วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ผลจาก 'COVID-19' จีนส่วนใหญ่ร้องยี้เมนู 'ค้างคาว'

ผลจาก 'COVID-19' จีนส่วนใหญ่ร้องยี้เมนู 'ค้างคาว'

นอกจาก 'ซุปค้างคาว' ในคลิปวิดีโอที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์จะไม่ได้ 'เมดอินไชน่า' แล้ว ความเชื่อที่ว่าคนจีนชอบบริโภคสัตว์ป่าก็อาจไม่เป็นอย่างนั้น!

 

ความเข้าใจผิดๆ ระบาดเร็วเสียยิ่งกว่าไวรัสสายพันธุ์ไหน เนื่องจากหลายคนอาจคิดว่าคนจีนส่วนใหญ่ชอบกิน 'สัตว์ป่า' ทว่าความจริงแล้วคนจีนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ส่วนซุปค้างคาวที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์นั้นก็ไม่ได้ 'เมดอินไชน่า' แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าแหล่งกำเนิดไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ อาจสืบเสาะต้นตอได้ถึงสัตว์ป่านานาชนิดที่วางจำหน่ายในตลาดแห่งหนึ่งในนครอู่ฮั่น ทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ปฏิกิริยาและความรู้สึกของคนจีนก็ไม่ต่างจากใครๆ ในโลก นั่นคือความรู้สึก 'โกรธ' 'หวาดกลัว' และ 'ขยะแขยง'

ตามที่เคยมีการรายงาน คลิปวิดีโอที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์เป็นคลิปของหญิงชาวจีนที่กำลังกินค้างคาวในซุปซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ในอู่ฮั่น บางความคิดเห็นที่พ่วงตามมาเต็มไปด้วยข้อความเหยียดเชื้อชาติ ตำหนิพฤติกรรมการกินของคนจีนว่าเป็นต้นตอของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือแม้แต่บางรายงานยังระบุว่า “ซุปค้างคาวเป็นที่เลื่องลือในฐานะอาหารยอดนิยมในอู่ฮั่น”

อย่างไรก็ดี คลิปวิดีโอดังกล่าวไม่ได้ถ่ายในอู่ฮั่น แต่เป็นประเทศปาเลา เกาะทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ห่างจากจีนราว 2,100 กิโลเมตร และคลิปวิดีโอนี้ก็ถ่ายทำในปี 2016 เพื่อแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นของปาเลา

หญิงคนดังกล่าวซึ่งเรียกตัวเองเป็นวีล็อกเกอร์ (Vlogger) อธิบายผ่านบัญชีเวยโป๋ (Weibo) ของเธอว่าค้างคาวในถ้วยซุปนั้นไม่ได้ถูกจับจากป่า แต่เป็นค้างคาวเลี้ยงที่กินผลไม้เป็นอาหารและถูกนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารเฉพาะถิ่นในปาเลา

ปฏิกิริยาความกลัว โกรธ และขยะแขยงต่อคลิปวิดีโอดังกล่าว เป็นสิ่งที่ชี้ไปในแนวทางเดียวว่าคนจีนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้เรื่อง “ซุปค้างคาว” หรือเมนูค้างคาวมาก่อน มิเช่นนั้น วิดีโอนี้ก็คงไม่สร้างความโกรธเคืองไปทั่วประเทศเช่นนี้

จากที่ได้กล่าวไป ค้างคาวเป็นสิ่งที่คนจีนแทบไม่นึกถึงเลยว่าจะเป็นของกินได้ ในทางกลับกันหากให้คิดถึงการลองกินมันเข้าไป ก็ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างขนลุกขนพองสำหรับคนจีนส่วนใหญ่

 

XxjinmC007012_20200211_CBMFN0A001-scaled_0

 

ตามที่แนชันแนล จีโอกราฟิก (National Geographic) เคยระบุในรายงานออนไลน์ว่า สำหรับคนจีนแล้วการบริโภคสัตว์ป่าเป็น 'การแหกคอกทางวัฒนธรรม'

“ตัวอย่างเช่นในนครกว่างโจว เมืองที่มีประชากร 14 ล้านคนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ การกินสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่พบเห็นได้เป็นปกติทั่วไป ทว่าสำหรับกรุงปักกิ่ง กลับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง” รายงานระบุ พร้อมเสริมว่าแม้แต่ในนครกว่างโจวด้วยกันเอง ทัศนคติของคนที่มีต่อสัตว์ป่ายังค่อนข้างแตกต่างกัน

ผลสำรวจมติมหาชนนั้นค่อนข้างชัด เนื่องจากผลสำรวจโดยศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University Center for Nature Society) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ชี้ว่าจากกลุ่มสำรวจเกือบ 100,000 คน มีผู้ที่ต่อต้านการกินสัตว์ป่าเกือบร้อยละ 97 ขณะที่ราวร้อยละ 79 ต่อต้านการนำชิ้นส่วนของสัตว์ป่าไปใช้ อาทิ ขนและกระดูก

ด้านรัฐบาลจีนเองก็มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้โดยไม่นิ่งนอนใจ จากการที่เมื่อวันจันทร์ (24 ก.พ.) ฝ่ายนิติบัญญัติสูงสุดของจีนรับพิจารณามติว่าด้วยการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายและขจัดการบริโภคสัตว์ป่าอย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ ก่อนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติสูงสุด จีนยังได้บังคับใช้ข้อห้ามชั่วคราวว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าทุกประเภทเพียงไม่นานหลังไวรัสแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ทั้งยังได้เร่งรัดขั้นตอนการออกกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่ปี 1989 และได้รับการปรับปรุงเมื่อปี 2016

สถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงต้นปี 2020 นี้ อาจเป็นโอกาสอันดีที่จีนจะได้สร้างความคืบหน้าแก่ระบบอนุรักษ์สัตว์ป่า ปรับความสัมพันธ์ของคนที่มีต่อสัตว์ป่าเสียใหม่ และผลักดันการศึกษาเรื่องนี้ให้ทั่วถึง

 

(ที่มา : สำนักข่าวซินหัว)