แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น แถลงยิ่งใหญ่

26 พฤศจิกายน 2563
130

เปิด  ‘AEC TRADE CENTER - PANTIP WHOLESALE DESTINATION’ ศูนย์ค้าส่งครบวงจรใหญ่ที่สุดในภูมิภาค  30 พ.ย.นี้

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC)  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เตรียมจุดพลุรูดม่านเปิดตัวห้างค้าส่งครบวงจร 30 พ.ย. 2563 นี้ หลังพลิกโฉม“พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ” สู่ “AEC TRADE CENTER - PANTIP WHOLESALE DESTINATION” ศูนย์ค้าส่งครบวงจรใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เจาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม CLMV    ตะวันออกกลาง อินเดียว จีน อาเซียน

 คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “AEC TRADE CENTER เกิดจากแนวคิดของ AWC ในการพัฒนาศูนย์ค้าส่งครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเชื่อมโยงไปยังประเทศจีน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติของอาเซียนครบวงจร ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พ.ย. 2563 นื้ โดยเปิดพื้นที่รวมกว่า 30,000 ตร.ม. ให้ผู้เช่าได้ค้าขายกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยจะฟรีค่าเช่าก่อน 6 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโควิด- 19

ศูนย์ค้าส่งของเราจะให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าแบบ B2B หรือสั่งผลิตสินค้าเพื่อไปขายต่อกับผู้ค้าปลีก เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการซื้อสินค้าจำนวนมาก ซึ่งการมีหน้าร้าน ไม่เพียงสร้างหลักประกันความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ แต่ยังสามารถจับต้องสินค้า ต่อรองราคา รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการซื้อ-ขายมากขึ้นมั่นใจว่า ศูนย์ค้าส่งแห่งนี้จะตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในที่เดียว  ‘สะดวกที่สุด’ ด้วยทำเลใจกลางเมือง ‘ครบที่สุด’ ด้วยผู้ประกอบการกว่า 400 ร้านค้า และสินค้าให้เลือกสรรมากกว่า 50,000 รายการเบื้องต้นจะทำการตลาดเจาะกลุ่มคนไทยก่อนในช่วงปลายปี 2563 ส่วนต้นปี 2564 หากมีการเปิดประเทศแล้วตลาดที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวในภูมิภาค CLMVT  ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย จีน   

ด้านคุณอนันต์ ลาภสุขสถิต หัวหน้าคณะกลุ่มโฮลเซลล์ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากมีการเปิดตลาดในต้นปีหน้า 2564 ตลาดที่น่าสนใจมีอีกหลายตลาดที่นิยมสินค้าไทยเป็นอย่างมาก คือ อินเดีย ตะวันออกกลาง ตลาดเหล่านี้มีความภักดีอย่างยิ่งกับสินค้าไทย และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาก ส่วนการทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้นั้นตอนนี้จะเน้นการทำการตลาดผ่านออนไลน์เป็นหลักให้นักท่องเที่ยวได้รู้ และหากเปิดประเทศทันทีก็จะสามารถมาเที่ยวไทยและช้อปปิ้งได้แบบครบวงจร เพราะสินค้ามีหลากหลายมาก

อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจจองพื้นที่ไปแล้วกว่า 60-70 % คาดว่าไม่เกินกลางปี 2564 จะครบเต็ม 100 % ส่วนแผนงานในปี 2564จะเน้นขายผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Phoenixbox ด้วย นอกจากนี้ยังได้จับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ อย่างอี้อู (Yiwu) ผู้พัฒนาและบริหารตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากเมืองอี้อู (Yiwu) ประเทศจีน ในการเปิดศูนย์แสดงสินค้าคุณภาพ โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตประเทศจีนมาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ซื้อได้เลือกสรรสินค้าคุณภาพดีในราคาต้นทาง อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท /เดือน

 

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags: