“เสนาฯ” จับมือ “มิตซูบิชิ โลจิสติคส์” ส่งคลังสินค้าอัจฉริยะขึ้นแท่นฮับใหม่ย่านบางนา กม.23 สู่เป้าหมาย “Net Zero Warehouse” รองรับการเติบโต EEC ยกระดับโลจิสติกส์ไทย
บนเส้นทางการเติบโตของ “โลจิสติกส์ไทย” ที่เร่งตัวตามแรงส่งของอีอีซี (EEC) อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่ถูกวางลงบนกระดาน คือการผนึกกำลังระหว่าง “บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” กับยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น “มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น” ภายใต้โครงการร่วมทุนที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ “SENA MLC 1” คลังสินค้าอัจฉริยะยุคใหม่ในทำเลศักยภาพ บางนา กม.23
จุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไม่ได้เกิดจากเพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่คือการ “แลกเปลี่ยนจุดแข็ง” ระหว่างผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ เมืองไทยกับพันธมิตรระดับโลกด้านโลจิสติกส์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ ลงทุนโดยตรงในประเทศไทยผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชนไทย
“เราเชื่อว่า เมื่อผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน จะเกิดพลังขับเคลื่อนใหม่ที่ยกระดับตลาดโลจิสติกส์ไทยได้อย่างแท้จริง” ฮิเดชิกะ ไซโตะ ประธาน Mitsubishi Logistics Corporation กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังความร่วมมือ
จุดเปลี่ยนที่ “บางนา กม.23”
ทำเลทองที่ถูกเลือก ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นโหนดของโครงสร้างพื้นฐาน แต่เพราะบางนา กม.23 คือประตูบานสำคัญสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมทั้ง “สนามบิน–ท่าเรือ–นิคมอุตสาหกรรม” ได้ครบวงจรในรัศมีเดียว
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจระบุว่า ปี 2025 พื้นที่คลังสินค้าที่มีสัญญาเช่าในไทยจะขยายตัวกว่า 9.3% ซึ่งการเติบโตครั้งนี้จะถูกเร่งด้วยแรงผลักจากอีคอมเมิร์ซ การลงทุนจากต่างชาติ และเทคโนโลยีอัตโนมัติที่ทำให้ “Smart Warehouse” กลายเป็นมาตรฐานใหม่
โปรเจกต์ SENA MLC 1 ไม่ได้ตั้งเป้าเพียงการให้เช่าพื้นที่เก็บของ หากแต่เป็นการ “ออกแบบคลังสินค้าแห่งอนาคต” ที่ใช้แนวคิด Net Zero Warehouse/Factory มาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งด้านวัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และระบบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ครบวงจร
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการเสนา ชี้ว่า เสนานำประสบการณ์ด้านโครงการที่อยู่อาศัยพลังงานเป็นศูนย์ (ZEH) และแนวคิด Low Carbon มาต่อยอดสู่คลังสินค้าระดับอุตสาหกรรม เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ ESG และยั่งยืนในระยะยาว การร่วมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นผ่าน บริษัท เสนา เมโทรบ็อกซ์ จำกัด ซึ่งจะเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ของกลุ่มเสนาในการรุกตลาดโลจิสติกส์เต็มตัว โดยต่อยอดจากความสำเร็จของ “คลังสินค้าใจกลางเมือง” อย่างโครงการสุขุมวิท 50 ที่มีอัตราการเช่า (OCC Rate) สูงต่อเนื่อง
เมื่อทุน–เทคโนโลยี–ทำเล มาบรรจบ
การผสานระหว่างความเข้าใจเชิงลึกของเสนาในเรื่องที่ดินและพัฒนาอสังหาฯ กับความเชี่ยวชาญของมิตซูบิชิ โลจิสติคส์ในด้านการออกแบบและบริหารศูนย์กระจายสินค้า ถือเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคโลจิสติกส์อัจฉริยะ
โครงการ SENA MLC 1 จึงไม่ใช่แค่ก้าวใหม่ของเสนา แต่คือ “ต้นแบบแห่งอนาคต” ที่อาจกลายเป็นแม่แบบการพัฒนาโลจิสติกส์ของไทยในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเมื่อทุกกลยุทธ์ถูกวางบนพื้นฐานของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ความร่วมมือครั้งนี้จึงมากกว่าการสร้างคลัง หากแต่คือการวางรากฐานระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแรงและยั่งยืนให้กับประเทศไทย





