วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ปิดดีลมูลค่าเกือบ 3.8 พันล้าน เฟรเซอร์สปักหมุดชลบุรี 2,400 ไร่

ปิดดีลมูลค่าเกือบ 3.8 พันล้าน  เฟรเซอร์สปักหมุดชลบุรี 2,400 ไร่

เฟรเซอร์สปิดดีลมูลค่าเกือบ 3.8 พันล้านบาทชลบุรี 2,400 ไร่ ปูพรมอสังหาฯอุตสาหกรรมรับความต้องการต่างชาตินิยมนิคมฯในพื้นที่ในEEC หนุนพอร์ตเติบโตแข็งแรงระยะยาว

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท หนองเสือช้างชลบุรี จำกัด ซึ่งได้ถือครองที่ดินกว่า 2,400 ไร่ (384 เฮกตาร์) ในอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 3,795 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ตอบสนองความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ขณะเดียวกัน เป็นการขยายธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของ FPT ในอีอีซี ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
 

จังหวะเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเพียงแค่ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 อีอีซีกวาดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไปแล้วกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 33% ของทั้งประเทศ 

ตัวเลขที่สะท้อนพลังดึงดูดของพื้นที่ยุทธศาสตร์ฝั่งตะวันออก และเป็นแรงผลักดันให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องเร่งยึดหัวหาดให้ทันก่อนโอกาสจะถูกช่วงชิง

สำหรับ FPT นี่คือ “หมากรุกเม็ดสำคัญ” ที่ต่อยอดความสำเร็จของโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ในนิคมบางพลี ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงปี แต่กลับได้รับการตอบรับล้นหลามจากผู้ผลิตระดับโลกทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ใหม่ และโลจิสติกส์สมัยใหม่ จนบริษัทต้องมองหาพื้นที่แห่งใหม่เพื่อรองรับดีมานด์ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 

นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของอีอีซี และเป็นทำเลศักยภาพสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมขีดความสามารถของบริษัทฯ ในการนำเสนอโซลูชันให้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลกที่ต้องการย้ายฐานหรือขยายกำลังการผลิตมาในประเทศไทย

โดยหลังจากเปิดตัว อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงต่อยอดสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สอง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย

“การขยายธุรกิจครั้งนี้จะสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจของ FPT จากอสังหาริมทรัพย์เดิมที่มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงงานและคลังสินค้าให้เช่า และพาณิชยกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจเติบโตมั่นคงยิ่งขึ้น”

โดยการผสานพอร์ตโฟลิโออุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ กับโครงการเชิงกลยุทธ์อย่าง อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ FPT กำลังสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืนแห่งอนาคต เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก