ร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' เชื่อเศรษฐีเยอรมันยังมีชีวิต วอนปล่อยตัว เผยเงินโอนออก 2 ล้าน

ร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' เชื่อเศรษฐีเยอรมันยังมีชีวิต วอนปล่อยตัว เผยเงินโอนออก 2 ล้าน

ครอบครัวร้อง 'บิ๊กโจ๊ก' เชื่อเศรษฐีเยอรมันยังมีชีวิต วอนปล่อยตัว เผยเงินโอนออก 2 ล้าน ตำรวจสืบสวนภาค 2 คุมตัวต่างชาติต้องสงสัยสอบ หลังพบเส้นทางการเงินผิดปกติ

ร้องให้ "บิ๊กโจ๊ก" ช่วย กรณีค้นหา เศรษฐีเยอรมัน วันนี้ 10 กรกฎาคม 2566 จากเหตุ นายฮานส์ ปีเตอร์ ราวเตอร์ แมก ( MR.HANS PETER RALTER MACK) อายุ 62 ปี ชาวเยอรมัน หายออกจากบ้าน 

โดยมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายขณะขับรถเบนซ์ รุ่น อี 350 สีเทา หมายเลขทะเบียน ญศ 7146 กรุงเทพมหานคร ไปทางถนนชัยพฤกษ์ซอย 3 ซึ่งทางญาติประกาศตามหา ตั้งรางวัล 100,000 บาท หากพบรถ และถ้าเจอตัว นายฮานส์ จะมีรางวัลให้ 3,000,000 บาท 

ทั้งนี้ การหายตัวไป เกิดเหตุหลังจากเดินทางไปคุยกับนายหน้าชาวต่างชาติ ซึ่งรู้จักกันไม่นาน เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ต่อมามีคนตามมาเจอรถจอดทิ้งที่ลานจอดรถข้างคอนโดฯ และมีชาวบ้านเห็นมีผู้หญิงนั่งมาด้วย ก่อนจะเข้าค้นบ้านพลูวิลล่า แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (วันที่ 9 กรกฎาคม 2566) พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนภาค 2 , พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ พร้อมทีมสืบสวน ได้เชิญตัวชาวต่างประเทศ 2 ราย ซึ่งเดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ 

โดยทั้งหมดปิดปากเงียบ ไม่ยอมให้การใดๆ ยืนยันให้ทนายความเป็นผู้จัดการเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เชิญตัวหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิง เข้ามาให้ปากคำแล้ว แต่ก็ยืนยันให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการเช่นกัน

ต่อมา พล.ต.ต.ธีระชัย ได้นำกำลังเจ้าหน้ามี่ตำรวจสืบสวนภาค 2 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี , สืบสวนตำรวจท่องเที่ยว , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมหมายค้นที่ 129/2566 เข้าไปค้น บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านโชคชัย การ์เด้น 2 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งในผู้ต้องสงสัย แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

ทั้งยังมีรายงานว่า ตำรวจทีมสืบสวนพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ รวมกันกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนเกี่ยวโยงกันหรือไม่นั้น ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนตัว นายฮานส์ ขณะนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีเช่นไร
 

ครอบครัวนักธุรกิจเยอรมัน ร้อง “บิ๊กโจ๊ก” เชื่อยังมีชีวิต-วอนปล่อยตัว

ความคืบหน้าคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของนายฮันส์ ปีเตอร์ แรลเตอร์ มัค อายุ 62 ปี นักธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ชาวเยอรมัน ก่อนที่ตำรวจจะพบรถเบนซ์ คูเป้ E 350 สีบรอนซ์เทา  นายฮันส์  ที่ขับออกมาพูดคุยกับนายหน้าขายที่ดินในวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 โดยรถเบนซ์คันดังกล่าว ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถชั่วคราว ที่คอนโดมิเนียม ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ล่าสุดเช้าวันนี้ทางด้าน พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ได้เข้ามาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ก่อนที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ "บิ๊กโจ๊ก" ได้เข้ามาติดตามความคืบหน้าคดี 

ขณะเดียวกันทางด้าน มูลนิธิวินวิน นำโดยนางสาวชลิดา พะละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน ได้พานางสาวแพท ภรรยาปัจจุบันของนายฮันส์ ปีเตอร์ อดีตภรรยาของนายฮันส์ ปีเตอร์ ลูกชายกับอดีตภรรยา 2 คน และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตเยอรมัน เข้ามารอพบกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดยนางสาวแพท เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุได้นัดกับสามี เนื่องจากจะมีลูกค้าไปดูที่แห่งหนึ่งในพัทยาตอนเวลาประมาณ 13.00 น. แต่ทางสามีได้ขอไปเจอกับลููกค้าคนสำคัญก่อน จนกระทั่งพอเวลาผ่านไปจนถึง 14.00 น. ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหาสามีอีกครั้ง แต่ปรากฎว่าติดต่อไม่ได้ และเปิดปิดเครื่องสลับอยู่ตลอด ก่อนจะมีข้อความส่งกลับมาหาเธอว่า “อยู่กับลูกค้านะ เดี๋ยวโทรกลับ” ที่ผ่านมาสามีไม่เคยส่งข้อความมาหาในลักษณะแบบนี้   

"รอไปสักพัก จนกระทั่งติดต่อไม่ได้ และทุกๆคนก็พยายามโทรหาอยู่เรื่อยๆ โทรติดบ้าง ไม่ติดบ้าง จนกระทั่งเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ได้มีข้อความส่งมาอีกว่า “วันนี้ฉันจะอยู่กับลูกค้านะ คนนี้สำคัญมาก ฉันต้องดีลกับเขา เซ็นสัญญาให้เสร็จ”

นางสาวแพท บอกอีกว่า จากนั้นได้พยายามโทรศัพท์ติดต่ออีกเรื่อยๆ จนวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ยังติดต่อไม่ได้ จนมีข้อความสุดท้ายส่งมาอีกว่า “ฉันต้องอยู่กับลูกค้า และจะต้องไปกินข้าวกับลูกค้า” และสามีก็ไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาอีกเลย 

นางสาวแพท เปิดเผยอีกว่า สำหรับเรื่องที่ดินในพัทยาที่มีการซื้อ-ขายของสามีนั้น มีการพูดคุยกันจริง แต่ในเรื่องที่ดินในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขายังไม่ได้มาคุยเรื่องนี้เลย เพราะไม่ได้มีแผนจะขาย

ส่วนตอนนี้ ยอมรับว่ากลุ่มคนที่อุ้มสามีไป น่าจะรู้จักสามี แต่ในเรื่องธุรกิจคาดว่ารู้แค่บางส่วนเท่านั้น และเชื่อว่าสามีโดนจับตัวไปแน่ๆ เพราะสามีไม่เคยผิดนัด และเป็นคนตรงเวลาตลอด ทุกครั้งจะเป็นคนมาก่อนเวลา หรือถ้าหากมีปัญหาจริงๆ จะโทรมาบอกก่อน จะไม่ชอบให้ครอบครัวเป็นห่วง

"ทางครอบครัว ไม่ทราบเลยว่า เกิดอะไรขึ้นกับสามี หรือว่าใครทำอะไรเขา เพราะเขาไม่เคยมีปัญหากับใคร และส่วนตัวก็ไม่เคยเห็นคนที่ชื่อโอราฟ

ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินที่พบว่าผิดปกตินั้น ยังไม่ทราบ และตอนนี้ยังขอไม่ลงรายละเอียด ตอนนี้สงสัยคนในวิดิโอกล้องวงจรปิดคนที่อยู่กับสามีเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้ไปกล่าวหาเขา "

นอกจากนี้นางสาวแพท ยืนยันว่า ไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับนายหน้าขายที่ดินเลย รวมถึงเรื่องคดีค้ามนุษย์เมื่อปี 2561 นั้น เข้าใจผิดแล้วตอนนี้ครอบครัวไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย และอยากให้ทุกคนให้ความสนใจในเรื่องการหาสามีก่อน พร้อมอยากบอกไปถึงคนที่อุ้มสามีไปว่า “ต้องการอะไรให้มาบอก ช่วยเอาสามีกลับมาเถอะ ทุกคนเป็นห่วงมาก เรารอกันอยู่ และจะหาเขาให้เจอ” โดยตอนนี้ทางครอบครัวยังหวังว่าสามียังมีชีวิตอยู่ และน่าจะอยู่ในประเทศไทย ทุกคนจะช่วยเขากลับบ้าน 

"สำหรับเบาะแสล่าสุดก็คือเรื่องการพบรถ แต่ในส่วนข้อมูลที่มีกระแสมาว่า พบสามีในพื้นที่สระแก้ว ยืนยันว่า ไม่ใช่สามีตัวเอง  เป็นแค่คนหน้าคล้ายเท่านั้น" 

ด้านลูกชาย ของนายฮันส์ ปีเตอร์ บอกว่า ตอนนี้อยากเจอพ่อเร็วๆ เพราะผ่านมา 6 วันแล้ว ทุกคนเป็นห่วง ส่วนเมื่อวานนี้ได้เจอกลุ่มของโอราฟ และได้ฟังการสอบปากคำบางส่วน แต่ขอไม่ลงรายละเอียด

 ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พยายามติดต่อไปยังนายหน้าขายที่ดินที่ได้เจอนายฮันส์ ปีเตอร์ เป็นคนสุดท้าย บอกว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์ และให้เพียงข้อมูลว่า วันที่นัดไปนั่งดื่มกาแฟกับนายฮันส์ ปีเตอร์ ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งนั้น เป็นการนัดกัน เพื่อพูดคุยกันเรื่องการซื้อ-ขายค่ายมวยเท่านั้น แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ทราบจริงๆ ว่า ตัวของนายฮันส์ ปีเตอร์ ขับรถตามมา เพราะไม่ได้มองกระจกหลังเลย

ทั้งนี้มีรายงานว่าข้อมูลจากชุดสืบสวนว่า หลังจากนำตัวชาวเยอรมัน 3 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว ที่ สภ.หนองปรือเมื่อคืนนี้ เบื้องต้นทั้ง 3 คน ไม่ให้การอะไรที่เป็นประโยชน์เลย แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีของผู้สูญหายนั้น ปรากฎว่า เงินถูกโอนออกจากบัญชีตัวเองหลายครั้ง ยอดมากกว่า 2 ล้านบาท ส่วนคนที่เป็นคนโอน พบไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เนื่องจากการตรวจสอบพิกัดข้อมูล พบอยู่ที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา