ์ให้สายการบินประจำชาติที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติมาก่อนหน้านี้ อันที่จริงมีการวางแผนการเจรจามาก่อนตั้งแต่ปีที่แล้ว การระบาดของโคโรนาไวรัสทำให้ปัญหานี้ถูกยกขึ้นมาเป็นกรณีเร่งด่วน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โมฮาเหม็ด อัซมิน อาลี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวว่า การควบรวมกิจการมาเลเซีย แอร์ไลน์ และ แอร์เอเชีย กรุ๊ป ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้สายการบินทั้งสองผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบิน แม้ทางฝั่งแอร์เอเชีย กรุ๊ป ยังไม่ได้ยืนยันถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ

ขณะที่ สายการบินไทย ต้องยกเลิกบินทุกเส้นทางชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน (ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม) และร้องขอให้รัฐค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเป็นจำนวนเงิน 5-7 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง การบินไทยเหลือกระแสเงินสดอยู่เพียง 1-1.2 หมื่นล้านบาท แม้ได้ปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาจากการเลิกจ้างพนักงานเอาต์ซอร์ซกว่า 3 พันคน ลดเงินเดือนพนักงาน 10-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 2 เดือนตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา ในภาพรวมสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมค่าตอบแทนพนักงานจากปกติ 1,100 ล้านบาทต่อเดือนเหลือราว 800 ล้านบาทต่อเดือน

 

3

 

ทางฝั่งตะวันออกกลาง สายการบินมีการปรับเปลี่ยนเชิงตั้งรับกับการระบาดของโรค สายการบินอาหรับเอมิเรตส์ (Emirates) วางมาตรการตรวจเลือดเพื่อทดสอบหาโควิด-19 ให้กับผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง โดยเริ่มปฏิบัติการที่สนามบินหลักเมืองดูไบก่อน เที่ยวบินแรกที่ใช้มาตรการนี้เป็นเที่ยวบินจากดูไบไปตูนีเซีย การดำเนินการทดสอบอยู่ภายใต้ความดูแลของหน่วยงานด้านสุขภาพดูไบ (Dubai Health Authority) บริเวณโซนเช็คอินเทอมินัล 3 ซึ่งผู้โดยสารสามารถรู้ผลการทดสอบได้ภายใน 10 นาที

“มาตรการนี้ช่วยให้เราทำการทดสอบและยืนยันผลได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่ต้องการใบรับรองการทดสอบโควิด-19” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการสายการบินอาหรับเอมิเรตส์ กล่าว

การทดสอบด้วยการตรวจเลือดเป็นการทดสอบเซรุ่ม ที่ไม่ได้วินิจฉัยเพื่อค้นหาโคโรนาไวรัสโดยตรง แต่เป็นการตรวจสอบโปรตีนในระบบภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้ผ่านตัวอย่างเลือด หมายความว่าหากสัมผัสกับไวรัสแล้วติดเชื้อ ร่างกายจะพัฒนาแอนติบอดี้มาต่อต้านเชื้อ กรณีนี้อาจตรวจไม่พบแอนติบอดี้หากเพิ่งสัมผัสเชื้อในช่วงแรก เนื่องจากการตอบสนองจากภูมิคุ้มกันในร่างกายยังคงทำงานอยู่ อย่างไรก็ตาม สายการบินเอมิเรตส์ มองว่า วิธีนี้เป็นการตั้งรับที่ดีในสภาวการณ์ที่ไร้ทิศทางเช่นนี้

ทั้งนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA)ได้วิเคราะห์รายได้รวมของสายการบินทั่วโลก รายงานว่าอุตสาหกรรมการบินทำรายได้ลดลงถึง 314 พันล้านเรียญสหรัฐในปี 2020 คิดเป็น 55 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา