วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

“เงิน” หรือ “สุขภาพ” ต้องมีก่อน “สูงวัย”

“เงิน” หรือ “สุขภาพ” ต้องมีก่อน “สูงวัย”

เมื่อการเกษียณอายุที่มีคุณภาพ หากไม่มีเงินออม ชีวิตวัยเกษียณจะลำบาก ฉะนั้นการออมเพื่อวัยเกษียณจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการมีสุขภาพที่ดี และสังคมที่ดี ล้วนเป็นสิ่งสำคัญสู่การเกษียณอายุที่มีคุณภาพ

ปี 2565 ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะสร้างผลกระทบในระดับบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยแรงงานที่มีภาระในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน ไทยมีสัดส่วนของ กำลังแรงงาน : ผู้สูงอายุ : เด็ก อยู่ที่ 4 : 1 : 1 คาดว่าในปี 2579 จะปรับลงไปอยู่ที่ 2 : 1 : 1 และยังกระทบในเรื่องผู้สูงอายุที่มีสภาวะขาดเงินออม ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย

คาดการณ์ว่าปี 2576 ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัยถึง 28% ของประชากรทั้งหมด หรือเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 5.5 แสนคนเท่านั้นในปี 2564 โดยอัตราเจริญพันธุ์รวมลดลงเหลือ 1.5 จากเดิมที่อยู่ที่ 2.0

เมื่อเด็กเกิดใหม่น้อยลงขณะที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น  "การออมเงิน" เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณ จึงมีความสำคัญพอๆ กับการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อวัยเปลี่ยน อายุเพิ่มขึ้น ความเสื่อมของร่างกายย่อมต้องเกิดขึ้นตามมา

ผลที่เกิดขึ้นจากการที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น แถมมีอายุยืนยาวมากขึ้น ขณะที่วัยทำงานลดลง  จำนวนคนเสียภาษีก็น้อยลง ทำให้รัฐบาลมีรายได้ลดลง แต่มีความจำเป็นต้องนำเงินงบประมาณส่วนหนึ่งไปดูแลผู้สูงอายุ คาดว่า ในอนาคตอาจจะต้องมีนโยบายให้ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงเกษียณแล้วสามารถกลับมาทำงานได้ เพื่อหารายได้ให้ครอบครัว ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวมีลูกที่มีคุณภาพประมาณ 2 คน และมีแนวทางป้องกันให้แม่วัยรุ่นท้องลดลงเหลือ 1.5 ต่อพันประชากร เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง “ครอบครัวคุณภาพ (Smart Families)” กับการส่งเสริมให้มีเด็กเกิดใหม่

อีกเรื่องที่สำคัญที่ต้องตระหนักคือการเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ" จำเป็นต้องมีเงินเพื่อใช้ชีวิต และต้องมีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ปราศจากการเจ็บป่วย รัฐบาลจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการสร้างสุขก่อนสูงวัย

ซึ่งในงาน “สัมมนา HEALTH&WEALTH  FORUM” นำเสนอไว้ว่า อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 75-80 ปีมากกว่าอายุเกษียณที่กำหนดไว้ที่ 60 ปี หมายความว่า อายุเกษียณของคนจะยืนยาวมากขึ้น ซึ่งการเกษียณอายุที่มีคุณภาพต้องมีเงิน สุขภาพที่ดีและสังคมที่ดี หากไม่มีเงินออม ชีวิตวัยเกษียณจะลำบาก ฉะนั้นการออมเพื่อวัยเกษียณเป็นสิ่งสำคัญ 

การ “เกษียณที่มีคุณภาพ” ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงการตรวจสุขภาพ เป็นการส่งเสริมการป้องกันแทนที่การรักษาหลังการเจ็บป่วยแล้ว ซึ่งกว่า 2  ปีที่ผ่านมาเกิดโควิด-19 ถือเป็นสัญญาณเตือนให้แก่ทุกคนว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองอย่างไร ทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อจะได้รู้ว่าร่างกายมีความเสื่อมมากน้อยขนาดไหน มีโรคอะไรบ้างที่ต้องดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรักษา เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แทนการใช้ยา เป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่ “สูงวัย”อย่างมีคุณค่า