วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

เจาะลึก! ปัจจัยที่ส่งผลต่อ มูลค่าแบรนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เจาะลึก! ปัจจัยที่ส่งผลต่อ มูลค่าแบรนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในช่วงวันที่ 27 ต.คนี้ จะมีการเผยแพร่ชุดงานวิจัยที่ทาง Baramizi ทำร่วมกับทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง Most Valuable Real Estate Brand 2023 แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากสุด ประจำปี 2023

จากดาต้าที่วิเคราะห์กันออกมา ผมได้เห็นองค์ประกอบที่น่าสนใจว่าปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อมูลค่าแบรนด์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การจะวิเคราะห์แล้วทำให้ต่อยอดเพื่อนำผลของดาต้าไปพัฒนาธุรกิจได้ ก็ต้องอาศัย BFV model (Brand future valuation model) มาเป็นพื้นฐานสำคัญ

อยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่าจะทำให้แบรนด์มีมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมที่ว่านี้ต้องดูที่ปัจจัยอะไรไปติดตามกันเลย

1.กลยุทธ์การจัดสัดส่วนทางการตลาด Brand Segmentation Strategy 

กลยุทธ์ในข้อนี้จะส่งผลต่อมูลค่าแบรนด์ ก็ต่อเมื่อการวางกลยุทธ์ในข้อนี้สามารถส่งผลต่อการเติบโตด้านยอดขายขององค์กรได้ดีกว่าคู่แข่งนั่นเอง เท่าที่สังเกตเห็นแบรนด์ต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงนั้น แบรนด์องค์กรจะช่วยส่งผลหรือเป็นสปริงขยายยอดขายในหลากหลายเซกเมนต์มากกว่า 

ในเซกเมนต์นี้จะเป็นการจัดที่ครอบคลุมทั้งแบบแนวตั้ง (ขยายไปได้หลากหลายกลุ่มกำลังซื้อ) และแนวนอน (ขยายไปได้ตามประเภทของสินค้า เช่น แนวราบ แนวสูง เป็นต้น)

2.กลยุทธ์การวางตำแหน่งคุณค่าแบรนด์ Brand Value Strategy 

คุณค่าแบรนด์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีผลมากต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สำหรับธุรกิจประเภทอสังหาฯ นั้นถือเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ และเป็นสินค้าที่มีความ high involvement ที่สูง เพราะบางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อให้ได้บ้านสักหลัง และบ้านคือความฝันและทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้บริโภค

เจาะลึก! ปัจจัยที่ส่งผลต่อ มูลค่าแบรนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

คุณค่าที่เรามักพบว่าส่งผลต่อสภาวะ Brand Impact คือ 

  • เป็นแบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่า : คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Creative & Uptodate)
  • เป็นแบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่า : พัฒนานวัตกรรมใหม่ (Innovative)
  • เป็นแบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่า : ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
  • เป็นแบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่า : อบอุ่นใจ ปลอดภัย

3.กลยุทธ์การจัดระบบสถาปัตยกรรมแบรนด์ Brand Architecture Strategy 

กลยุทธ์ในหัวข้อนี้ผมบอกได้เลยว่า ต่างกันที่ความไม่รู้ก็ว่าได้ เพราะการจัดระบบสถาปัตยกรรมแบรนด์นั้นต้องอาศัยความรู้ในวิธีการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งมั่วไม่ได้ ครับ!

เพราะการจัดระบบสถาปัตยกรรมแบรนด์นั้น ส่งผลต่อทีมการตลาดและทีมขายทั้งหมดเลยทีเดียว และทำให้ใช้งบประมาณสิ้นเปลืองหรือประหยัดก็ขึ้นกับกลยุทธ์ในข้อนี้

ก่อนจะไปวิเคราะห์ให้ทุกท่านฟังนั้น ผมต้องอธิบายก่อนครับว่า ระบบสถาปัตยกรรมแบรนด์ คือการจัดระบบความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์องค์กรกับแบรนด์สินค้า โดยทั่วไปสถาปัตยกรรมแบรนด์จะมี 3 ระบบใหญ่ ดังนี้ 

1) One brand one product แบรนด์องค์กรไม่มีความสัมพันธ์กับแบรนด์สินค้าเลย 

2) Endorsing brand แบรนด์องค์กรมีความสัมพันธ์แบบการการันตีรับรองกับแบรนด์สินค้า ลักษณะแบบนี้แบรนด์สินค้าจะโดดเด่นชัดเจน

3) Family brand แบรนด์องค์กรมีความสัมพันธ์แบบครอบครัว หรือแบรนด์องค์กรมีบทบาทนำแบรนด์สินค้าซึ่งต้องไม่โดดเด่นเกินแบรนด์องค์กร 

เจาะลึก! ปัจจัยที่ส่งผลต่อ มูลค่าแบรนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในระบบแบรนด์ที่ส่งผลต่อสภาวะ brand impact (การตัดสินใจซื้อ) และ WACC (ต้นทุนทางการเงิน) แบรนด์ที่มีมูลค่าที่สูงมักจะใช้ระบบแบบในข้อ 2 Endorsing brand และ 3 Family brand

4.กลยุทธ์การจัดระบบแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ Brand Portfolio Strategy

กลยุทธ์นี้มีหลักคิดใกล้เคียงกับการจัดระบบสถาปัตยกรรมแบรนด์ กล่าวคือ ถ้าผิดแล้วยาว...ว ครับและแก้ยากมากๆ ด้วย ดังนั้น จึงต่างกันที่ความรู้หรือไม่รู้! 

การจัดระบบพอร์ตโฟลิโอในอุตสาหกรรมนี้ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ผมยืนยันได้เลยว่าการจัด ระบบแบรนด์พอร์ตโฟลิโอของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่เหมือนกับธุรกิจ Consumer product หรือ Retail อย่างที่บอกครับ บ้าน คอนโด คือชีวิตของผู้คน นี่คือหลักคิดสำคัญ!

การจัดระบบแบรนด์พอร์ตโฟลิโอมี 3 กลุ่มใหญ่

1.แบบการสร้างพลังให้กับพอร์ต

2.แบบการสร้างรายได้ให้กับพอร์ต และ

3.แบบ Fighting brand

จากดาต้าที่วิเคราะห์กัน พบว่า กลยุทธ์การจัดแบรนด์พอร์ตโฟลิโอมักจะเน้นไปในข้อ 1 และ 2 ส่วนแบบข้อ 3 นั้นอันตรายและอาจส่งผลต่อแบรนด์องค์กรด้วยในระยะถัดไป และจะทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคตกต่ำลง ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงของแบรนด์อย่างมาก ดังนั้น ท่านไหนที่คิดจะใช้กลยุทธ์ประเภทนี้หลีกเลี่ยงดีกว่าครับ

เจาะลึก! ปัจจัยที่ส่งผลต่อ มูลค่าแบรนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

5.กลยุทธ์การสร้างสาวกแบรนด์ Brand Superfans Strategy 

แบรนด์ที่มีมูลค่าโดยเฉพาะใน 5 อันดับต้นนั้น มักจะมีคะแนนด้าน Brand Superfans ที่สูงกันเกือบหมด มีบ้างที่คะแนนข้อนี้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่โดยรวมๆ ก็ผ่านเกณฑ์ที่ควรจะเป็น

แบรนด์เหล่านี้เขาทำอะไรกันทำให้เกิดสาวกแบรนด์ ก็ต้องบอกว่าคำตอบของการสร้างสาวกแบรนด์ในธุรกิจอสังหาฯ นั้น เรื่องพื้นฐานถือว่าสำคัญมากๆ โดยเฉพาะคำว่า “เชื่อมั่น ไว้วางใจ" เป็นคุณค่าพื้นฐานที่ถ้าได้มานั้นจะเกิดสาวกแบรนด์ขึ้นเองโดยเฉพาะส่วนที่เป็น BFI หรือ Brand Faith Index คือ ความรู้สึกว่าศรัทธา มั่นใจในแบรนด์นี้ นั่นเอง

ดังนั้น กลยุทธ์การสร้างสาวกแบรนด์ในข้อนี้ ท่านจะต้องได้มาจากการทำพื้นฐานการออกแบบโครงการที่ดี ทั้งด้านความสวยงามของสถาปัตยกรรมและส่วนกลางของโครงการ มีฟังก์ชันและการเลือกใช้วัสดุที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้านั่นเอง

ทั้ง 5 กลยุทธ์นี้มีผลต่อมูลค่าแบรนด์อย่างแน่นอนครับ ที่สำคัญความแตกต่างอาจไม่ใช่งบประมาณใครมากกว่าใคร แต่ต่างกันที่ “รู้” หรือ “ไม่รู้” ต่างหากครับ