วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

อสังหาฯชะลอตัวฉุดตลาดสี‘ ทรงตัว’ เบเยอร์รุกกลุ่มรีโนเวตตึก-สีโลว์คาร์บอน

อสังหาฯชะลอตัวฉุดตลาดสี‘ ทรงตัว’ เบเยอร์รุกกลุ่มรีโนเวตตึก-สีโลว์คาร์บอน

พงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ตลาดสีมูลค่า 22,000 ล้านบาทอยู่ในภาวะทรงตัวเหมือนกับตลาดวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากตลาดอสังหาฯ “ชะลอตัว ”เปิดตัวโครงการใหม่ “ลดลง” ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าใหม่ จึงหันไปขยายฐานกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาทาสีรายใหญ่ รีโนเวตตึกเก่าในกรุงเทพฯ ที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปจำนวนมากที่ต้องการรีโนเวตให้เป็น “อาคารเขียว” ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงพร้อมขยายตลาด “สีโลว์คาร์บอน” ซึ่งเป็นหนึ่งในทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ในยุค “สังคมคาร์บอนต่ำ” ถือเป็นกติกาโลกใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต

  " สีโลว์คาร์บอน ถือเป็นจุดขายของเบเยอร์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพราะดำเนินการมากว่า 6 ปีแล้ว ถือเป็นเซกเมนต์หนึ่งของตลาดสีรักษ์โลกหรือกรีน มาร์เก็ตที่เติบโตต่อปีสูงถึง 15% เป็นนิชมาร์เก็ตที่กำลังมาแรง ขณะที่ตลาดสีทั่วไปเติบโตต่ำกว่า"
 

พงษ์เชิด ระบุว่า 10 ปีที่ผ่านมา เบเยอร์ให้ความสำคัญทั้งในด้านคุณภาพและเทคโนโลยีผ่านการต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่สอดรับกับความต้องการของตลาดโดยเฉพาะในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เบเยอร์คูลเป็นที่ยอมรับในตลาดสีรักษ์โลก และ ตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งกลุ่มสีรักษ์โลกปีละ 15% ภายใน 1-2 ปีจากนี้ และยังสอดคล้องกับนโยบายจากภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางการใช้วัสดุรักษ์โลกและช่วยลดคาร์บอนหรือ Green Product

ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) และ Carbon Tax ของตลาดโลก รวมถึงนำเอานวัตกรรมมาผนวกใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกตลอดห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้ง “Net Zero Innovation & Solution Center”
 

บริษัทยังมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการ และใช้สีนวัตกรรมรักษ์โลกขยายผลสู่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างอาคารเขียวรักษ์โลก หรือ “Low Carbon Building Design” เป็นไปได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้นให้กับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero อย่างยั่งยืน

สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดจะสร้างการรับรู้โดยใช้งบ 30 ล้านบาท ตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านสื่อออฟไลน์และออนไลน์ครบวงจร

วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวเสริมว่า ภาพรวมธุรกิจสีทาบ้านและอาคารปี 2567 ไม่โตจากปีที่แล้วมากนัก ขณะที่เบเยอร์ปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย มีรายได้ 4,600 ล้านบาท

“หนึ่งในกุญแจสำคัญของการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์จนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงในตลาดผู้บริโภคทั้งบ้านเรือน อาคารและสำนักงาน คือ การนำเอานวัตกรรมมาผนวกใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง เบเยอร์คูล ถือเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ จากเวทีนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2567”

วรวัฒน์ กล่าวว่า ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เบเยอร์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้วกว่า 350 ล้าน กก. คาร์บอนหรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ชดเชยมากกว่า 5.59 ล้านต้น” ถือได้ว่า เบเยอร์เป็นผู้ผลิตสีรายแรกในประเทศที่ผลักดันให้เกิดสินค้าสีที่ช่วยสะท้อนความร้อนและเป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมสีที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม”