background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เอฟเฟกต์ แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ดอกเบี้ยสูง ลูกค้าชะลอตัดสินใจซื้อที่อยู่

เอฟเฟกต์ แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ดอกเบี้ยสูง ลูกค้าชะลอตัดสินใจซื้อที่อยู่

ชีวาทัย เผยตลาดอสังหาหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจซบเซา เอฟเฟกต์จากแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อนาน จึงออกแคมเปญต่อเนื่องในรูปแบบของการให้บริการ financial consultant เจนสามารถกู้ผ่านและโอนได้

นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม อยู่ในช่วงหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลง ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้มีเรื่องมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ที่มีการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดจำนองจากร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 0.01

พร้อมขยายเพดานจากราคา 3 ล้านบาทเพิ่มเป็น 7 ล้านบาทแล้วจนถึงสิ้นปี 2567 แต่ก็ยังคงมีปัจจัยด้านลบในหลายเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยรวม เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของลูกค้าในภาพรวม

ในส่วนของชีวาทัย แม้มีผลกระทบหลายด้านที่ชี้ชัดว่ากระแสของลูกค้าโดยรวมอยู่ในช่วงชะลอการตัดสินใจ จากสถิติในช่วงที่ผ่านมาพบว่า จำนวนลูกค้าที่เข้าชมโครงการไม่ได้มีอัตราลดลง แต่ลูกค้าใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจนานขึ้น รวมถึงความสามารถในการกู้ลดลง บริษัทจึงมีนโยบายปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทันกับสถานการณ์และกระแสของเศรษฐกิจในปัจจุบัน และจัดโปรโมชั่นให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เน้นขายสินค้าในราคาที่จับต้องได้ 

รวมทั้งการออกแคมเปญต่อเนื่องที่เริ่มตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปีก่อน คือโปรโมชัน "อยากซื้อต้องได้ซื้อ" ที่มาในรูปแบบของการให้บริการ financial consultant เข้าดูแลลูกค้าที่มีปัญหาด้านการจัดการเอกสารการกู้สินเชื่อ การบริหารภาระหนี้ หรือปัญหาด้านวินัยทางการเงิน จนไม่สามารถกู้ได้ ชีวาทัยจะเข้าไปดูแลให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในระยะยาวต่อเนื่องจนสามารถกู้ผ่านและโอนได้

 ทำให้มี backlog ส่วนหนึ่งที่อยู่กับเรานานมาก บางรายมากกว่า 6 เดือน และค่อยๆ ปรับปรุงวินัยทางการเงินจนสามารถกู้ได้สำเร็จ ทำให้บริษัทฯยังคงผลกำไรอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีการสอบถามและจัดให้มีโปรโมชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเมื่อซื้อสินค้าจากชีวาทัย จะได้สินค้าที่มีคุณภาพและมีการบริการหลังการขายที่ดีกว่า แม้ว่ามีผลกระทบบ้างจากกระแสของตลาดที่มีการให้โปรโมชันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบให้มีต้นทุนสูงขึ้น แต่บริษัท ยังคงมุ่งมั่นเป้าหมายรายได้ของปี 2567 ที่ 2,000 ล้านบาทเช่นเดิม
 

นายบุญ  กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงมีแผนการขยายโครงการแนวสูงอีก 1-2 โครงการในปีนี้ เริ่มจากโครงการคอนโดมิเนียม “ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค เอกมัย-รามอินทรา” มูลค่าโครงการ 1,014 ล้านบาท ภายใต้การร่วมทุนกับบริษัทนิปปอน สตีล โควะ เรียล เอสเตท จำกัด หรือ NSKRE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเปิดให้เข้าชมโครงการและเปิดจองสำหรับลูกค้าเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

เอฟเฟกต์ แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ดอกเบี้ยสูง ลูกค้าชะลอตัดสินใจซื้อที่อยู่

 โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าในพื้นที่เป็นอย่างดี มียอดจองในวัน Soft launch แรกของงานมากกว่า 120 ล้านบาท และจะมีการเปิดงานขายอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยโครงการนี้ โดดเด่นทั้งการออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “GOOD VIBES, MORE LIFE” “ชีวิตที่ใช่ ใช้ได้สุดยิ่งกว่า” จะพักผ่อนหรือจะใช้ชีวิตก็สุดได้ทุกทาง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็ม ให้คุณใช้ชีวิตได้สุดกว่าใคร และยังโดดเด่นด้านการเดินทางที่สะดวก โครงการอยู่บนถนนนวลจันทร์ ส่วนเชื่อมต่อถนนรัชดา-รามอินทรา, ใกล้ถนนเกษตร-นวมินทร์, ถนนนวมินทร์, ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา, ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในอนาคต อย่างสายสีน้ำตาล สถานีนวลจันทร์ และรถไฟฟ้าสายสีเทา สถานีคลองลำเจียก 

บริษัทยังคงมุ่งเน้นนโยบายการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีความคุ้มค่า รวมถึงนโยบายที่มุ่งเน้นการนำหลักการด้านความยั่งยืน (ESG) หรือสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับการบริหารจัดการของบริษัท นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว CHEWA AI ทีมงานที่มุ่งเน้นการเรียนรู้และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Enhancing Sustainability through Artificial Intelligence” หรือ “เสริมสร้างความยั่งยืนผ่านปัญญาประดิษฐ์” เพื่อเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการเติบโตขององค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2567  บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่  467.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนจำนวน 91.05 ล้านบาท คิดเป็น  24.45% โดยเป็นรายได้จากโครงการคอนโดมีเนียม จำนวน 321.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 11.73 % ส่วนรายได้จากโครงการแนวราบ จำนวน 131.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 65.07 % นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากโครงการบ้านมือสอง จำนวน 10.90 ล้านบาท และมีรายได้อื่นๆ จำนวน 3.97 ล้านบาท คิดเป็น 3.18 %  ของรายได้รวม ทำให้การดำเนินงาน 3 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิ อยู่ 4.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.53 % จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และการดำเนินงาน 6 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ 20.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.24 % จากงวดเดียวกันในปีก่อน 

โดยยอดขายหลักเติบโตมาจากโครงการคอนโดมิเนียมในช่วงราคา 2-4 ล้านบาท ได้แก่ โครงการชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว-โชคชัย 4 ทั้ง 2 เฟส โครงการชีวาทัย ปิ่นเกล้า และโครงการชีวาทัย เกษตร-นวมินทร์ ส่วนของโครงการแนวราบมาจากโครงการชีวาโฮม กรุงเทพ-ปทุม และ โครงการชีวาโฮม รังสิต-ปทุม นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในโครงการบ้านเดี่ยว โครงการชีวารมย์ ราชพฤกษ์ตัดใหม่ที่เปิดจองและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา