วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

เมื่อ 'หน้ากากอนามัย' กลายเป็นวิกฤติโลก!

เมื่อ 'หน้ากากอนามัย' กลายเป็นวิกฤติโลก!

สำรวจภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย ปัญหาที่หลายประเทศกำลังเผชิญ พร้อมแนวทางการรับมือที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล

 

การระบาดของ 'ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่' ทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย แต่ผลกระทบได้แพร่กระจายไปทั่วโลก เพราะฐานการผลิตหน้ากากอนามัยส่วนใหญ่มีโรงงานตั้งอยู่ในประเทศจีน

ก่อนหน้านี้จีนได้มีการระงับการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อควบคุมโรค ต่อมาเมื่อเปิดการผลิตอีกครั้ง โรงงานส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งให้ผลิตหน้ากากเพื่อจัดสรรภายในประเทศที่ตั้งโรงงานก่อน แม้โรงงานนั้นจะมีสัญชาติต่างชาติก็ตาม

เมดิคอมกรุ๊ป ที่มีโรงงานผลิตหน้ากากอยู่ที่ เมืองอองเช่ร์ (Angers) ฝรั่งเศส กล่าวว่า ปกติบริษัทผลิตหน้ากาก 150 ล้านชิ้นต่อปี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา มีออร์เดอร์หน้ากากเข้ามากว่า 500 ล้านชิ้น และยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทต้องว่าจ้างพนักงานใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานสาขาเซียงไฮ้ และจอร์เจียด้วย

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของหน้ากากที่ผลิตได้จากโรงงานในเซียงไฮ้ มีคำสั่งให้จำหน่ายแก่รัฐบาลท้องถิ่น ด้าน เรสพิลอน บริษัทผลิตหน้ากากจากสาธารณรัฐเช็ก เจอปัญหาในซัพพลายเชนเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลจีนห้ามส่งออกสินค้า

สำหรับประเทศไทย หลังกระทรวงพาณิชย์ประกาศห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย บริษัท สยาม โคเค็น บริษัทลูกของโคเค็นในประเทศไทย โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย N95 ที่ใช้ทางการแพทย์ ไม่สามารถส่งออกหน้ากากอนามัยไปญี่ปุ่นได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ กระทั่งไทยผ่อนปรนให้ โคเค็นกลับมาส่งออกได้ใหม่ โดยตั้งเงื่อนไขว่า สยาม โคเค็นต้องสำรองหน้ากากอนามัยส่วนหนึ่งไว้ใช้ในประเทศ

บางประเทศเช่น ญี่ปุ่น รัฐบาลส่งคำขอร้องให้โรงงานชาร์ป บริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ข้ามสายการผลิตหันมาเดินหน้าผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ขาดแคลนหน้ากากอนามัยในบริษัท ขณะที่ บริษัทฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในไต้หวัน ซัพพลายเออร์หลักของการผลิตไอโฟน ซึ่งเข้าเทคโอเวอร์บริษัทชาร์ปของญี่ปุ่นในปี 2016 ก็หันมาผลิตหน้ากากราว 1 ล้านชิ้นต่อวัน สำหรับโรงงานของตนเอง

 

AP20058519164227

 

สำนักข่าวนิวยอร์คไทม์ รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกากำลังประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยเช่นกัน ผลกระทบในอเมริกาเกิดขึ้นจากการที่โรงพยาบาลไม่ได้รับการจัดส่งหน้ากากล็อตใหม่เข้ามาจากประเทศผู้ผลิต ซึ่งก็คือประเทศจีน ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าหน้ากากอนามัย N95 จะถูกจัดส่งมาพร้อมใช้งานได้เมื่อใด

สำนักข่าวเอบีซี ย้ำว่า ส่วนแบ่งการตลาดของหน้ากากที่ใช้ในห้องผ่าตัด 50 เปอร์เซ็นต์ ผลิตในจีน การขาดตลาดของหน้ากากอนามัยไม่ได้มาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว แต่เกิดจากกำลังการผลิตที่ลดลงและข้อจำกัดในการส่งออก

“ก่อนการระบาดของไวรัส เราเคยส่งออกหน้ากาก 6-7 แสนชิ้นต่อเดือน แต่ปริมาณตอนนี้เป็นศูนย์” เดวิด เผิง ผู้จัดการโรงงานผลิตหนิงปัวทางตอนใต้ของเซียงไฮ้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซี บริษัทและโรงงานกว่า 12 แห่งหรือมากกว่านั้นในมณฑลหูเป่ยที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางการระบาดโคโรน่าไวรัสได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ผลิตหน้ากากเพื่อใช้ในวิกฤติการณ์ภายในประเทศก่อน

ขณะที่บริษัทสามเอ็ม (3M) ผู้ผลิตหน้ากากรายใหญ่ของโลก ขยายกำลังการผลิตในโรงงานทั่วโลก แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการ

จากสถานการณ์การผลิตภาพรวมทั้งหมด เห็นได้ว่าหน้ากากอนามัยทุกแบบขาดแคลนไปทั่วโลก โดยต้นเหตุไม่ได้มีที่มาจากข้อจำกัดในการจัดส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกักตุนสินค้าและขายสินค้าเกินราคาของผู้ฉวยโอกาสบางราย ที่ต้องการเก็งกำไรท่ามกลางความตื่นตระหนกในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค และความตื่นตระหนกของผู้คนต่อการระบาดในวงกว้างทั่วโลก

“เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง หากยังไม่สามารถสนับสนุนหน้ากากอนามัยให้แก่เจ้าหน้าที่ทำงานได้ อุตสาหกรรมและรัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มการผลิตหน้ากากกระจายไปทั่วโลก บรรเทาข้อจำกัดเรื่องการส่งออกและวางมาตรการเพื่อหยุดการเก็งกำไรและการกักตุนสินค้า” องค์การอนมัยโลก กล่าวเตือน

เว็บไซต์ขายสินค้าอย่างอเมซอนพยายามวางระบบตรวจสอบผู้ขายไม่ให้ขายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อเมซอนสรุปสินค้าหมวดที่ขายดีที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ สินค้าหมวดเพื่อสุขภาพและของใช้ในครัวเรือน ผู้ขายบางรายถือโอกาสขึ้นราคาหน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้ง กล่องละ 50 ชิ้น ขายในราคาสูงถึง 98.50 เหรียญ รวมถึงเจลล้างมือที่กลายเป็นสินค้าหายากแล้วเช่นกัน

บริษัท ดีลเม็ด (Dealmed) นิวยอร์ก ผู้ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าหน้ากากอนามัยที่มีอยู่จะขายหมดภายในสัปดาห์นี้ ก่อนหน้านี้บริษัทปิดรับออร์เดอร์ลูกค้ารายใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคม และยุติการขายผ่านวอลมาร์ทและอเมซอนออนไลน์ ปัจจุบันจัดสรรให้เฉพาะผู้ที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ โรงพยาบาล สถานบริการทางการแพทย์ และหน่วยงานของรัฐบาล เท่านั้น

ด้าน ไมเคิล เอ็นฮอร์น ประธานบริษัทกล่าวว่า ยอดขายถุงมือและเสื้อคลุมทางการแพทย์มียอดขายสูงขึ้นกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ในประเทศอิตาลีมีการหลอกขายหน้ากากอนามัยที่กล่าวอ้างว่าสามารถป้องกันการติดโรคได้ ถึงชิ้นละ 5,000 ยูโร

mask

 

หลังมีข่าวการกักตุนหน้ากากอนามัย และการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ ตัวแทนจากกรมการค้าภายในและกระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ประเทศไทยมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศ 11 แห่ง ผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น กำลังการผลิตสูงสุด 35 ล้านชิ้นต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ได้จัดตั้งศูนย์กระจายหน้ากากอนามัยที่บริหารร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณะสุข โดยทางศูนย์ฯ จะรับและตรวจสอบยอดหน้ากากที่เข้ามา เร่งจัดสรรหน้ากากอนามัยวันละ 7 แสนชิ้น โดย 4.3 แสนชิ้นกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และกระจายไปที่เขตสุขภาพแต่ละแห่งทั่วประเทศเขตละ 3 หมื่นชิ้น ก่อนกระจายไปตามโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ต้องการเพื่อให้เพียงพอในทุกโรงพยาบาล

อีก 2.7 หมื่นชิ้นส่งให้โรงเรียนแพทย์และหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัด ส่วนอีกราว 5 แสนชิ้นให้กรมการค้าภายในจัดสรรสินค้ากระจายให้ประชาชนผ่านร้านสะดวกซื้อ ร้านธงฟ้า และร้านขายยาต่างๆ อย่างไรก็ตาม เฉพาะร้านขายยามีการจัดสรรให้ได้เพียงวันละ 25,000 ชิ้น ดังนั้นภาพรวมของสถานการณ์หน้ากากในประเทศไทยจึงยังไม่เพียงพอกับความต้องการ 

ทางหนึ่งที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ คงเป็นการบริหารจัดการหน้ากากที่กำลังผลิตขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้โปร่งใสให้ถึงมือผู้บริโภคได้มากที่สุด ทำอย่างไรไม่ให้มีการกักตุนหน้ากากอยู่ในมือนายหน้า และนักฉวยโอกาสที่รอฮุบนำหน้ากากส่งออกเพื่อผลกำไรของตนเอง