บ้านใหม่ราคาแพงดันตลาดบ้านมือสองเนื้อหอมตอบโจทย์กำลังซื้อหดใกล้ออฟฟิศ

บ้านใหม่ราคาแพงดันตลาดบ้านมือสองเนื้อหอมตอบโจทย์กำลังซื้อหดใกล้ออฟฟิศ

พร็อพเพอร์ตี้ เอ.ระบุพิษเศรษฐกิจ บ้านใหม่ราคาแพงคนซื้อยากขึ้น สบช่องตลาดบ้านมือสองเนื้อหอมตอบโจทย์กำลังซื้อหดใกล้ออฟฟิศ รุกสร้างทีมขยายไลน์สู่การขายทรัพย์มือสองเพื่อเสริมรายได้ ลดความเสี่ยงหลังจากลูกค้าตัดสินใจซื้อนานขึ้น ตั้งเป้าภายใน 3ปีสัดส่วนมือสอง20%

Key Points: 

  • แนวโน้มบ้านมือสองกลับมาคึกคักหลังราคาบ้านและคอนโดโครงการใหม่ราคาแพงขึ้นจากต้นทุนค่าที่ดิน การก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • จำนวนทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์สูงขึ้น
  • เป็นโอกาส สำหรับเอเจนท์ขายทรัพย์มือสองในราคาที่ลูกค้ายอมรับได้ เพราะเป็นการขายในราคาต้นทุนเก่าเพื่อจะได้ระบายสต็อคที่มีอยู่

พรพิไร นิจวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ พร็อพเพอร์ตี้ เอ. จำกัด  เผยว่า หลังโควิด-19 เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้าน คอนโดมือหนึ่งคิดหนัก ตัดสินใจซื้อยากขึ้นเนื่องจากราคาแพงขึ้น ติดปัญหาสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้นรวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาลูกค้าบางรายใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานถึง2ปี สะท้อนให้เห็นว่าการขายบ้านและคอนโดมือหนึ่งยากขึ้น  ดังนั้นเพื่อต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่มานานกว่า 18 ปี 

 

บริษัทจึงได้เตรียมเสริมศักยภาพของทีมงานในการขยายไลน์ไปเข้าสู่บริการด้านการขายทรัพย์มือสองตามแผนกการให้บริการ “360° Real Estate Solution”คือการบริการแบบ 360 องศาครบวงจรในทุกขั้นตอนของอสังหาริมทรัพย์ในปี2567 เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาเสริมจากเดิมที่เน้นขายอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่

ทั้งนี้เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้ายังไม่ฟื้น และต้องการที่อยู่อาศันในทำเลที่ไม่ไกลจากที่ทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางบ้านมือสองจึงตอบโจทย์ เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าบ้านใหม่ 20% ตลาดบ้านมือสองจึงได้รับความสนใจมากขึ้น

พรพิไร  กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทดำเนินธุรกิจบริหารการขาย การตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่มานานกว่า 18 ปี จากผลงานกว่า 30 โครงการ ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งโครงการขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่  โครงการที่พักอาศัย หรือ โฮมออฟฟิศ ดูแลตั้งแต่เริ่มโครงการจนโอนกรรมสิทธิ์จบโครงการ มีทีมงานร่วมการวางแผนกลยุทธ์การขายให้คำปรึกษาทางด้านการตลาดและโฆษณากับเจ้าของโครงการ

ปัจจุบัน มีโครงการที่ดูแลจำนวน 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท อาทิ บ้านบุญยกร เลค พาร์ค รังสิต คลอง 6 จ.ปทุมธานี, อากาศ วิลล่า เขาใหญ่  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา, บ้านร็อคการ์เด้น สุวินทวงศ์ - อยู่วิทยา, คาราเพซ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, The Ville Express พหลโยธิน, อาร์ท@ทองหล่อ ซอยทองหล่อ 25, Parc Residence at Phahol 67 ซ.พหลโยธิน 67  กรุงเทพฯ เป็นต้น

พรพิไร  กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานที่วางไว้ กับโครงการที่รับบริหารในมือ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท แต่ที่จะเพิ่มเข้ามาใหม่คือ การวางแผนขยายไลน์ธุรกิจเข้าสู่การทำตลาดขายทรัพย์มือสองในปีนี้  คาดว่าจะมีทรัพย์เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก และมาตรการของรัฐที่ส่งเสริมเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองของทรัพย์มือสองที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทจะมีส่วนช่วยผลักดัน ทำให้บริษัทมียอดขาย2,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 10% ส่วนหนึ่งมาจากบ้านมือสองไม่เกิน5%  และภายใน 3ปีเพิ่มสัดส่วนมือสอง20%