วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

อสังหาฯปี67ลุ้นQuick win หลังติดหล่มกำลังซื้อเหือด

อสังหาฯปี67ลุ้นQuick win หลังติดหล่มกำลังซื้อเหือด

อสังหาฯปี67ลุ้นQuick win เล็งยื่นมาตรการกระตุ้นอสังหาฯให้ นายกฯ พิจารณาหวังกระตุ้นดีมานด์หลังจากปี 66 ติดหล่มกำลังซื้อเหือด จากปัจจัยลบรุมเร้าจากเศรษฐกิจโลก กำลังซื้อในประเทศถดถอย ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

นับถอยหลังสิ้นปี 2566 ภาพรวมตลาดอสังหาฯยังคงชะลอตัว จากตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ว่า ปี 2566 ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีจำนวน 87,732 หน่วย "ลดลง"19.8% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีจำนวน 109,451 หน่วย ส่วนมูลค่าคาดทั้งปีอยู่ที่ 514,512 ล้านบาท สูงขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนและหลังโควิด แต่ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับปี2565ที่มีมูลค่าเปิดตัวใหม่ อยู่ที่ 550,146 ล้านบาท หรือโตขึ้น150 % เทียบกับปี 2564 เป็นผลมาจากกำลังซื้อลดลง !

เป็นผลมาจากปัจจัยลบที่รุมเร้า ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลก จากวิกฤตสงคราม  2 ระลอก ส่วนเศรษฐกิจจีนก็ย่ำแย่ ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯไทยเพราะเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ รวมทั้งการส่งออก การท่องเที่ยวของไทยไม่ได้เติบโตตามเป้าหมาย แถมกำลังซื้อในประเทศถดถอยหลังอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่โหมดขาขึ้น ยอดการถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่งขึ้นตามไปด้วย

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคงหนี้ไม่พ้น จำนวนหน่วยที่เหลืออยู่ (Remaining) จากข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ในไตรมาส3 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 194,589 หน่วย บ้านจัดสรรมีจำนวนมากที่สุดถึง 120,481 หน่วยมูลค่าเหลือขายรวม 1,080,559 ล้านบาท บ้านจัดสรรมูลค่าเหลือขายสูงถึง 730,367 ล้านบาท !! สะท้อนให้เห็นว่า ซัพพลายที่อยู่อาศัยที่ยังเหลือขายในตลาดที่มีการสะสมมากเพิ่มขึ้น แต่อัตราดูดซับน้อยลง ! ส่งผลให้ภาพรวมตลาดไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะฟื้นตัว 

จึงเป็นที่มาของการนำเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จาก3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์  ประกอบด้วย ธุรกิจบ้านจัดสรร อาคารชุดไทย อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ยื่นให้กับ "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อหลังจากที่ก่อนหน้าที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมาระยะหนึ่ง ประกอบกับยังไร้มาตรการที่เข้ามาช่วยสร้างแรงกระเพื่อมเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน

โดยมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า ที่นำเสนอ ได้แก่  การพิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดในปี 2566 ต่อไปอีกทั้งลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ลดค่าโอนเหลือ 1%และจำนองเหลือ 0.01% พร้อมขยายเพดานราคาบ้านเป็นทุกระดับราคา

 ผ่อนปรนมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value : LTV)หรือLTV โดยให้ประชาชนสามารถกู้ได้ 100% อีก 2 ปี หลังจากที่ ธปท.ได้เข้มงวดเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการกลับมาใช้ เกณฑ์ LTV แบบเดิม คือ กู้หลังแรกวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท กู้ได้ 100% และตกแต่งเพิ่มได้อีก 10%, บ้านหลังที่ 2 วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท กู้ได้ 70-90%, วงเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป กู้ได้ 70-90%   ฟื้นโครงการบ้านดีมีดาวน์และขยายวงเงินคืนเงินดาวน์ 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท สำหรับการซื้อบ้านทุกระดับราคา และจัดซอฟต์โลนปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นรวมทั้งการลดภาษีซื้อบ้านหลังแรก 

ขณะเดียวกันขอมิดเทอมวีซ่าต่างชาติ 5 ปี เมื่อซื้อคอนโด 3-5 ล้านบาท  และสามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินในโครงการจัดสรรได้ไม่เกิน 25% ในกรุงเทพฯราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท พร้อมขยายเวลาการเช่าเป็น 50 ปี เพิ่มสัดส่วนต่างชาติซื้อคอนโดได้มากกว่า 49% เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวเร็วขึ้น