เขย่าวงการอสังหาฯ "ศุภาลัย" สวนกระแสเศรษฐกิจ ทุ่มงบลงทุน 4.6หมื่นล้านผุด36โครงการพร้อมเป้ายอดขาย3.2หมื่นล้านรายได้ 3หมื่นล้าน
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 คาดว่าจะมีการขยายตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ประกอบการยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการเติบโตของตลาด หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงคือ การลดลงของ Supply จากบริษัทต่างๆ เปิดโครงการลดลง ที่ดินทำเลดีหายากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ให้ความสนใจในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองต่อเทรนด์สีเขียว และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI และ IoT โดยมีความท้าทายที่ต้องจับตา เช่น อัตราดอกเบี้ย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ยังคงมีโอกาสสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด โดยเฉพาะจากการลงทุนจากต่างชาติ และการขยายตัวของเมืองรอง ในทำเลศักยภาพใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตได้
ภาพรวมของบริษัทฯ ปี 2568 บมจ.ศุภาลัยได้ก้าวสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติจากการขยายการลงทุนในประเทศออสเตรเลียในปลายปี 2567 ซึ่งถือเป็นปีสำคัญแห่งการเติบโตขยายศักยภาพในทุกมิติ ด้วยศักยภาพและความพร้อมของส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงที่สุดและหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้งที่ระดับ A ต่อเนื่อง 11 ปี
สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 97,876 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 51% อีกทั้งมีทุนหรือส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 52,929 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.85 เท่า และยังสามารถสร้างกำไรสุทธิ 4,201 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2567 ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม แสดงถึงความมั่นคงและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ในปี 2568 ศุภาลัยเตรียมก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ด้วยแผนการลงทุนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 36 โครงการ รวมมูลค่า 46,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 28 โครงการแนวราบและ 8 โครงการคอนโดมิเนียม พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 32,000 ล้านบาท และรายได้ 30,000 ล้านบาท





