background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ เสริมความแข็งแรงโครงสร้างหลังแผ่นดินไหว

LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ เสริมความแข็งแรงโครงสร้างหลังแผ่นดินไหว

LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ เสริมความแข็งแรงของโครงสร้างหลังเหตุแผ่นดินไหว ใช้วิธีการJacketing Column และน้ำยา Epoxy pressure groutเสริมกำลังให้กับเสาที่มีความเสี่ยงสูง

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ เมื่อวันที่ 28  มี.ค.2568 ล่าสุด .o30 มี.ค. 68ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อประเมินความคืบหน้าการแก้ไขงานโครงสร้างเสาของอาคาร โดยการร่วมมือของ สำนักโยธากทม. และ สำนักงานโยธาเขตจตุจักร รวมถึงทีมวิศวกรจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สินถาวร อาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งได้ทำการสำรวจและเห็นชอบในแนวทางการแก้ไขที่ทางโครงการได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

Jacketing Column เสริมความแข็งแรง

การแก้ไขที่ดำเนินการในขณะนี้ คือ การทำ Jacketing Column ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแรงให้กับเสาเดิม โดยการหล่อเสาโอบล้อมเสาเดิมขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ได้หน้าตัดที่แข็งแรงและทนทานยิ่งขึ้น ภายใต้หลักการคำนวณจากวิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้าง เพื่อให้เสาสามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในอนาคตได้อย่างมั่นคง
 

ขั้นตอนการแก้ไขที่สำเร็จไปแล้ว

การอุดด้วยปูนซิเมนต์ผสมไฟเบอร์: เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยา Epoxy pressure grout ไหลออกจากเสา ซึ่งน้ำยา Epoxy นี้มีวัตถุประสงค์ในการเข้าไปประสานรอยร้าวเล็ก ๆ ของเนื้อคอนกรีตเดิม และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

การหล่อและเทปูนสำเร็จรูป: โดยใช้วัสดุปูนสำเร็จรูปชนิดพิเศษที่ไม่หดตัว และสามารถรับกำลังอัดได้สูง (Non-Shrink) เพื่อให้ได้ขนาดหน้าตัดเสาเท่าเดิม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้าง

ขั้นตอนที่กำลังดำเนินการอยู่

การเสริมกำลังเสาด้วยแผ่นเหล็กหนา 25 มม.: โดยการรัดแผ่นเหล็กรอบเสาให้สูงจากพื้นประมาณ 3.60 เมตร เป็นการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างในระยะยาว ซึ่งการเสริมด้วยเหล็กนี้จะช่วยเพิ่มความทนทานและรับน้ำหนักของเสามากขึ้น

ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อ

การยิงน้ำยา Epoxy pressure grout: เข้าด้านในระหว่างแผ่นเหล็กและเนื้อคอนกรีตเดิม เพื่อเสริมการเชื่อมต่อให้แน่นหนา

การเพิ่มขนาดหน้าตัดเสา: โดยการเพิ่มขนาดหน้าตัดเสาโดยรอบข้างละ 15 ซม. และเสริมเหล็กเส้นขนาด 20 มม. จำนวน 24 เส้น โดยรัดรอบด้วยเหล็กปลอกขนาด 12 มม. ระยะห่าง 0.20 ม. และเทคอนกรีตจาก Footing ไปจนถึงปลายเสาด้านบน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเสาในระดับที่สามารถรับแรงกดได้มากยิ่งขึ้น

ตามแผนการคำนวณเชิงวิศวกรรมที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน โครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 4 เม.ย. 2568 ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าของห้องและผู้พักอาศัยสามารถมั่นใจในความปลอดภัยและการใช้งานอาคารได้ตามปกติ