พบหนังคัลท์เกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส ผลงานการสร้างของค่ายหนังสยองขวัญชื่อดัง บลัมเฮาส์ โปรดักชันส์ ที่จับเอาหนังคลาสสิกมาตีความใหม่เพื่อเชิดชูประเด็นสิทธิสตรี
ฮอว์ธอร์น คอลเลจ เริ่มเงียบเหงาลงเพราะกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่นักศึกษาส่วนใหญ่จะกลับบ้านกันเกือบหมด แต่เมื่อ ไรลีย์ สโตน (อิโมเกน พุ้ทส์) และเพื่อนร่วมหอมูคัปปาเอพซิลอน (เอ็มเคอี) ของเธอ ที่ประกอบไปด้วยนักกีฬาสาว มาร์ตี้ (ลิลลี โดโนฮิว), สาวหัวขบถ คริส (อลิเซ แชนนอน) และสาวจอมเขมือบ เจสซี (บริทนีย์ โอ’ เกรดี้) เตรียมตัวสนุกให้สุดเหวี่ยงไปกับงานปาร์ตี้ คนร้ายในหน้ากากดำก็เริ่มลงมือสังหารนักศึกษาสาวทีละคนๆ
เมื่อเหยื่อเพิ่มจำนวนขึ้น ไรลีย์และเพื่อนๆ ก็เริ่มตั้งคำถามว่าพวกเธอจะสามารถไว้ใจผู้ชายคนไหนได้บ้าง ซึ่งนั่นก็รวมถึงเนท (ไซมอน มี้ด) แฟนหนุ่มขี้แหยของมาร์ตี้, แลนดอน (คาเล็บ อีเบอร์ฮาร์ดท์) หนุ่มคนใหม่ที่ไรลีย์แอบปิ๊ง หรือแม้กระทั่งศาสตราจารย์เกลสัน (แครี เอลเวส) ครูสอนวิชาวรรณคดีคลาสสิกผู้น่านับถือ
แต่ไม่ว่าฆาตกรจะเป็นใคร เขากำลังจะได้พบว่า สาวๆ กลุ่มนี้จะไม่กลายเป็นเหยื่อของใครหรอกนะ
ภายใต้การกำกับของ โซเฟีย ทาคัล (Always Shine) ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับ เอพริล วูลฟ์ (Widower) นี่คือการนำเสนอมุมมองใหม่ที่มีต่อภาพยนตร์เชือดสยองคลาสสิกปี 1974 ที่อำนวยการสร้างโดย บลัมเฮาส์ โปรดักชันส์ ของเจสัน บลัม (Halloween, Split)
ถ้าให้นับจำนวนภาพยนตร์สยองขวัญจากสตูดิโอที่กำกับโดยผู้หญิง คาดว่าใช้เพียงมือเดียวก็น่าจะนับได้ครบ แล้วยิ่งเป็นภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกที่ถูกตีความใหม่เกี่ยวกับผู้หญิง กำกับโดยผู้หญิงและเขียนบทโดยผู้หญิงสองคนด้วยแล้วละก็ ยิ่งมีจำนวนน้อยเข้าไปใหญ่
ทว่า Black Christmas เวอร์ชั่น 2019 กลับมีองค์ประกอบเหล่านี้อยู่ครบถ้วน แถมมันยังเป็นภาพยนตร์เชือดสยองที่ถูกขับเคลื่อนภายใต้มุมมองของผู้หญิงสมัยใหม่อีกด้วย
เรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อผู้อำนวยการสร้าง เบน คอสโกรฟ ผู้เป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์คัลท์ยอดนิยมปี 1974 เรื่อง Black Christmas (นำแสดงโดยโอลิเวีย ฮัสซีย์และมาร์ก็อท คิดเดอร์) ได้ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ และเริ่มกระบวนการพัฒนาในการตีความมันใหม่สำหรับผู้ชมศตวรรษที่ 21
“ในยุค 70 หนังหลายเรื่องมีทัศนคติและการนำเสนอเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถอยหลังเข้าคลอง โดยเฉพาะผู้หญิงในรั้วมหาวิทยาลัย” คอสโกรฟกล่าว “แต่ Black Christmas เป็นข้อยกเว้น มันนำเสนอประเด็นต่างๆ เช่นการทำแท้งและสิทธิสตรี ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ถูกพูดถึงในหนังเรื่องอื่นๆ ณ ตอนนั้น
ผมคิดอยู่เสมอว่ามันน่าจะมีไอเดียดีๆ ที่จะตีความมันใหม่ในแบบร่วมสมัยได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นอะไรที่แหวกแนวในการพูดคุยกันทางวัฒนธรรมและสังคมพวกนี้ หลังจากรู้ว่าสิทธิ์ของหนังเรื่องนี้ยังไม่มีคนจับจองและเราก็คว้ามันมาได้แล้ว ผมก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลที่เราจะร่วมมือกับคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหนังแนวนี้น่ะครับ”
คอสโกรฟรู้ดีว่าบริษัทโปรดักชันที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับงานนี้คือที่ไหน “ไม่มีใครที่เป็นปรมาจารย์ของแนวหนังสยองขวัญยิ่งไปกว่าเจสัน บลัมอีกด้วยแล้วครับ” เขากล่าว
ส่วนการค้นหาตัวผู้กำกับก็ไม่ได้ใช้เวลานานเลย เพราะโซเฟีย ทาคัล ตัวเลือกแรกอยู่แล้ว
“โซเฟีย ทาคัลเป็นคนแรกที่เราทาบทามให้มากำกับหนังเรื่องนี้” เจสัน บลัมกล่าว “เธอเขียนบทและกำกับเอพิโซดของ Into the Dark สำหรับบลัมเฮาส์ ซึ่งออกมาน่าประทับใจมากๆ ผมก็เลยรู้ว่าเธอจะเหมาะกับหนังเรื่องนี้”
ทางด้านคอสโกรฟเองก็สนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้เต็มที่ “เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้ผู้หญิงมาเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้” คอสโกรฟกล่าว “หลังจากที่บลัมเฮาส์เสนอชื่อโซเฟียขึ้นมาผมก็ไปดูหนังของเธอและคิดว่าเธอเก่งมาก เราก็เลยขอให้เธอมาร่วมงานด้วยครับ”
ทาคัล ผู้มีผลงานเรื่องแรกคือ Green ในปี 2011 และได้กำกับ Always Shine ในปี 2016 รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานในโปรเจ็กต์ที่เธอสามารถสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้กับภาพยนตร์เชือดสยองคลาสสิกได้ หลังจากตกลงร่วมงานนี้แล้ว ทาคัลก็เรียก เอพริล วูลฟ์ ให้มาช่วยกันพัฒนาบทภาพยนตร์เรื่องนี้
“ฉันอยากจะสร้างหนังที่ให้ความรู้สึกแบบปัจจุบัน” ทาคัลกล่าว “สำหรับฉัน นั่นหมายถึงการสร้างหนังที่ผู้หญิงจะทำงานร่วมกันและใช้จุดแข็งของตัวเองในการสร้างความแตกต่างแทนที่จะแข่งขันกันเอง ผู้หญิงในหนังเรื่องนี้ตระหนักได้ว่าพวกเธอจะแกร่งขึ้นถ้าร่วมมือกัน และฉันก็คิดว่านั่นทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังเชือดสยองหลายเรื่องในอดีตนะคะ”
Black Christmas คริสต์มาสเชือดสยอง เล่าเรื่องของไรลีย์และเพื่อนๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของชมรมเอ็มเคอีที่ฮอว์ธอร์น คอลเลจ พวกเธอสินใจจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยระหว่างปิดภาคเรียนฤดูหนาว แต่กลับต้องพบว่ามีฆาตกรกำลังอาละวาด และพวกเธอจะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้เอาชีวิตรอดให้ได้
ตลอดการพัฒนาเนื้อเรื่องนี้ สิ่งสำคัญสำหรับทีมผู้สร้างคือ พวกสาวๆ จะต้องถูกนำเสนอในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมากๆ
“หนังมักจะนำเสนอพวกผู้หญิงในชมรมว่าร้ายกาจ แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น” ทาคัลกล่าว “ผู้หญิงทุกคนในชมรมรนี้เป็นกำลังให้กันและกัน พวกเธอเป็นคนฉลาด ยุ่งอยู่กับการทำกิจกรรม รักสนุกและเป็นตัวแทนของผู้หญิงประเภทต่างๆ แทนที่จะถูกนำเสนอในรูปแบบของภาพล้อเลียนหรือผู้หญิงตามแบบฉบับ ฉันอยากให้เอ็มเคอีให้ความรู้สึกเหมือนมันเต็มไปด้วยผู้หญิงจริงๆ ค่ะ”
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทีมผู้สร้างอยากจะนำเสนอคือการที่ผู้หญิงพวกนี้จะไม่เป็นเหยื่อที่ถูกกระทำ เหมือนที่มักปรากฏในภาพยนตร์สยองขวัญ
“Black Christmas เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเป็นหญิงสาวในสภาพสังคมและการเมืองเกี่ยวกับเรื่องเพศในปี 2019” ทาคัลกล่าว “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่สาวๆ พวกนี้จะตอบโต้กลับพวกผู้มีอำนาจเพศชายที่พยายามกดขี่พวกเธอเหลือเกิน”
คอสโกรฟกล่าวเสริมว่า “หนังเชือดสยองจำนวนมากปฏิบัติต่อตัวละครหญิงเหมือนเป็นวัตถุที่คงอยู่เพื่อถูกฆ่าน่ะครับ” คอสโกรฟกล่าว
“เราอยากจะพลิกแนวคิดนั้น แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกฆ่าทีละคนๆ ผู้หญิงพวกนี้รวมกลุ่มกันและรวมทรัพยากรของพวกเธอเข้าด้วยกันเพื่อที่พวกเธอจะสามารถต่อสู้ร่วมกันได้ครับ”
เหนือสิ่งอื่นใด ทาคัลมุ่งมั่นกับการสร้างภาพยนตร์ที่จะสร้างความกลัวที่แท้จริงไปพร้อมกับการเอ่ยถึงประเด็นต่างๆ ตามความจริงด้วย “หนังเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ชมกลัวเท่านั้น แต่ยังจะทิ้งบางอย่างให้พวกเขาได้ครุ่นคิดในตอนที่พวกเขาเดินออกจากโรงหนังด้วย” ทาคัลกล่าว
“ในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนกับว่าโลกนี้จะเปิดกว้างต่อการได้ฟังเรื่องราวโดยผู้หญิง ฉันก็เลยตื่นเต้นที่ได้ยืนอยู่แถวหน้าของเรื่องนั้นค่ะ”
พบกับBlack Christmas คริสต์มาสเชือดสยอง ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์






