สรุปไทม์ไลน์ สถานการณ์ "ฝีดาษลิง" ในประเทศไทย หลังพบ "ผู้ป่วยฝีดาษลิง" รายแรกที่ จ.ภูเก็ต เป็นชายวัย 27 ปี ชาวไนจีเรียที่ยังหนีการรักษา
สรุปไทม์ไลน์ สถานการณ์ "ฝีดาษลิง" ในประเทศไทย หลังพบ "ผู้ป่วยฝีดาษลิง" รายแรกที่ จ.ภูเก็ต เป็นชายวัย 27 ปี ชาวไนจีเรีย ที่มีการหนีการรักษาตัว และยังหาตัวไม่พบ โดยตามไทม์ไลน์ที่ผ่านมามีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น ดังนี้
- 16 ก.ค. 65
วันที่ 16 ก.ค. 65 ผู้ป่วยรายนี้ เข้ารับการรักษา ที่ รพ.เอกชน แต่ให้พักที่คอนโดเนื่องจากไม่มีอาการมาก โดยชายคนดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เริ่มมีอาการ ไข้ เจ็บคอ มีตุ่มหนองที่อวัยวะเพศ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.65 โดย
โดยช่วงแรกที่เข้ารับการรักษา ผู้ป่วยไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ปฏิเสธการให้ข้อมูลด้านอาชีพ โดยภายหลังให้ข้อมูลว่าว่าเป็นนักธุรกิจ และเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 64 พักอยู่ที่คอนโดที่ป่าตอง ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. ถึงปัจจุบัน โดยมีประวัติเสี่ยงคือชอบเสี่ยงในสถานบันเทิง และมีประวัติมีเพศสัมพันธ์
- 18 ก.ค. 65
สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พบ ผู้ป่วยเพศชาย สัญชาติไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีประวัติเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย ให้ข้อมูลการป่วยว่าเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก มีผื่นแดง ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง เริ่มจากอวัยวะเพศลามไปใบหน้า ลำตัว แขน เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อก่อโรค
- 19 ก.ค. 65
ปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยัน พบเชื้อ Monkeypox virus ด้วยการตรวจแบบ PCR โดยห้องปฏิบัติการที่คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (TRC-EIDCC)
- 21 ก.ค. 65
ช่วงบ่ายของวันที่ 21 ก.ค. ผลสรุปว่าเป็นผู้ป่วยยืนยัน "ฝีดาษวานร" หรือ "ฝีดาษลิง" ที่พบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยได้ประสานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตเพื่อมอบหมายเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อดำเนินการติดตามและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมพร้อมประเมินความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มข้น
- 22 ก.ค. 65
มีการแถลงข่าวผ่านเพจ Nbt Phuket Thailand เกี่ยวกับความคืบหน้าพบผู้ป่วย ฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง ที่ จ.ภูเก็ต เป็นรายแรกของไทยซึ่งขณะนี้ "หายตัวไปจากที่พัก"
โดยข้อมูลจากการแถลงข่าวระบุว่า เชื้อที่พบในคนไข้รายนี้ เป็น A2 ไม่จัดว่าอันตรายรุนแรง ส่วนการแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ล่าสุดจนถึงขณะนี้พบ สัมผัสสูง 6 ราย สอบสวนสถานบันเทิง 142 ราย ผลตรวจวันแรก 7 คนยังไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ยังมีการค้นหาเพิ่มเติม ยังเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลโดยย้อนดูประวัติผู้ป่วยไข้ ผื่น 2 สัปดาห์
ในประเด็นนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ให้ตำรวจตามล่า พร้อมย้ำ ต้องจับกุมตัวให้ได้และขึ้นรูปทั่วประเทศ โดยการแถลงข่าวจะมีการขึ้นรูปหน้าของผู้ป่วยที่หลบหนี ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก ยืนยันว่ามีบทลงโทษและใช้กฎหมายทุกอย่างที่มี รวมทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ และอาจจะเนรเทศและถูกดำเนินคดี ซึ่งผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวเข้ามาทาง จ.ภูเก็ต
ส่วนการปูพรมป้องกันการแพร่เชื้อจากผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" รายดังกล่าวนั้น อนุทิน กล่าวว่า จากที่อธิบดีกรมควบคุมโรครายงานเมื่อช่วงเช้าทราบว่าได้มีการติดตามคนสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยมากักตัว โดยตรวจเช็กแล้วไม่พบการติดเชื้อ ซึ่งโรคนี้ไม่ได้ติดง่ายๆแต่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนในด้านการแพทย์ขอไม่พูดเพราะเป็นเรื่องเฉพาะทาง ให้แพทย์เป็นคนพูด แต่หลังจากรับทราบก็ได้กำชับเร่งจับกุมตัวให้เร็วที่สุด
----------------------------------------------------
อ้างอิง: Nbt Phuket Thailand, กรุงเทพธุรกิจ





