มข. จัดเสวนาวิชาการทิศทางธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย

17 ตุลาคม 2563
75

ดึง 3 นักวิชาการร่วมถกบทบาทภาครัฐและแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจดิจทัล

 

 

กรุงเทพฯ –  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย แทนรัฐ คุณเงิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จัดงานเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ "ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีในยุคนิวนอร์มอล กับบทบาทของภาครัฐในการกำกับดูแลที่เอื้อต่อการพัฒนาของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล" ขึ้น ณ โรงแรมบางกอก ชฎา โดยได้รับเกียรติจาก 3 นักวิชาการชั้นนำระดับประเทศ ประกอบด้วย ดร. ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย ร่วมแสดงทรรศนะที่มีต่ออุตสาหกรรมการสั่งอาหารออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันหรือฟู้ดเดลิเวอรี ทั้งทิศทางและแนวโน้มการเติบโต ผลกระทบและความท้าทายต่างๆ ตลอดจนบทบาทของภาครัฐที่มีต่อการกำกับดูแลธุรกิจดังกล่าวให้เอื้อต่อการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการร้านอาหาร สื่อมวลชนและบุคคลที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง

 

อาจารย์แทนรัฐ  เปิดเผยถึงบริการจัดส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย : ทำความเข้าใจรูปแบบของอุตสาหกรรม ผลกระทบ และอนาคต" ว่า   ในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา ฟู้ดเดลิเวอรีหรือการจัดส่งอาหารออนไลน์ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว  ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากหันมาใช้แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มต่างๆ ในการเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความจำเป็นต้องจัดหาช่องทางที่จะช่วยชดเชยยอดขายที่หายไปจากลูกค้าหน้าร้าน  สอดรับกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กสมัครเข้าร่วมการใช้งานแพลตฟอร์มบริการส่งอาหารอย่างน้อย 20,000 ร้านต่อสัปดาห์ในช่วงการล็อคดาวน์ โดยผู้ให้บริการแอปพลิเคชันอย่างไลน์แมนระบุว่ามีจำนวนร้านอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 15,000 ร้านภายในเวลาเพียง 10 วัน จากปกติต้องใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่ฟู้ดแพนด้ามียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 20 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหลังการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของออเดอร์สั่งอาหารในช่วงปลดล็อค นอกจากนี้ ธุรกิจดังกล่าวยังก่อให้เกิดการสร้างงานและรายได้ให้กับคนขับนับหลายแสนรายอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรียังทำให้เกิดประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ถูกมองว่าอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันหรือการกีดกันทางการค้า ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการกำหนดแนวปฏิบัติต่างๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อาทิ การประกาศของกระทรวงพาณิชย์ให้บริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์เป็นสินค้าและบริการควบคุม รวมถึงการจัดทำร่างประกาศ "แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร" โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เป็นต้น ดังนั้นรัฐควรเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่าง 4 องค์ประกอบของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี ได้แก่ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ร้านอาหาร คนขับ และผู้ใช้บริการด้วยเช่นกัน

 

ดร. ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวถึงบทบาทของกฎหมายในเศรษฐกิจยุคใหม่ว่า   อุตสาหกรรมที่เกิดใหม่อย่าง ฟู้ดเดลิเวอรี ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและผู้เล่นต่างๆ ดังนั้น กฎหมายที่เข้ามาควบคุมเร็วเกินไปหรือกำหนดกรอบที่ตายตัวเกินไปอาจขัดขวางการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จำกัดขีดความสามารถในการแข่งขัน และอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมได้  กฎหมายจึงควรต้องมีความคล่องตัวและเอื้อให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรม เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาพรวมต่อไป

 

ขณะที่ รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ  กล่าวเสริมว่า  ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีเปรียบเสมือนกลยุทธ์ด้านช่องทางการขายของผู้ประกอบกิจการที่ช่วยให้ร้านค้ามีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายรายมองว่าธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีทำให้ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนกับว่าร้านค้าจ่ายเงินเพื่อซื้อจำนวนลูกค้าที่จะมองเห็นร้านไปพร้อมกับการจ้างบริการส่งของ ไม่ต่างจากการจ่ายค่าเช่าร้าน หรือเช่าพื้นที่ในฟู้ดคอร์ท หากแต่เป็นการเช่าร้านบนพื้นที่โลกเสมือนจริง แน่นอนว่าเมื่อร้านค้ามีต้นทุนในการจ่ายค่าเช่าพื้นที่เดิมอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้พวกเขามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากเราหันมาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นส่วนหลักของการประกอบกิจการด้วย เช่น ธุรกิจคลาวด์คิทเช่น (Cloud Kitchen) ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ก็อาจจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนในจ่ายค่าเช่าในพื้นที่ ซึ่งอยากให้ภาครัฐได้มองการแข่งขันจากมุมเหล่านี้ด้วย

           

ด้าน รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แสดงทรรศนะเกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐในการกำกับดูแลธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีว่า ในทุกการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบไม่ว่าในทางลบหรือทางบวก ภาครัฐต้องเข้ามากำกับดูแลเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรม แต่ต้องไม่ล้ำเส้นของการดำเนินธุรกิจและการสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค "ธรรมเนียมในการดำเนินธุรกิจบางอย่าง เช่น ข้อตกลงเป็นกรณีพิเศษ (Exclusive dealings) ไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดในตัวของมันเอง แต่ต้องดูผลที่ตามมาในข้อเท็จจริงว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่ธรรมแก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือผู้ให้บริการแอปพลิเคชันรายอื่นๆ จริงหรือไม่ อย่างไร ข้อกฎหมายไม่ควรกำหนดรายละเอียดตายตัว แต่ควรกำกับดูแลเป็นกรณีที่เปิดกว้าง เพราะในทางปฏิบัติแล้วมีความหลากหลายในรายละเอียดของการดำเนินธุรกิจอยู่มาก"

 

"ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีเป็นแค่เพียงการเปิดมิติหนึ่งของบริการที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเท่านั้น อนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นยังคงมีศักยภาพอีกมากจากการใช้ประโยชน์บิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ราคาถูกลง รวดเร็ว ปลอดภัย รวมถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ประเทศไทยมีโอกาสในการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เราจึงควรต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว ทั้งในมุมของผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้ออกกฎหมายด้วยเช่นกัน" ดร.ปริญญ์ กล่าวสรุป

  • 1/1
แชร์ข่าว :
Tags: