วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

โครงการบางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน เตรียมพร้อมก่อนเหตุไม่คาดคิด ด้วยการฝึก 'หนี ซ่อน สู้'

"บางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน" เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือเหตุไม่คาดคิด ผ่านการฝึกทักษะ "หนี ซ่อน สู้" เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์และรับมือเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม เมื่อต้องเผชิญเหตุบุคคลใช้อาวุธหรือสถานการณ์รุนแรงภายในโรงเรียน

เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง "ความปลอดภัย" จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงค่อยคิดว่าจะรับมืออย่างไร แต่ต้องเริ่มจากการมองเห็นความเสี่ยง วางแผน และฝึกให้รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามปกติ

ที่ผ่านมา เราได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในสถานศึกษาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งที่สถานศึกษาเป็นสถานที่ซึ่งใครๆ ก็คิดว่าปลอดภัย เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนว่า หากเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้น นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนมีความรู้และพร้อมรับมือเพียงใด

โครงการบางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน เตรียมพร้อมก่อนเหตุไม่คาดคิด ด้วยการฝึก 'หนี ซ่อน สู้'

การป้องกันเหตุในสถานศึกษาไม่อาจพึ่งพาเพียงมาตรการทางกายภาพ เช่น ประตู รั้ว การตรวจสัมภาระ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ต้องอาศัยระบบดูแลที่ครอบคลุม ทั้งการสังเกตสัญญาณเตือน การมีช่องทางให้นักเรียนขอความช่วยเหลือได้อย่างไว้วางใจ การดูแลสุขภาวะทางใจ การควบคุมการเข้าถึงอาวุธ และการประสานงานระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการเตรียมพร้อมรับมือหากเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นแล้ว เพราะในสถานการณ์ที่ทุกวินาทีมีความหมาย การมีความรู้พื้นฐานและเคยฝึกปฏิบัติมาก่อนอาจช่วยลดความตื่นตระหนก ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการพาตนเอง รวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้เคียงไปยังพื้นที่ปลอดภัย

บางจากฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ทั้งในการดำเนินงานและการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้าน การปฏิบัติงานในโรงกลั่นน้ำมันต้องอาศัยการประเมินความเสี่ยง การป้องกันเหตุ การซ้อมแผนฉุกเฉิน และการทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกัน การดูแลความปลอดภัยไม่ได้หยุดอยู่ภายในพื้นที่ปฏิบัติการ แต่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมกันด้วย

ตลอดเวลากว่า 40 ปี บางจากฯ ดูแลชุมชนรอบ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ภายใต้แนวทาง "เป็นมิตร เป็นประโยชน์ ปลอดภัย" โดยนำความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยมาถ่ายทอดให้แก่ชุมชน คอนโดมิเนียม และโรงเรียนรอบโรงกลั่นฯ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการซ้อมแผนอพยพ การฝึกใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การปฐมพยาบาลและช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน การสนับสนุนอุปกรณ์และช่องทางสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนกลางในชุมชน เพื่อให้เพื่อนบ้านมีทั้งความรู้ เครื่องมือ และความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โครงการบางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน เตรียมพร้อมก่อนเหตุไม่คาดคิด ด้วยการฝึก 'หนี ซ่อน สู้'

ในปี 2568 บางจากฯ ได้จัดกิจกรรม "หนี ซ่อน สู้" ภายใต้โครงการ "บางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน" ให้แก่ ครู นักเรียน และบุคลากรจากโรงเรียนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง จำนวน 20 แห่ง เพิ่มจากเดิมที่ฝึกซ้อมแผนเหตุเพลิงไหม้ โดยได้รับความร่วมมือจาก อาจารย์วิษณุ ประดิษฐศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) และการจัดการภัยพิบัติ จากมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติในพระราชูปถัมภ์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และนำการฝึกซ้อม เพื่อเสริมทักษะในการประเมินสถานการณ์และเอาตัวรอดเบื้องต้น หากต้องเผชิญเหตุบุคคลใช้อาวุธหรือสถานการณ์รุนแรงภายในโรงเรียน 

โครงการบางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน เตรียมพร้อมก่อนเหตุไม่คาดคิด ด้วยการฝึก 'หนี ซ่อน สู้'

อาจารย์วิษณุ ย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมว่า ความปลอดภัยของเด็กไม่ควรฝากไว้กับความหวังว่าเหตุร้ายจะไม่เกิดขึ้น แต่ต้องเริ่มจากการมองเห็นความเสี่ยงและลงมือเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ เมื่อทุกคนรู้บทบาทของตนเองและมีแผนที่ใช้ได้จริง โรงเรียนย่อมพร้อมปกป้องชีวิต ดูแลกันและกัน และก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤติได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

หลัก "หนี ซ่อน สู้" มาจากแนวทาง "Run, Hide, Fight" ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2555 โดยสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สำนักงานนายกเทศมนตรีเมืองฮิวสตัน ก่อนที่ FBI และหน่วยงานต่างๆ จะนำไปใช้เป็นแนวทางให้ประชาชนจดจำวิธีเอาตัวรอดจากเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนได้ง่ายขึ้น

"หนี" หมายถึง หากมีเส้นทางที่ปลอดภัย ควรออกจากบริเวณอันตรายโดยเร็ว ไม่ย้อนกลับไปเก็บสิ่งของ และไม่หยุดถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ เมื่อถึงจุดปลอดภัยแล้วจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมให้ข้อมูลเท่าที่ทราบอย่างชัดเจน

"ซ่อน" ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ควรเข้าไปอยู่ในห้องหรือจุดที่พ้นจากสายตา ล็อกหรือใช้สิ่งของกีดขวางประตู ปิดไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงที่อาจเปิดเผยตำแหน่งของตนเอง

ส่วน "สู้" เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น เมื่อไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้และกำลังเผชิญอันตรายโดยตรง หลักนี้ไม่ได้หมายถึงการส่งเสริมให้เด็กเข้าเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ แต่เป็นความรู้สำหรับสถานการณ์คับขันที่สุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษาชีวิต

การฝึกซ้อมต้องออกแบบให้เหมาะสมกับอายุของผู้เรียน ลักษณะอาคารและพื้นที่จริงของแต่ละโรงเรียน รวมถึงสภาพจิตใจของผู้เข้าร่วม ไม่ควรใช้วิธีที่สร้างความหวาดกลัวหรือจำลองเหตุการณ์รุนแรงเกินความจำเป็น การอธิบายล่วงหน้า การเปิดโอกาสให้ซักถาม และการดูแลความรู้สึกหลังการฝึก ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการซ้อม

เป้าหมายของการอบรมจึงไม่ใช่การทำให้เด็กและครูใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง แต่เพื่อสร้างความมั่นใจว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ทุกคนจะมีหลักคิดร่วมกัน รู้ว่าจะเคลื่อนตัวไปทางใด ติดต่อใคร และช่วยกันลดความสับสนในช่วงเวลาสำคัญ

โครงการบางจากห่วงใย ปลอดภัยในโรงเรียน เตรียมพร้อมก่อนเหตุไม่คาดคิด ด้วยการฝึก 'หนี ซ่อน สู้'

อย่างไรก็ตาม การฝึก "หนี ซ่อน สู้" ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด และไม่อาจทดแทนมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้น โรงเรียนยังจำเป็นต้องมีแผนฉุกเฉินที่ชัดเจน ระบบสื่อสารที่เข้าถึงได้ การควบคุมพื้นที่ การดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเครือข่ายส่งต่อความช่วยเหลือทั้งด้านความปลอดภัยและสุขภาวะทางใจ ทุกมาตรการต้องทำงานเชื่อมโยงกันและได้รับการทบทวนตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เราอาจไม่รู้ว่าเหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เราสามารถรู้ได้ว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วควรทำอะไร

ทุกคนย่อมหวังว่าจะไม่มีวันต้องนำทักษะ "หนี ซ่อน สู้" มาใช้จริง แต่หากวันนั้นมาถึง ความรู้ที่ถูกต้อง การฝึกที่เหมาะสม และการตัดสินใจในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที อาจสร้างความแตกต่างระหว่างความตื่นตระหนกกับการเอาตัวรอด และอาจช่วยรักษาชีวิตของตนเองและผู้อื่นได้