วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

‘โนเบิล’ ปรับทัพรับดีมานด์ต่างชาติ ‘แฟรงค์ เหลียง’ รับไม้ต่อ

‘โนเบิล’ ปรับทัพรับดีมานด์ต่างชาติ ‘แฟรงค์ เหลียง’ รับไม้ต่อ

ธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผมไม่อยากรอถึงอายุ 59 ค่อยส่งไม้ต่อ เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ดีควรเกิดขึ้นตอนบริษัทแข็งแรง ไม่ใช่ตอนที่เราเริ่มเหนื่อย

กว่า 30 ปีที่ “ธงชัย บุศราพันธ์” ปลุกปั้น โนเบิล จากยุคที่อสังหาฯยังไม่เป็นที่นิยมของต่างชาติ จนกระทั่งปัจจุบัน “โนเบิล” กลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่มีสัดส่วนยอดขายกว่า 50%

วันนี้การส่งไม้ต่อได้เริ่มขึ้นแล้ว...อย่างเงียบๆ แต่ชัดเจน

เมื่อ “แฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง” นักลงทุนต่างชาติ และพันธมิตรธุรกิจของธงชัยมายาวนาน ได้ยื่นทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในโนเบิลเป็น 34.46% เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และเตรียมก้าวขึ้นมาเป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรอย่างเต็มตัวในปี 2569

“นี่ไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่คือการวางแผนล่วงหน้า...ผมอยากให้โนเบิลกลายเป็นองค์กรที่ยั่งยืน ถ่ายทอดการบริหารจากรุ่นสู่รุ่น” ธงชัย กล่าวอย่างหนักแน่น

ต่างชาติเปลี่ยนแลนด์สเคปอสังหาฯไทย

เมื่อ 8 ปีก่อน โนเบิล เริ่มเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ล้ำหน้ากว่าตลาดในเวลานั้น ด้วยความเชื่อว่า อสังหาริมทรัพย์ไทยจะไม่ถูกซื้อเพื่ออยู่...แต่จะถูกซื้อเพื่อ “อยู่” และ“ ลงทุน” และ แฟรงค์ เหลียง คือ ผู้ที่เข้ามาต่อยอดวิสัยทัศน์นั้นให้เป็นจริง

แฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังโควิด-19 ในปี 2564 และ 2565 ยอดขายต่างชาติเพิ่มขึ้น 3,000-4,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดต่างประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จนกระทั่งปี 2567 เติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะมีโครงการใหม่ที่ร่วมทุนไปขายต่างชาติได้ถึง 10,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 4,000 ราย กระจายอยู่ใน 50 ประเทศทั่วโลก

“ขณะที่ยอดขายต่างชาติเติบโตจาก 3,000-4,000 ล้านบาทช่วงโควิด จนถึง 10,000 ล้านบาทในปี 2567 ด้วยเครือข่ายตัวแทน 4,000 รายใน 50 ประเทศ”ฟรงค์ เหลียง เผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จ
 

โนเบิลไม่ใช่แค่ขายให้ “คนจีน” อีกต่อไป วันนี้ฐานลูกค้าขยายไปยังอินเดีย รัสเซีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มียอดเติบโตสูง 200-600% จากเดิมช่วงโควิดจีนเคยถือสัดส่วนยอดขายสูงถึง 70% แต่วันนี้เหลือเพียง 20-30% นี่คือการ diversify ตลาดต่างชาติ อย่างแท้จริง

‘โนเบิล’ ปรับทัพรับดีมานด์ต่างชาติ ‘แฟรงค์ เหลียง’ รับไม้ต่อ

โมเดลใหม่ “Light Asset” ลดเสี่ยง เพิ่มคล่องตัว

แนวคิดใหม่ที่ “แฟรงค์” นำเข้าสู่โนเบิล คือ โมเดล Light Asset หรือลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร หันไปลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน และการเป็น “ตัวแทนขาย” ให้โครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นที่ไม่แข่งขันกับตนเอง

“เราไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทุกอย่าง การลงทุนอย่างคล่องตัวทำให้เรารับมือกับความผันผวนได้ดีกว่า” 

ตัวอย่างเช่น กรณี “พราว เรียลเอสเตท” ที่ซื้อโครงการ Nue District R9 และ Nue Cross คูคต สเตชัน โนเบิลเข้าไปมีบทบาทเป็นตัวแทนจำหน่ายและบริหารจัดการ มากกว่าจะลงทุนเองทั้งหมด

ปรับทัพกลางปี 2569 รับศักราชใหม่

การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่แค่เรื่องคน แต่คือ โครงสร้าง ธงชัย วางแผนไว้อย่างรอบคอบว่า การส่งไม้ต่อควรเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท “แข็งแรงที่สุด” ไม่ใช่ช่วงเสี่ยง หรือรอจนนาทีสุดท้าย พร้อมวางไทม์ไลน์ชัดเจน

“การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างองค์กรจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการกลางปี 2569 โดยผมยังคงถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสอง และยังมีบทบาทในบริษัทต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3-4 ปี” ธงชัย กล่าว

จากตลาดผู้บริโภคสู่ตลาดนักลงทุน

วันนี้อสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะจากประเทศที่มีความไม่แน่นอน เช่น เมียนมา ไต้หวัน ฮ่องกง หรือแม้แต่ตะวันออกกลาง

“กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่กำลังกลายเป็นเมืองแห่ง Retirement และ Investment”

ขณะที่คนไทยมีกำลังซื้อลดลงตามโครงสร้างประชากรที่เป็นพีระมิดหัวกลับ ต่างชาติกลับมองเห็นโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เปิดเสรีมากขึ้น มีกฎหมายชัดเจนในการถือครองคอนโดมิเนียม และยังคงดึงดูดด้วยคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

การส่งไม้ต่อจาก “ธงชัย” สู่ “แฟรงค์” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้บริหาร แต่คือการเปลี่ยนทิศทางองค์กรและธุรกิจให้เท่าทันโลก และจากเคยขายอสังหาริมทรัพย์ให้คนไทย...ก้าวสู่ “แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ” ที่รับรู้โอกาสจากทั่วโลก