ท่ามกลางแรงปะทะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ไตรมาส 3 ปี 2568 กลายเป็นบททดสอบหนักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รายได้–กำไรของผู้เล่นรายใหญ่ส่วนใหญ่ลดลงถ้วนหน้า สะท้อนความเชื่อมั่นและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้น ขณะที่สต็อกคงค้างพุ่ง และโครงการใหม่หดตัวแรง
ปี 2568 ดูจะเป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้อง “วิ่งสู้ลมแรงจากทุกทิศ” อย่างแท้จริง ทั้งแรงสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นจากเหตุแผ่นดินไหวช่วงปลายมีนาคมที่ทำให้หลายค่ายต้องชะลอเปิดโครงการคอนโดมิเนียม ไปจนถึงแรงกดดันจากต่างประเทศ เช่น การปรับขึ้นภาษีสหรัฐฯ ที่ฉุดอารมณ์ลงทุนและส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก
ภาพรวมทำให้ประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายถูกกดเหลือเพียง 1.2% จากเดิม 2.8–3.3% ขณะที่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวด มาตรการปล่อยกู้ส่งผลให้สัดส่วน “ปฏิเสธสินเชื่อ” ที่อยู่อาศัยพุ่งแตะ 66% กลางปี ส่งผลให้สินเชื่อใหม่ครึ่งแรกปี 2568 หดตัว 5.15% และสต็อกบ้าน–คอนโดคงค้างขยับขึ้นต่อเนื่อง
“ปีนี้ ไม่ใช่ปีของผู้ขาย แต่เป็นปีของผู้ที่ต้องประคองตัวให้อยู่รอดท่ามกลางตลาดที่กำลังซื้อหายไปครึ่งหนึ่ง”
ไตรมาส 3/68 รายใหญ่ส่วนใหญ่ “ติดลบ”
ผลประกอบการไตรมาส 3 จากบริษัทที่ส่งงบแล้วในตลาดหลักทรัพย์สะท้อนภาพเดียวกันเกือบทั้งอุตสาหกรรม—รายได้และกำไร “ลดลง” แทบทั้งหมด โดยมีเพียงไม่กี่รายที่พลิกบวกจากฐานต่ำในปีก่อน
ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568
เอพี รายได้ 9,124 ล้านบาทลลดลง8.3% กำไร 1,155 ล้านบาทลดลง20.4%
แสนสิริ รายได้ 7,993 ล้านบาทลดลง15.1% กำไร 1,001 ล้านบาทลดลง23.4%
ศุภาลัย รายได้ 6,664 ล้านบาทลดลง33% กำไร 1,167ล้านบาทลดลง41%
เอสซี แอสเสท รายได้ 5,125 ล้านบาทลดลง11.6% กำไร 389.8 ล้านบาทลดลง22.9%
สิงห์ เอสเตท รายได้ 3,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้น0% กำไร 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น3,864%
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รายได้ 3,110ล้านบาทลดลง9.6% กำไร 787 ล้านบาทเพิ่มขึ้น21.1%
แอสเซทไวส์ รายได้ 2,581 ล้านบาทลดลง17% กำไร 289 ล้านบาทลดลง35%
โนเบิล รายได้ 2,152ล้านบาทลดลง28.1% กำไร 687.8ล้านบาทเพิ่มขึ้น21,146%
แอลพีเอ็น รายได้ 1,698 ล้านบาทลดลง22.5% กำไร 51.9 ล้านบาทเพิ่มขึ้น6.19%
พราว เรียลเอสเตท รายได้ 1,239 ล้านบาทเพิ่มขึ้น435% กำไร 55 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,826%
ตัวเลขสะท้อนชัดว่าภาพรวมตลาดยังคงอยู่ในภาวะ “หดตัว” แม้บางค่ายจะโชว์กำไรพุ่งแรง แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก ฐานกำไรที่ต่ำมากในปีก่อน มากกว่าจะเป็นสัญญาณฟื้นจริง
โครงการใหม่หายไป 1 ใน 3
ข้อมูลจาก LWS ระบุว่า 9 เดือนแรกปีนี้ กรุงเทพฯ–ปริมณฑล มีโครงการเปิดใหม่เพียง 170 โครงการ จำนวน 28,853 หน่วย มูลค่า 193,713 ล้านบาท ลดลงตามลำดับ 32%, 30% และ 29% จากปีก่อน
“ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่เพราะไม่อยากเสี่ยงแบกรับสต็อกเพิ่มในช่วงที่ดีมานด์ยังไม่กลับมา”
ฟ้าหลังฝนยังไม่มาเร็วนี้
ไตรมาส 3/68 ทำให้เห็นภาพชัดว่า อสังหาริมทรัพย์ไทยยังอยู่บนเส้นทางขาลง ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแรง ความเชื่อมั่นที่ยังไม่กลับมา และตลาดสินเชื่อที่เข้มงวด แม้บางบริษัทจะเริ่มมีสัญญาณบวกจากฐานต่ำ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการพลิกเกม
อุตสาหกรรมอสังหาฯ จึงต้องเดินหน้าแบบระมัดระวัง ต้องจับจังหวะ เปิดบาง ทำบาง รอวันที่แรงลมเริ่มสงบลง เพื่อให้ตลาดกลับมาหายใจได้อีกครั้ง





