วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

สิงห์ เอสเตทกำไร 9เดือนพุ่ง5เท่าย้ำ4ธุรกิจสร้างฐานรายได้มั่นคง

สิงห์ เอสเตทกำไร 9เดือนพุ่ง5เท่าย้ำ4ธุรกิจสร้างฐานรายได้มั่นคง

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า แม้ปี 2568 จะเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจยังคงเผชิญความผันผวน แต่ “สิงห์ เอสเตท”กลับเดินเกมธุรกิจได้อย่างมั่นคง ด้วยการต่อยอดพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งที่พักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ โรงแรม และนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทมีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 10,480 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ประจำในธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังสามารถยกระดับอัตรากำไร (EBITDA Margin) จาก 23% สู่ 25% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
 

จุดแข็งสำคัญของสิงห์ เอสเตทคือ “ฐานรายได้ที่มั่นคง” โดยเฉพาะรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม อาคารเชิงพาณิชย์ และโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพทางการเงินและลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ

สิงห์ เอสเตทกำไร 9เดือนพุ่ง5เท่าย้ำ4ธุรกิจสร้างฐานรายได้มั่นคง

โรงแรมยังนำทัพ – RevPAR พุ่งแรง

ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นหัวใจหลักของรายได้ โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ได้ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่เติบโตขึ้นถึง 31% จากปีก่อน สู่ระดับ 4,910 บาทต่อห้องต่อคืน แรงหนุนสำคัญมาจาก โรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งทำผลงานโดดเด่นด้วย RevPAR สูงกว่าปีก่อนกว่า 2 เท่า ตอกย้ำผลสำเร็จของกลยุทธ์ “ยกระดับคุณภาพสินทรัพย์” ที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบริหารเชิงรุก

สำนักงานฟื้นตัว ผู้เช่าแห่จองพื้นที่

กลุ่มอาคารสำนักงานหลัก ได้แก่ สิงห์ คอมเพล็กซ์, ซันทาวเวอร์ส และ เอส เมโทร ยังคงรักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ระดับ 80% โดยในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทสามารถปิดการขายพื้นที่เช่าใหม่ได้กว่า 4,000 ตารางเมตร และคาดว่าในช่วงต้นปี 2569 อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์จะกลับมามีอัตราการเช่าระดับ 90% อีกครั้ง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้เช่าต่อคุณภาพโครงการและศักยภาพทำเล

ที่อยู่อาศัย–นิคมฯ เติมพอร์ตโต

ธุรกิจที่อยู่อาศัยได้รับแรงตอบรับดีจากโครงการ “สริน พรานนก–กาญจนา” ที่เปิดตัวเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอส สุขุมวิท 36 ก็เดินหน้าปิดการขายตามเป้า คาดสร้างรายได้ราว 350 ล้านบาท ในปีนี้

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 75 ไร่ ให้กับ Dali Foods Group แล้วเสร็จในไตรมาส 3 และบรรลุข้อตกลงขายที่ดินเพิ่มเติม 9 ไร่ ให้กับ เพียวสตรอง จำกัด ซึ่งคาดว่าจะโอนได้ภายในปลายปีนี้

เดินหน้าสู่ปลายปีด้วยความมั่นคง

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตตามแผน โดยมีแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในไทยและมัลดีฟส์ พร้อมเดินหน้าบริหารต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับกำไรในระยะยาว

สิงห์ เอสเตทยังได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลระดับสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

“เราเชื่อว่า ความแข็งแกร่งของฐานรายได้ประจำคือหัวใจของการเติบโตที่มั่นคง และเป็นพลังผลักดันให้สิงห์ เอสเตทก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน”