background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

WHO ประกาศ! "โรคฝีดาษลิง" เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

WHO ประกาศ! "โรคฝีดาษลิง" เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

องค์การอนามัยโลก หรือ "WHO" ประกาศ! "โรคฝีดาษลิง" เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังพบการระบาดแล้วในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และพบผู้ป่วยฝีดาษลิงในไทยแล้ว

วันที่ 23 ก.ค.65 องค์การอนามัยโลก หรือ "WHO" ได้เผยแพร่รายงานการประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของ “โรคฝีดาษลิง” ซึ่งตรวจพบแล้วในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ได้ส่งรายงานการประชุม คณะกรรมการฉุกเฉินด้านกฎระเบียบด้านสุขภาพระหว่างประเทศ (IHR) ครั้งที่ 2 (2005) (IHR) เกี่ยวกับการระบาดของโรคฝีในสัตว์หลายประเทศ ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

จากการร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบ เกี่ยวกับการระบาดครั้งนี้ คณะกรรมการได้มีความเห็นแบบไม่เป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับคำแนะนำในการกำหนดภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) 

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ตระหนักถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านสาธารณสุขนี้ เมื่อพิจารณาถึงความคิดเห็นของสมาชิกคณะกรรมการและที่ปรึกษา ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ที่สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับด้านสุขภาพระหว่างประเทศแล้ว

จึงได้กำหนดให้ การระบาดของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศครั้งนี้ ถือเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (Public Health Emergency of International Concern หรือ PHEIC) ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยสูงสุดของ WHO 

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงในไทย ซึ่งมีการยืนยันพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิงรายแรกของประเทศไทย ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา โดยนับเป็นประเทศที่ 66 จากทั่วโลกหลังจากมีการระบาดมา 2 เดือนกว่า

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) ได้ให้ข้อมูลว่า ฝีดาษวานร มี 2 สายพันธุ์ใหญ่ คือ แอฟริกาตะวันตก ที่มีการระบาดอยู่ในขณะนี้และมีความรุนแรงน้อยกว่าแอฟริกากลาง ส่วนใหญ่ระบาดอยู่ในแอฟริกา ซึ่งการระบาดในรอบนี้ส่วนใหญ่เป็นแอฟริกาตะวันตกและมีสายพันธุ์ย่อย

โดยผู้ป่วยรายแรกที่ยืนยันในประเทศไทย พบเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก แต่เมื่อมีการตรวจสอบสายพันธุ์ย่อย พบเป็น A.2 สัมพันธ์กับสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในอเมริกา ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อจากอเมริกาหรือจากไหน เพราะการจะติดจากไหนต้องพบตัวและซักประวัติอีกครั้ง แต่เป็นความรู้ให้รู้ไว้ ส่วนสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดในยุโรปเป็น B.1

“ถ้าใช้ชีวิตปกติ พฤติกรรมทั่วไป เดินเฉียดกันความเสี่ยงแทบจะเป็นศูนย์บางคนถามปัสสาวะมากระเด็นใส่เราจะติดหรือไม่ ไม่ติดหรอก โรคนี้ไม่ได้ติดง่ายๆ เชื้ออยู่ตามตุ่มตามหนอง ต้องสัมผัสใกล้ชิด เดินเฉียดกันไม่ติดแน่นอน ติดยากกว่าโรคเอดส์ ซึ่งเป็นโรคเพศสัมพันธ์จริงๆ ตุ่มขึ้นภายใน 2 สัปดาห์จะแห้งแล้วหายไป ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว