ไลฟ์สไตล์ รีเทล & เรียลเอสเตทถอดรหัสการเติบโตแบบ เคอี กรุ๊ป

ไลฟ์สไตล์ รีเทล & เรียลเอสเตทถอดรหัสการเติบโตแบบ เคอี กรุ๊ป
2 มิถุนายน 2564
270

เมื่อ 10  กว่าปีก่อน เราอาจยังไม่คุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์หรือคอมมูนิตี้มอลล์ มากนัก แต่การเกิดขึ้นของ  เดอะคริสตัล ในโลเคชั่นถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) ก็กลายเป็นผู้นำที่ทำให้เกิดไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน จากการพบปะที่ห้างสรรพสินค้าสู่แฮงค์เอาท์นั่งชิลที่ร้านอาหาร จากการใช้เวลาพักผ่อนทั้งหมดในสุดสัปดาห์สู่การนั่งทอดเวลาสบายๆในคาเฟ่คอมมูนิตี้มอลล์ใกล้ๆ บ้าน

ถัดจากการตอบสนองเรื่องกินดื่มของคอมมูนิตี้มอลล์ในโปรเจคแรก การเกิดขึ้นของศูนย์คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC Crystal Design Center) ในถนนเดียวกันก็ทำให้ย่านเลียบทางด่วนรามอินทราคึกคักด้วยงานดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน อีกทั้งการมาของโปรเจค CDC ได้เปลี่ยนถนนธรรมดาๆ ที่เชื่อมระหว่างลาดพร้าวกับรามอินทรากลายเป็นที่ตั้งของสารพัดความต้องการ เป็นความสดใสและนำเทรนด์ใหม่ๆ โดยไม่ต้องผูกติดชีวิตไว้ใจกลางเมือง

ปัจจัยที่ทำให้ทั้งโปรเจคและถนนสายนี้มีความคึกคัก หนีไม่พ้นการเติบโตของเมืองและการมองความต้องการของตลาดอย่างทะลุปรุโปร่ง และหนึ่งในผู้เล่นสำคัญซึ่งเปลี่ยนโฉมย่านนี้ คือกลุ่มบริษัท เคอี กรุ๊ป ซึ่งบุกเบิกถนนเส้นนี้

 

  • เข้าถึงแก่นของ Lifestyle

อะไรที่อยู่เบื้องหลังของโปรเจคที่เปลี่ยนมุมมองให้กับถนนที่คุ้นเคยกันดีในกรุงเทพโซนเหนือและตะวันออก กลายเป็นย่านไลฟ์สไตล์และที่อยู่อาศัยซึ่งมีเอกลักษณ์?

คุณศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ เคอี กรุ๊ป เล่าว่า แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปดูงานทั่วโลก ประสบการณ์ในการเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ทั้งโรงแรม พิพิธภัณฑ์ งานแฟร์ที่เกี่ยวกับดีไซน์เพื่อหาไอเดียต่างๆ โดยเฉพาะความชื่นชอบกลิ่นอายของย่านเบเวอรี่ฮิลล์ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสุดหรู แบบไม่จำเป็นต้องอยู่ใจกลางเมืองจึงคิดกลับมาพัฒนาที่ดินของครอบครัว และบุกเบิกถนนประดิษฐ์มนูธรรมให้กลายเป็น เบเวอรี่ฮิลล์เมืองไทย

“เราอยากทำโครงการที่มีความหรูหราเหนือระดับ ไม่มีใครเหมือน เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นชุมชนแบบ Most luxury project ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเกิดเป็นโปรเจค คริสตัล พาร์ค ขึ้นในทำเลใจกลางถนนประดิษฐ์มนูธรรม จากนั้นพอเรามีโครงการสำหรับ Residential แล้ว ก็นำมาสู่การสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ใกล้ๆกัน เพื่อสร้างชุมชน เน้นการสร้างมูลค่า ให้เป็นแหล่งสังสรรค์ของผู้คนละแวกนั้น โดยใช้ดีไซน์อาคาร 2 ชั้น ซึ่งต่างจากห้างสรรพสินค้าทั่วไป ขณะเดียวกันภายนอกใช้โดมเป็นจุดนำสายตา มีลานจอดรถกลางแจ้งแต่ปลูกแซมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เน้นความเป็นธรรมชาติตั้งแต่ด้านหน้าพื้นที่ สวนการเลือกร้านค้า ร้านอาหาร ก็ไม่ใช่จะเป็นร้านใดก็ได้ แต่ต้องมองหาร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีบรรยากาศดี ชวนให้คนอยากมานั่งสังสรรค์กัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคอี กรุ๊ป เล่าที่มาเมื่อครั้งทำโปรเจคที่พลิกโฉมย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

ขณะที่โปรเจค CDC เกิดขึ้นจากการทำโครงการบ้านหรูที่ได้มีโอกาสคัดสรรวัสดุ และของตกแต่งแบรนด์ระดับโลก บวกกับตามเมืองใหญ่ๆจะมีสถานที่ ที่เรียกว่า ดีไซน์เซ็นเตอร์ เช่นในทุกรัฐใหญ่ในอเมริกา หรือ ลอนดอน ซึ่งเอาของตกแต่งมารวมกัน จึงเอาไอเดียนี้มาเป็นแกนหลัก เมื่อมีพื้นที่งานดีไซน์ก็ต้องตามมาด้วยร้านอาหารเก๋ๆ เครื่องดื่ม ห้องจัดเลี้ยง ห้องจัดงานขนาดใหญ่ เสริมด้วยการตกแต่งแบบ Ecofriendly เป็นพื้นที่สีเขียว ให้คนมาเดินเล่น หรือจูงสัตว์เลี้ยง ใช้ชีวิตพักผ่อนได้ทุกเวลา ทุกโอกาส ตอนนี้ขยายพื้นที่ไปจนมีทั้งหมด 22 อาคาร ซึ่งยังคงมีร้านค้าดังๆ อยากเข้ามาอยู่ในคอมมิวนิตี้ดีไซน์ ดิสทริคนี้ เรากำลังเตรียมเปิด ดีไซน์เนอร์เวิร์คเพลสมีไลบราลี่หนังสือตัวอย่างวัสดุ บาร์ และสถานที่เพื่อให้ดีไซเนอร์ทำงาน หรือคุยกับลูกค้า พร้อมบริการฟรี แบบ VIP พาลูกค้าเลือกและเปรียบเทียบสินค้า เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์และความรู้ในการเลือกสินค้า

“พอโครงการออกมา ประสบความสำเร็จมีผลตอบรับที่ดี และตอบโจทย์เรื่อง Passion แต่เราทุกคนไม่เคยหยุด ชอบที่จะไปข้างหน้าตลอดเวลา ทำสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นอีก การทำรีเทลเราต้องทำให้ลูกค้าแฮปปี้เสมอ ให้เกินความคาดหมาย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า และเราต้องคิดบวก อะไรที่ไม่เคยทำเราจะเป็นผู้บุกเบิก และคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้”

  • Lifestyle retail & real estate

ปัจจุบันอาณาจักร เคอี กรุ๊ป มีหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านคริสตัล พาร์ค, แกรนด์ คริสตัล และล่าสุด คริสตัล โซลานา ที่กำลังโด่งดังและเป็นที่จับตามอง ไลฟ์สไตล์มอลล์ เช่น ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์, เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา, เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์, เดอะ คริสตัล พีทีที ชัยพฤกษ์ และเมื่อดูจากพอร์ตเรียลเอสเตทที่กล่าวมาก็กล่าวได้ว่าเอกลักษณ์ของทีม เคอี กรุ๊ป คือการจับเอาไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คนมานำเสนอเป็นโปรเจคต่างๆ ที่สร้างกระแส และนำสมัยในช่วงเวลานั้นๆ โดยล่าสุด ได้เปิดตัวกองรีทชื่อ ALLY REIT ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก BKER ลงทุนสินทรัพย์ทั้ง 11 โครงการ ได้แก่ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์, เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา,

เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์, เพลินนารี วัชรพล, เดอะซีน ทาวน์ อิน ทาวน์, อมอรินี, แอม พาร์ค (จุฬาฯ), สัมมากร รามคำแหง,สัมมากร ราชพฤกษ์ สัมมากร รังสิต และล่าสุดกาดฝรั่ง ที่หางดง เชียงใหม่ และเตรียมขยายพอร์ตการลงทุนเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นโครงการที่เป็นรีเทล ออฟฟิศ คลังสินค้า ที่มีศักยภาพสูงทางธุรกิจเพื่อเข้าลงทุนต่อไปในอนาคต

“นิยามของ เคอี กรุ๊ป คือ Retail & Real estate ที่มี ecosystem สมบูรณ์ที่สุด โดยจุดยืนของแบรนด์แตกต่างจากผู้ประกอบการทั่วไป เราเป็น Real estate asset management และ investment ทั้งในและต่างประเทศ ที่ครอบคลุมทั้งระบบคือมีทั้ง Residential, Retail, warehouse,office ซึ่งโครงการใหม่ 111 Praditmanutham จะเป็น New workplace หรือ Boutique Office แห่งแรกในประเทศ ที่มีบรรยากาศและ function แตกต่างจากออฟฟิศทั่วไป ที่มีจุดเด่นดึงลูกค้ายุคใหม่ที่แตกต่างออกไป”

“โจทย์ของเราไม่ใช่เพียงทำโครงการ แต่ยังเน้นน้ำหนักเรื่องการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เราตั้งบริษัท เคอี แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ ในการลงทุนและทำโปรเจคใหม่ๆ เราสนใจร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ในประเทศที่เป็น developer เรามองเรื่องการมี Synergy (ร่วมกัน) เป็นการพัฒนาต่อยอด การลงทุนในต่างประเทศที่ได้มีการลงทุนแล้ว เช่น ในนิวยอร์ค เป็นออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เราเน้นเรื่องทำเลที่ดีมาก หรือโรงแรมในอิบิซ่า ที่สเปน เป็นต้น นอกจากนี้ เราเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี ซึ่งหนึ่งในความร่วมมือ

ที่สำคัญ ก็คือการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Alibaba Cloud สร้างแพลตฟอร์ม SKY OS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ตั้งขึ้นมาใช้สำหรับรองรับโมเดลธุรกิจทางด้าน Retail และ Real Estate ภายใต้ความร่วมมือกับ Alibaba Cloud”

“แพลตฟอร์ม SKY OS เป็นโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการจะมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกันได้ไม่จำกัด ทั้งเพื่อร้านค้าและลูกค้า โดยร่วมมือกับธนาคารในการนำแต้มไปใช้ได้ทุกร้านค้า หรือในการเชื่อมต่อกับโครงการหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม ในการอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงินค่าน้ำ ค่าไฟ แจ้งซ่อม และบริการอื่นๆ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบธุรกิจโรงแรมทั้งด้านการบริหารจัดการด้านขาย บริหารต้นทุน และ workforce management และในเรียลเอสเตทอื่นๆ ด้วย”

  • คริสตัล โซลานา อัลตราลักชัวรี่ของคนรุ่นใหม่

แม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 และภาพรวมสภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก แต่ในทุกๆ ปี แวดวงธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ก็จะมีโปรเจคมาเซอร์ไพร์สอยู่เสมอ เช่นเดียวกับ เคอี กรุ๊ป ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวอัลตราลักชัวรี่ระดับ 6 ดาวในชื่อ “คริสตัล โซลานา”มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ซึ่งย้ำลายเซ็นต์โปรเจคของบริษัทด้วยการใช้ดีไซน์และสถาปัตยกรรมหรูหรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในราคา 60-300 ล้านบาท

คุณศุภานวิต นิยามว่า คริสตัล โซลานา คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดใน 6 ด้านที่เกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้าน ได้แก่

1.ที่สุดในเรื่องของทำเล ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งนับเป็นทำเลบ้านหรูของกรุงเทพฯ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเพียง 1 นาที และติดรถไฟฟ้าถึงสองเส้นคือสายสีเทาและสีชมพู สะดวกที่สุด

2.ที่สุดเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยมีเอกลักษณ์ที่เน้นความหรูหรา สไตล์ลักชัวรี่ คอนเทมโพรารี

3.ที่สุดเรื่องดีไซน์การออกแบบพื้นที่แบบไฮคลาส นำเสนอแนวคิดการจัดสรรพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านหลากหลายฟังก์ชั่น อาทิ ห้องรับแขกขนาดใหญ่ (Great Room), โถงต้อนรับ (Foyer), มุมน้ำชา (Tea Corner),มุมสังสรรค์และพักผ่อน (Library and Game Room), มุมปาร์ตี้ และบาร์บีคิวเทอเรซ (Loggia and Terrace)

4.ที่สุดเรื่องการเลือกใช้วัสดุระดับโลก ที่ผ่านการคัดสรร อาทิ การใช้หินไลม์สโตนคัดพิเศษจากยุโรป การใช้สุขภัณฑ์รุ่นหรูจากโคห์เลอร์ สุขภัณฑ์อันดับหนึ่งของอเมริกา สีเชอร์วิน วิลเลียมส์ สีอันดับหนึ่งของอเมริกา ไม้มะค่าแท้จากแอฟริกาที่มี certificate รับรองคุณภาพ และอีกมากมาย ความได้เปรียบในการทำโครงการซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ทำให้สามารถคัดสรรวัสดุคุณภาพที่ดีที่สุด ได้จากทั่วทุกมุมโลก

5.ที่สุดของคลับเฮ้าส์สโมสรและสวนบนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ให้การสังสรรค์และการออกกำลังกายอยู่ร่วมกับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยห้องสมุด ห้องจัดงานสโมสร ห้องประชุม ห้องยิมออกกำลังกายขนาดใหญ่,ห้องสปา, ห้องโยคะ, ห้องซาลอน, สระว่ายน้ำในร่มขนาด 25 เมตร พร้อมสระเด็กและสไลเดอร์, สนามเทนนิส, กอล์ฟไดร์ แพคทิส

“สำคัญกว่านั้นคือที่สุดในข้อที่ 6 คือการคัดเลือกสังคมที่มีคุณค่า เราคัดสรรสังคมให้กับทุกคนในครอบครัว ผนวกกับการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างสูง การเข้ามาอยู่ในคริสตัลจึงเปรียบเสมือนอยู่ ในเอ็กซ์คลูซีฟคลับกับสังคมที่ดี”

“ถ้าถามว่า เรามองคนกลุ่มไหนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโครงการ คือกลุ่มที่ต้องการความเป็นที่สุด ต้องการไปให้สุดทางในทุกอย่าง ทั้งการหาบ้านด้วยทำเล ดีไซน์ การตกแต่ง ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเอ-ลิสต์ ให้ความสำคัญกับครอบครัว มองว่าบ้านเป็นตัวตนของเขา และแน่นอนว่าแม้จะเพื่ออยู่อาศัยเอง แต่ต้องเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เปรียบได้กับโครงการคริสตัล พาร์ค ที่วันนี้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่า 100% เพราะราคาประเมินไปไกลมากแล้ว”

  • ปรับวิธีคิดเพื่อธุรกิจอนาคต

เคอี กรุ๊ป ประกอบไปด้วย 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มพัฒนาที่ดิน ที่เน้นพัฒนาโครงการ รีเทล บ้านหรู และออฟฟิศ 2.กลุ่มธุรกิจค้าบริหารสินทรัพย์ ได้แก่ การบริหารกองรีท ALLY กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ “อัลไล” ซึ่งลงทุนในทรัพย์สินหลัก ได้แก่ คอมมูนิตี้ มอลล์ (Community mall) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ (Core component) ในสัดส่วน 75% ของมูลค่ากองทรัสต์ และอีก 25% ในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ (Non-core component) ที่เน้นการลงทุนในหลายธุรกิจ เช่น สำนักงานโกดังสินค้า ที่จอดรถ ฯลฯ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกับนักลงทุนเฉลี่ยที่ผ่านมาอยู่ที่ 7-10% ต่อปี 3.กลุ่มธุรกิจด้านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่มีทีมผู้บริหารมาจากภาคการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยการลงทุนในประเทศจะเน้นการร่วมลงทุนด้วย และในต่างประเทศจะเน้นการลงทุนที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 15-20% มีแผนในการลงทุนร่วมกับ Financial Investors และ high net worth รายใหญ่ 4.กลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยี ที่เน้นเป็น engineที่สำคัญในการขับเคลื่อนทุกธุรกิจด้านรีเทล และเรียล เอสเตท โดยร่วมมือกับอาลีบาบา คลาวด์ และผู้นำด้านเทคจากอเมริกา ซึ่งมีเป้าหมาย ที่จะให้เป็น ecosystem ที่สมบูรณ์ที่สุด 5.กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ ธุรกิจ Trading ธุรกิจขายสินค้าวัสดุก่อสร้างนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน และ Hospitality ธุรกิจบริการฮอลล์จัดเลี้ยง ประชุมสัมมนา ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น

โปรเจคบ้านคริสตัล โซลานา ได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดัง ได้แก่ KTGY PIA และ PLANDSCAPE โดย เคอี กรุ๊ป ได้ทำการวิจัยสำรวจเพื่อค้นหาวิถีชีวิตของบรรดาเศรษฐีหนุ่มสาวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหาความลงตัวในการทำโครงการ ทำให้ได้แบบบ้าน 4 แบบหลัก ได้แก่ แบบเอ็มเมอรัลด้า (Emeralda) ขนาด 1,010 ตร.ม. เป็นบ้านที่นำไลฟ์สไตล์ความเป็นนิวยอร์ค ซึ่งมีความสนุกสนานสังสรรค์ ใช้แนวคิด “บ้านคือความสุขและความร่าเริง” ทำให้บ้านเป็นศูนย์รวมของครอบครัว และเพื่อน โดดเด่นด้วยห้องเอนเตอร์เทนเมนต์ขนาดใหญ่ มีพูล บาร์ และห้องเกมส์รูมต่อเนื่อง สร้างสีสันกับการตกแต่งด้วยสีที่คอนทราสต์ดำ ขาว แชนเดอเลียที่มีสีสัน

แบบเพอร่า (Perla) ขนาด 745 ตร.ม. นำไลฟ์สไตล์ความเป็นอิตาลีตอนใต้ ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางพักผ่อน ใช้แนวคิด “บ้านคือความสุขที่ได้ผ่อนคลาย” บ้านจึงมีบรรยากาศของสระว่ายน้ำที่มีห้องรับรองแขกและสังสรรค์ต่อเนื่องกับสวนร่มรื่น ทำให้มีความเป็นส่วนตัว ผสานกับสีขาว สีทอง และสีโรสโกลด์ ที่รวมความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน แบบซาฟิร่า (Zafira) พื้นที่ใช้สอย685 ตร.ม. นำไลฟ์สไตล์ความเป็นอังกฤษสมัยใหม่ โดยเน้น “บ้านคือความสุขที่รับแขกอย่างภูมิฐาน” ที่มีห้องรับรองแขกจิบน้ำชา (Tea Corner) และห้องรับแขกขนาดใหญ่ (Great Room) ที่สามารถต้อนรับแขกต่อเนื่องไปยังระเบียงที่กว้างขวางมีวิวสวยงาม

แบบไดมอนเต้ (Diamonte) พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม. Living room ขนาดใหญ่สูงโปร่งด้วย Double Volume ต่อเนื่องไปกับห้อง Dining room ด้านหลังพบกับห้อง Home Studio และมีมุม NOOK เป็น Glass house พร้อมห้องพักผ่อนที่เชื่อมต่อสามารถเดินออกไปชมสวน หรือจะให้เป็น Multipurpose room ที่สามารถปรับเป็นห้องนอนได้อีกเช่นกัน

ซึ่งบ้านแต่ละแบบสามารถต่อเติมได้ หรือ (Customized plan and combined land plot) ที่ดินเริ่มต้น ตั้งแต่ 120 -800 ตร.ว. สามารถรวมที่ดินแปลงเพิ่มได้ ตั้งแต่ 490-1,010 ตร.ม. และสามารถเลือกแบบอื่นได้ อาทิ แบบบ้านในโครงการ คริสตัลพาร์ค หรือ แกรนด์ คริสตัล และยังสามารถปรับเปลี่ยนต่อเติมได้ตามความต้องการ เช่น บ้าน Pearl พื้นที่ใช้สอย 560 ตร.ม. เป็นแบบบ้าน 2 ชั้น เสน่ห์ของห้องนี้ นอกจากจะมีขนาดที่ใหญ่กว้างขวางแล้วจะมีมุม Nook ที่เป็น Bay window โอบอุ้มด้วยสวนสวยพร้อมมุม NOOK เก๋ๆ ที่แต่งด้วยกระจก ออกแบบให้เป็นมุมBreakfast หรือ Afternoon Tea ที่ต่อเนื่องกับห้องพักผ่อนที่เป็น Private zone

บ้าน Pink Diamond พื้นที่ใช้สอย 710 ตร.ม. เป็นแบบบ้าน 2 ชั้น ความพิเศษ อยู่ที่ห้อง Great room ขนาดใหญ่โก้หรู ล้อมรอบด้วยกระจกบานใหญ่แบบ Full High สามารถมองเห็นวิวสวนได้อย่างชัดเจน มีห้อง Home Studio หรือ Multifunction Room สามารถเชื่อมต่อไปยังโซน Circular nook ชื่นชมวิวสวนได้ทุกมุมของบ้าน

“คริสตัล โซลานา” ได้รับรางวัลระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา 2 รางวัลซ้อน จากงานประกวด Gold Nugget Awards ได้แก่ รางวัลที่สุดของหมู่บ้านระดับนานาชาติ (Best International Residential project) และรางวัลที่สุดของคลับเฮาส์ระดับนานาชาติ (Best International Residential Project Amenity) นับเป็นปีที่ 57 ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระดับนานาชาติ และถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม และการพัฒนาโครงการ

แชร์ข่าว :
Tags: