วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอแบงก์ หนุนไทยเป็น ‘Trusted Connector’ เชื่อมทุนตะวันออกกลาง–อาเซียน

ไอแบงก์ หนุนไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมเครือข่ายการเงินอิสลามจากตะวันออกกลางและอาเซียน เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน รองรับการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (iBank) เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายการเงินอิสลาม สนับสนุนประเทศไทยเป็น "Trusted Connector" หรือจุดเชื่อมโยงที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล ใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 สร้างความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกกลางและพันธมิตรอาเซียน พร้อมผลักดันความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน เพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (iBank) เปิดเผยในการสัมภาษณ์พิเศษกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่พันธมิตรทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนจากตะวันออกกลางและโลกมุสลิม สอดคล้องกับแนวคิดของกระทรวงการคลังที่ต้องการวางบทบาทประเทศไทยเป็น Trusted Connector

ไอแบงก์สนับสนุนแนวทางดังกล่าวผ่านการสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยใช้กิจกรรมคู่ขนานของการประชุมเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC กลุ่มนักวิชาการและผู้ประกอบการด้านการเงินอิสลาม และพันธมิตรในอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน รวมถึงผู้แทนทางการทูตจากประเทศสำคัญ

กลุ่ม GCC ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการสร้างเครือข่าย เนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพและมีบทบาทต่อระบบการเงินอิสลาม ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินในกลุ่มประเทศดังกล่าวยังมีประสบการณ์ให้บริการฐานลูกค้ามุสลิม และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับหลักการเงินอิสลาม การเชื่อมความร่วมมือจึงเป็นโอกาสทั้งด้านการลงทุน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาบริการทางการเงินของไทย

อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือการเชื่อมโยงกับธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม หรือ Islamic Development Bank (IsDB) ผ่านการเข้าร่วมปาฐกถาและการหารือทวิภาคีกับ Dr. Muhammad Al Jasser ประธาน IsDB เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาขีดความสามารถ โครงสร้างการกำกับดูแล และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับระบบการเงินอิสลามให้รองรับโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดร.ทวีลาภ กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก หลักการเงินอิสลามสามารถมีบทบาทสนับสนุนการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการจัดสรรเงินทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับ "มากอซิด อัล-ชะรีอะฮ์" (Maqasid al-Shariah) หรือเจตนารมณ์ของหลักชะรีอะฮ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับประโยชน์และความผาสุกของมนุษย์ โดยไอแบงก์นำมาสะท้อนผ่านการดำเนินงานที่คำนึงถึงความเป็นธรรม ธรรมาภิบาล และความยั่งยืน เพื่อให้การเงินมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนช่วยลดผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงและวิกฤติต่างๆ

ในระดับภูมิภาค ไอแบงก์ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับสถาบันด้านการเงินอิสลาม อาทิ INCEIF จากมาเลเซีย และธนาคารอิสลามจากอินโดนีเซีย เพื่อเตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยมุ่งยกระดับองค์ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินอิสลามในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศได้มากขึ้น

การขับเคลื่อนทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด "iBank for All" ที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงบริการของธนาคารได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะชาวมุสลิม ครอบคลุมลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อขยายบทบาทของการเงินอิสลามให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจไทย

สำหรับไอแบงก์ การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Trusted Connector จึงครอบคลุมทั้งการสร้างความเชื่อถือ การพัฒนาความพร้อมของบริการทางการเงิน และการสานต่อความสัมพันธ์กับพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสเชื่อมโยงเงินทุนจากตะวันออกกลางและโลกมุสลิมเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม