ท่องเที่ยววิถีดารา : สะพายกล้องคู่ใจไป ‘ล่าช้าง’ ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ท่องเที่ยววิถีดารา : สะพายกล้องคู่ใจไป ‘ล่าช้าง’ ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ทริปถ่ายภาพ 'ทางช้างเผือก' ที่ครบถ้วนทั้งทิวทัศน์และเทคนิค ท่ามกลางความงดงามของขุนเขา ทะเลหมอก และน้ำพุร้อน

 

ย่างเข้าสู่ปลายฤดูหนาวนักท่องเที่ยวตามยอดดอยยอดเขาจะเริ่มเบาบาง

แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งหลงใหลแสงระยับท่ามกลางความมืดมิดยามรัตติกาลกลับถือว่าเพิ่งเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่แห่งการ ‘ล่าช้าง’ หรือการไล่ตามถ่ายภาพ ‘ทางช้างเผือก’

กลุ่มหมอกสว่างยาวเป็นสายอาจสังเกตเห็นได้ด้วยสายตาเปล่าในยามดวงจันทร์หลับ แท้ที่จริงคือกลุ่มดาวฤกษ์นับล้านๆ ดวงล่องลอยอยู่ท่ามกลางกระแสฝุ่นก๊าซและสสารมืด เกาะอยู่รวมกันได้ด้วยแรงโน้มถ่วงซึ่งกันและกัน เกิดเป็นดาราจักรหรือ Galaxy ชื่อที่เราคุ้นเคย

ดาราจักรทางช้างเผือก ที่เราเข้าใจว่าสว่างไสวนั้นในทางดาราศาสตร์นับว่าเอยู่ในประเภทดาราจักรที่มีความสว่างพื้นผิวต่ำ เพียงแค่เมฆหมอกหรือกลุ่มฝุ่นบดบังแม้กระทั่งแสงจันทร์ฉาบฉายสายตามนุษย์ก็ไม่สามารถแยกได้ว่ายังขึ้นอยู่หรือตกดินลับขอบฟ้าไปแล้ว

สำหรับประเทศไทยปลายกลางเดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนในแต่ละปีเป็นช่วงที่ทางช้างเผือกจะปรากฏกายออกมาตามการหมุนของโลก ส่วนภูมิภาคอื่นๆ จะต่างวาระกันไปตามเแนวเส้นรุ้งและห้วงเวลาเผยตัวก็ลดหลั่นต่างกันไปในแต่ละวัน

เมื่อความมืดคือมิตรแท้และบรรยากาศชั้นล่างคือศัตรูถาวร การเดินทางเพื่อออกตามหาสภาวะ ‘ถูกที่ถูกเวลา’ ย่อมต้องเกิดขึ้น

สถานที่ที่มีแสงสว่างรบกวนน้อยๆ ในประเทศไทยยังมีอยู่ทั่วทุกภาค อันดับแรกเลือกวันที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวนวิธีง่ายๆ ก็เปิดปฏิทิน ดูสัญลักษณ์ดวงจันทร์ดำๆ เป็นที่เข้าใจตรงกันว่าคือ ‘ข้างแรม’

จากนั้นออกไปให้พ้นเขตเมืองและถนนใหญ่ก็พอจะหาความมืดระดับทั่วไปเจอแล้ว

แต่ถ้าอยากได้ความมืดดีๆ ที่ลงตัว พื้นที่ใน ‘อุทยานแห่งชาติ’ ต่างๆ ทั่วประเทศมักเป็นจุดหมายแรกๆ ที่เรานึกถึง นอกนั้นก็จะเป็นตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ วัดวาอารามตามชนบท หรือแม้แต่ทุ่งนาทุ่งหญ้าป่าเขาชายทะเลทั่วไป

 

88052905_254693468857217_2317699897794494464_n

 

สถานที่ต่างๆ ที่ว่ามาแทบจะใช้แทนกันได้ทั้งหมด แต่ปัจจัยที่ทำให้ ‘อุทยานแห่งชาติ’ ต่างไปจากที่อื่นมีเพียงปัจจัยเดียวที่สำคัญยิ่งคือ ‘ความปลอดภัยในยามวิกาล’ เพราะอุปกรณ์ที่นำไปถ่ายภาพกันนั้นไม่ใช่ราคาถูกๆและก็เคยเกิดเหตุขึ้นจริงๆ ส่วนความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกถือเป็นผลพลอยได้อีกเด้งหนึ่ง

การตามหาดวงดารานั้นยังมีความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้แต่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงได้ นั่นคือ เมฆหมอกมลพิษ รวมทั้งฝุ่นควัน PMต่างๆ

ฝุ่นละอองขนาดใหญ่ แม้กระทั่งPMต่างๆ จะลอยตัวอยู่ไม่สูงมากนักราว 100 เมตรจากพื้นดิน ส่วนเมฆระดับต่ำที่เมื่อก่อตัวเป็นก้อนสีเทาหนาแน่นสูงจะอยู่ที่ระดับความสูง 1,500-2,000ม. (หรือถ้าก่อตัวที่ระดับพื้นผิวเรียกว่าหมอกนั่นเอง) มีคุณสมบัติทึบแสงซึ่งไม่พึงประสงค์ดังนั้นทางออกง่ายๆ คือมองหาตำแหน่งในอุทยานแห่งชาติที่อยู่บนความสูงตั้งแต่ 1,500 เมตรขึ้นไป

ระหว่างที่กำลังท่องไซเบอร์สเปซสรรหาสถานที่ตามสเปคอยู่นั้น ก็ประเหมาะเคราะห์ดีไปพบว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(NARIT) กำลังจัดอบรมการถ่ายภาพที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นนิมิตรหมายอันดีให้เราได้ลอกเลียนแบบผู้มีความรู้เฉพาะทางและยังตามไปอาศัยครูพักลักจำได้อีกด้วย

 

87822671_488565502093702_1518764924799549440_n

 

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 (เชียงใหม่) ครอบคลุมพื้นที่กว่า8แสนไร่ในสองจังหวัดคือเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับกับหุบเขาทอดตัวแนวยาวขนานกันในแนวทิศเหนือ-ใต้กับเทือกเขาแดนลาวเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาผีปันน้ำ เกิดจากการแทรกดันของหินหนืดและแรงบีบอัดในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ทำให้ผิวโลกโก่งงอและทรุดต่ำเมื่อเกิดการทับถมของตะกอนน้ำทำให้เกิดพื้นที่ราบแคบๆ ระหว่างภูเขา มีความสูงพื้นที่ 400-1,962 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่ดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำสำคัญคือ ห้วยน้ำแตงและห้วยน้ำปาย จัดอยู่ในพื้นที่กลุ่มลุ่มน้ำชั้น A ถึง 1A มีลำห้วยสาขามากมาย

เดิมเมื่อปี พ.ศ.2515 กรมป่าไม้ดำเนินการสำรวจพื้นที่และกำหนดเป็นป่าสงวน 3 ปีต่อมาได้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวตามโครงการพัฒนาที่สูงดอยสามหมื่น(ไทย/สหประชาชาติ) เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 กระทั่งปี พ.ศ.2538 จึงประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอันดับที่ 81 ของประเศ

และด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้มีอากาศเย็นสบายทั้งปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยนราว 20 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำสุดอาจลงถึง 8 องศาเซลเซียส และยังเป็นป่าที่อยู่ในแนวมรสุมทำให้ฝนตกมากกว่าปกติ เรียกรวมว่าเป็น ‘ป่าฝน’ หรือ ‘ป่าเมฆ’ เพราะมีเมฆหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี

ด้วยน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์และมีระดับความสูงต่างกันมากทำให้เกิดความหลากหลายของพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเริ่มจาก ‘ป่าดิบชื้น’ ปกคลุมสองฝั่งลำน้ำบนระดับความสูง 500-800 เมตร ‘ป่าเบญจพรรณ’ ที่500-900 เมตร บริเวณตอนกลางและทางใต้ของพื้นที่ และ ‘ป่าเต็งรัง’ เล็กน้อยแทรกอยู่ที่ 500-1,000 เมตร จากนั้นสูงกว่า1,000 เมตรขึ้นไปเป็นป่าดิบแล้งเล็กน้อย ที่เหลือเป็น ‘ป่าดิบเขา’ ทางตอนบนจนถึงชายแดนซึ่งกินพื้นที่กว่าครึ่งของอุทยานฯ

พันธุ์ไม้สำคัญก็มีมากมายโดยเฉพาะกล้วยไม้ ‘เอื้องเงินหลวง’ ซึ่งจะออกดอกขาวบานสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม

เมื่อป่ามีความหลากหลายสัตว์ป่าก็มากมายหลายชนิดแปรผันตามกันไป อาทิ กบดอยช้าง จิ้งจกน้ำ เต่าปูลู สัตว์เฉพาะถื่นในลำธาiบนที่สูง ไก่ฟ้าลายขวาง นกยูง ซึ่งไม่ค่อยพบในพื้นที่อื่นและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งชะนีมือขาว กวางผา เลียงผา หมีควาย ช้างป่า ฯลฯ

 

87460268_634052070757946_83676468416086016_n

 

ทรัพยากรที่สำคัญอีกอย่างคือ ‘น้ำพุร้อน’ ซึ่งเกิดจากน้ำฝนและน้ำผิวดินไหลแทรกซึมลงใต้ดินตามรอยแตก และรูพรุนของชั้นหินจนถึงระดับความลึกหนึ่ง ซึ่งได้รับการถ่ายเทความร้อนจากลาวาจนกลายเป็นน้ำร้อนดันตัวขึ้นตามรอยแยกสู่ผิวดิน ซึ่งเมื่อรวมกับสภาพเปลือกโลกที่ถูกบีบอัดโก่งตัวบางจุดจึงมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง

จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 แล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข1095 แม่มาลัย-ปาย ที่ตลาดแม่มาลัย อำเภอแม่แตง ยิงยาวไปตามทางสูงชันซึ่งต้องใช้ทักษะการขับรถและความระมัดระวังค่อนข้างสูงจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 65-66 จะเป็นด่านทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ แต่ถ้าหากเราเดินทางออกจากเชียงใหม่ตั้งแต่เช้าแนะนำให้เลยไปจนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 87-88 ก่อน เพื่อเข้าไปอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนผ่อนคลายกล้ามเนื้อกันที่ น้ำพุร้อนท่าปาย(โป่งร้อน)

ทางเข้าน้ำพุร้อนท่าปายอยู่ไม่ไกลจาก สะพานประวัติศาสตร์ปาย ค้นพบโดยชาวบ้านที่เข้าไปทำปศุสัตว์และเกษตรกรรม จนสมัยสงครามโลกครั้งที่2กองทัพญี่ปุ่นได้มาตั้งค่ายพักแรมบริเวณนี้ เชื่อกันว่าเพราะชาวญี่ปุ่นชอบการแช่บ่อน้ำร้อน กระทั่งทหารญี่ปุ่นย้ายออกไปชาวบ้านท่าปายจึงได้เข้าพัฒนาพื้นที่ จนสุดท้ายประกาศรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติในที่สุด

โป่งน้ำร้อนท่าปายมีบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ 2 บ่อและยังมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาเป็นตาน้ำอีกหลายจุด บางจุดอุณหภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส ต้นน้ำเล็กๆ แห่งนี้นอกจากจะเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผืนป่าและชุมชนมากกว่า 100 ครัวเรือนผ่านทางระบบประปาภูเขาแล้วยังมีผู้มาเยือนมากกว่า 2 แสนคนต่อปี สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงถึงเวลามื้อกลางวันพอดีจะขยันขับรถเลยเข้าตัวเมืองปาย หรือสบายๆ ที่ร้านข้างทางก็ตามสะดวก

จากนั้นย้อนกลับไปยังด่านเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ่ายเงินให้เรียบร้อย เตรียมตัวเตรียมรถไต่ขึ้นทางชันกว่าเดิมอีกหน่อยราว 6 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯขับเลยไปอีก3กม.จนถึงจุดบริการนักท่องเที่ยว ติดต่อบ้านพักหรือกางเต็นท์ให้เรียบร้อยพร้อมทั้งเช็คอุปกรณ์ถ่ายภาพเสียด้วยเลย

ความพิเศษของลานกางเต็นท์ที่ห้วยน้ำดังนี้คือ เราสามารถชมดวงอาทิตย์ทั้งขึ้นและตกได้จากสถานที่เดียว เพียงแค่เดินเปลี่ยนมุมเล็กน้อยแถมในตอนเช้ายังจะมี ‘ทะเลหมอก’ ได้ทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอกเมืองคองทางตะวันออกหรือทะเลหมอกเมืองปายทางตะวันตก

บ่ายแก่ๆ ก่อนอาหารเย็นใกล้ จุดชมวิวดอยกิ่วลม จะมีทางเดินเลาะขึ้นไปถึง พระตำหนักเอื้องเงิน เป็นอาคารทรงชาเลย์ที่กรมป่าไม้จัดสร้างถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นที่ประทับระหว่างเสด็จทรงงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยรอบพระตำหนักจะมีพรรณไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวสวยงามปลูกไว้อย่างสวยงาม แต่ถ้าเป็นช่วงเช้าจะค่อนข้างย้อนแสงอาจถ่ายภาพออกมาได้มุมไม่ดีเท่า

ด้วยความที่เราแอบตามผู้เชี่ยวชาญของ NARIT มาทำให้เราได้รู้มุมลับที่นักนิยมดาวใช้กัน

ลานกางเต็นท์ที่ปกติที่อยู้ใกล้ที่จอดรถนั้นค่อนข้างถูกรบกวนด้วยแสงไฟจากทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวห้องน้ำยานพาหนะและนักท่องเท่ียวคนอื่นๆ แต่ถ้าเราเดินเลยไปไกลอีกสักหน่อยจะพบ ลานกางเต็นท์เอื้องเงิน 5 ซึ่งมีลักษณะเป็นหุบลงไปนิดหน่อย แล้วจะเจอลานกว้างติดหน้าผามีฉากหน้าเป็นต้นสนใหญ่สองต้น ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถถ่ายได้ตั้งแต่แสงทไวไลท์ แสงจักราศี ถ่ายดวงดาวปกติ หรือแม้แต่การถ่ายวัตถุในอวกาศที่ไกลออกไปแบบ Deep Sky Object เพราะลานกางเต็นท์นี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,600 เมตร

 

88261640_3330375873645154_408220007076462592_n

 

นอกจากนี้ระหว่างรอชมทางช้างเผือก เรายังสารถเผาเวลาได้ด้วยการถ่าย Star trail หรือเส้นวงโคจรของดวงดาวซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง หรือจะเลือกเดินขึ้นไปบนเนินตามเส้นทางหลังห้องน้ำจนถึงศาลาสองตะวันซึ่งเป็นอีกมุมหนึ่งซึ่งถ่ายภาพมวลหมู่ดาวได้อย่างสวยงาม

ทั้งนี้อย่าลืมว่านี่คือลานกางเต็นท์บนยอดดอยสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นอุปกรณ์กันหนาวต้องพร้อม เพราะหากมีกระแสลมเข้ามาร่วมด้วยเราจะมีโอกาสได้สัมผัสอุณหภูมิอากาศที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสได้ไม่ยากนัก

และเมื่อใกล้ถึงเวลาช้างโชว์ตัวรีบเก็บข้าวของอุปกรณ์ขึ้นรถขับย้อนไปที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม ซึ่งเป็นมุมที่หันหน้าปะทะกับมุมของทางช้างเผือกอย่างพอดิบพอดี ทนหนาวกันอีกซักหน่อยเก็บภาพจนกว่าจะหนำใจจนสุดท้ายจะได้ภาพทางช้างเผือกพร้อมแสงแรกของวันพร้อมกัน ณ ที่นี้

88302182_1793264247475986_3903835447670865920_n

 

จบภารกิจถ่ายภาพดาวก็เช้าตรู่หาข้าวต้มกาแฟรองท้องสักหน่อยก่อนงีบเอาแรงสักพักเพราะเรายังไม่ได้นอนกันมาทั้งคืน จะเลือกนอนพักจนคล้อยบ่ายหรือเอาแค่พอประมาณแล้วตื่นมาจัดการมื้อกลางวันก็แล้วแต่สภาพความพร้อมของแต่ละบุคคล

เก็บข้าวของและที่สำคัญ ‘ขยะ’ ที่ก่อไว้กลับลงมามุ่งหน้าตลาดแม่มาลัยจนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 42 เลี้ยวซ้ายเข้าไปยัง น้ำพุร้อนโป่งเดือด บ่อน้ำร้อนอีกแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายนี้

 

89024926_824045798078790_5931810535443005440_n

 

บ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีลักษณะต่างจากที่อื่นเพราะเป็นน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ที่มีอุณหภูมิและแรงดันที่สูงมาก ทำให้น้ำร้อนพุ่งสูงขึ้นจากระดับผิวดินเป็นบางครั้ง หรือแม้กระทั่งพุ่งสูงตลอดเวลา น้ำพุร้อนนี้จะเกิดจากการสะสมของก๊าซปะปนอยู่ในน้ำร้อนอุณหภูมิใต้ดินอาจสูงถึง 200 องศาเซลเซียส ซึ่งจะได้อุณภูมิน้ำผิวดินถึง 100 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่ได้รวดเร็วทันใจ

ภายในบริเวณมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางกำลังดีเดินง่ายๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่านจุดประทับแรมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเคยเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือและทรงมีพระประสงค์จะทอดพระเนตรสภาพป่าด้วยพระองค์เอง กรมป่าไม้จึงจัดถวายให้เสด็จประพาสและประทับแรมณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นด.1 (โป่งเดือด) อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เมื่อวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2540 โดยทรงโปรดฯให้กางเต็นท์สนามถวายเพื่อให้การประทับแรมในป่าเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด

ภายในพื้นที่มีการจัดการบ่อน้ำร้อนอย่างดี มีเครื่องกรองน้ำ บ่อแช่รวมขนาดใหญ่ บ่อแช่เท้า ห้องอาบส่วนตัว รวมถึง บ้านพัก ให้เลือกใช้บริการ และที่เด็ดคือ มีโรงนวดไว้บริการคลายเส้นหลังเมื่อยล้าสะสมมาทั้งคืน เริ่มจากนอนแช่น้ำร้อนให้สบายใจ หรือจะเลือกแค่แช่เท้าก็ตามสะดวก จากนั้นนวดคลายเส้นซักหนึ่งยก จะถือโอกาสงีบหลับอีกรอบก็ได้ไม่ผิดกติกา แต่นัดแนะกับหมอนวดให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน หากหนักมือเกินไป แทนที่จะหายเมื่อย อาจกลายเป็นเหนื่อยหนักกว่าเดิม ถ้ายังคิดว่าพักผ่อนไม่พอ จะรื้อเต็นท์มาปักอีกรอบ หรือเช่าบ้านพักนอนค้างที่นี่อีกสักคืน ก็เพิ่มความกระชุ่มกระชวยหัวใจได้อีกไม่น้อย 

แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังยังมีอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการขี่ช้าง กิจกรรมล่องแพ เดินป่าระยะไกล หรือจะอ้อมเทือกเขา เข้าสู่อำเภอเวียงแหง เพื่อไปชมน้ำตกแม่ลาด น้ำตกแม่หาด หรือถ้าเป็นทางฝั่งแม่ฮ่องสอน ยังมี ‘ดอยสามหมื่น’ แหล่งกาแฟชั้นดีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ยกเว้นใจกลางอุทยานฯ​ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยเก่าแก่ของชาวเขาสี่เผ่าใหญ่ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพัฒนาจนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งมาจนถึงทุกวันนี้