วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สิงห์ เอสเตทกำไร 9เดือนพุ่ง5เท่าย้ำ4ธุรกิจสร้างฐานรายได้มั่นคง

สิงห์ เอสเตท เผยกำไร9 เดือนปี68 เพิ่มขึ้นกว่า 400% จากปีก่อน เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรม–เชิงพาณิชย์–นิคมฯ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของรายได้ประจำสร้างฐานมั่นคง

KEY POINTS

  • ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 5 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 10,480 ล้านบาท
  • ความสำเร็จมาจากฐานรายได้ที่มั่นคงของ 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ โรงแรม, อาคารเชิงพาณิชย์, ที่พักอาศัย และนิคมอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจโรงแรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ในไทยเติบโตขึ้น 31% ขณะที่ธุรกิจอาคารสำนักงานยังรักษาอัตราการเช่าสูง

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า แม้ปี 2568 จะเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจยังคงเผชิญความผันผวน แต่ “สิงห์ เอสเตท”กลับเดินเกมธุรกิจได้อย่างมั่นคง ด้วยการต่อยอดพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งที่พักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ โรงแรม และนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทมีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 10,480 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ประจำในธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังสามารถยกระดับอัตรากำไร (EBITDA Margin) จาก 23% สู่ 25% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
 

จุดแข็งสำคัญของสิงห์ เอสเตทคือ “ฐานรายได้ที่มั่นคง” โดยเฉพาะรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม อาคารเชิงพาณิชย์ และโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพทางการเงินและลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ

สิงห์ เอสเตทกำไร 9เดือนพุ่ง5เท่าย้ำ4ธุรกิจสร้างฐานรายได้มั่นคง

โรงแรมยังนำทัพ – RevPAR พุ่งแรง

ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นหัวใจหลักของรายได้ โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ได้ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่เติบโตขึ้นถึง 31% จากปีก่อน สู่ระดับ 4,910 บาทต่อห้องต่อคืน แรงหนุนสำคัญมาจาก โรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งทำผลงานโดดเด่นด้วย RevPAR สูงกว่าปีก่อนกว่า 2 เท่า ตอกย้ำผลสำเร็จของกลยุทธ์ “ยกระดับคุณภาพสินทรัพย์” ที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบริหารเชิงรุก

สำนักงานฟื้นตัว ผู้เช่าแห่จองพื้นที่

กลุ่มอาคารสำนักงานหลัก ได้แก่ สิงห์ คอมเพล็กซ์, ซันทาวเวอร์ส และ เอส เมโทร ยังคงรักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ระดับ 80% โดยในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทสามารถปิดการขายพื้นที่เช่าใหม่ได้กว่า 4,000 ตารางเมตร และคาดว่าในช่วงต้นปี 2569 อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์จะกลับมามีอัตราการเช่าระดับ 90% อีกครั้ง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้เช่าต่อคุณภาพโครงการและศักยภาพทำเล

ที่อยู่อาศัย–นิคมฯ เติมพอร์ตโต

ธุรกิจที่อยู่อาศัยได้รับแรงตอบรับดีจากโครงการ “สริน พรานนก–กาญจนา” ที่เปิดตัวเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอส สุขุมวิท 36 ก็เดินหน้าปิดการขายตามเป้า คาดสร้างรายได้ราว 350 ล้านบาท ในปีนี้

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 75 ไร่ ให้กับ Dali Foods Group แล้วเสร็จในไตรมาส 3 และบรรลุข้อตกลงขายที่ดินเพิ่มเติม 9 ไร่ ให้กับ เพียวสตรอง จำกัด ซึ่งคาดว่าจะโอนได้ภายในปลายปีนี้

เดินหน้าสู่ปลายปีด้วยความมั่นคง

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตตามแผน โดยมีแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในไทยและมัลดีฟส์ พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับกำไรในระยะยาว

สิงห์ เอสเตทยังได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลระดับสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

“เราเชื่อว่า ความแข็งแกร่งของฐานรายได้ประจำคือหัวใจของการเติบโตที่มั่นคง และเป็นพลังผลักดันให้สิงห์ เอสเตทก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน”