แสนสิริเผย 9 เดือนฟันกำไร 3,029 ล้านชี้เรียลดีมานด์หนุนพร้อมเร่งเครื่องโค้งสุดท้ายด้วยโปรโมชันบ้าน–คอนโดไตรมาส 4 หวังดันยอดรับรู้รายได้ทะยานสู่จุดสูงสุดรอบปี
วิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)เผยภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนสิ้นสุดกันยายน 2568 ว่าบริษัททำรายได้รวม 23,670 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,029 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารองค์กรภายใต้ความผันผวนของตลาด
หากเจาะลึกโครงสร้างรายได้ พบว่าตัวขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างเสร็จถึง 9 โครงการ รวมมูลกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่การคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมช่วยเสริมกำไรให้เติบโตแข็งแรงต่อเนื่องโค้งสุดท้ายความหวังไตรมาส 4 จ่อทำสถิติใหม่ ยอดสะสมแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท
แสนสิริประเมินว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเป็นไตรมาสที่ “ดีที่สุด” จากแรงส่งหลายปัจจัย ตั้งแต่การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการแนวราบเปิดใหม่ ไปจนถึงคอนโดพร้อมอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต ซึ่งทำยอดขายเฉลี่ยทะลุ 70% แล้ว รวมมูลค่า 9,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยอดขายจากงานมหกรรมบ้านและคอนโดล่าสุดที่มากกว่า 2,300 ล้านบาทยิ่งตอกย้ำว่า “เรียลดีมานด์” ของผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยจริงยังคงโดดเด่น โดยเฉพาะเมื่อตลาดได้รับสินค้าในราคาคุ้มค่าและโปรโมชันตอบโจทย์ความสามารถในการผ่อนชำระ
ส่งแคมเปญ“แสนสิริ อลังเซล” ชิงกำลังซื้อปลายปี
เพื่อเร่งยอดปิดเกมในไตรมาส 4 แสนสิริเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “แสนสิริ อลังเซล” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 10 ล้านบาท ครอบคลุมกว่า 109 โครงการทุกเซกเมนต์ พร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษจากหลายธนาคารพันธมิตร เช่น ผ่อนล้านละเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท จัดยาวถึง 30 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการล็อกดีมานด์ช่วงก่อนปีใหม่
ESG เสริมความเชื่อมั่น นักลงทุน
ด้านการกำกับดูแลกิจการ แสนสิริได้รับคะแนน CGR ปี 2568 ระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมทั้งได้รับ SET ESG Ratings 2567 ระดับ AAA ตอกย้ำความจริงจังในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
เดินหน้าเปิดเกมใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 18,000 ล้าน พร้อม Backlog หนา 25,000 ล้านรับรู้ถึงปี 2571
สำหรับแผนธุรกิจในโค้งสุดท้าย แสนสิริเตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท อาทิ โครงการเศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต, บุราสิริ จตุโชติ, สราญสิริ จตุโชติ รวมถึงคอนโดใหม่ทำเลกะทู้ ภูเก็ต รองรับดีมานด์ในเมืองท่องเที่ยว
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการพร้อมขายกว่า 135 โครงการ และยังเดินหน้าหาพันธมิตรรายใหม่เพื่อขยายการลงทุน พร้อมมี Backlog สูงถึง 25,000 ล้านบาทที่จะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2571 สะท้อนฐานรายได้ระยะยาวที่แข็งแรง





